Loading

ดีเดย์30ก.ย.เปิดตัวเว็บบ้านมือสอง

วันที่ : 30 กันยายน 2562
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์มือสอง (เอ็นพีเอเซ็นเตอร์) ซึ่งรัฐได้ให้งบดำเนินการ 31 ล้านบาท ระยะดำเนินการ 5 ปี เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปที่ต้องการที่อยู่อาศัยมืองสอง
          ฝากขายที่อยู่ได้ฟรีดันอสังหาฯ-กู้เงินคึกคัก

          'ธอส.'เผยตลาดคอนโดน่าห่วงขายไม่ได้อื้อ

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์มือสอง (เอ็นพีเอเซ็นเตอร์) ซึ่งรัฐได้ให้งบดำเนินการ 31 ล้านบาท ระยะดำเนินการ 5 ปี เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปที่ต้องการที่อยู่อาศัยมืองสอง และเพื่อเป็นสื่อกลางให้กับสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และประชาชนทั่วไปสามารถแสดงอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการขายได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาพคล่องของตลาดบ้านมือสองและการสนับสนุนสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัย และยกระดับความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ โดยศูนย์ดังกล่าวจะจัดทำเป็น web Application ของระบบฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ตลาดนัดบ้านมือสอง หรือ www.taladnudbaan.com โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายนนี้

          "ในเว็บดังกล่าวจะมีทรัพย์มือสองจากหน่วยงานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) เช่น กรมบังคับคดี ธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด รวมกว่า 3 หมื่นรายการ ร่วมด้วย" นายวิชัยกล่าว และว่า นอกจากนี้ ในอนาคตจะเจรจากับธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบการเอกชน เพื่อนำทรัพย์เหล่านี้มาขึ้นเว็บด้วย โดยเปิดให้บริการฝากทรัพย์ฟรี แต่ในอนาคตเมื่อเงินตั้งต้นหมดอาจจะเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยหลังการซื้อขายสำเร็จ

          นายวิชัยกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมของ กทม.-ปริมณฑล ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าความต้องการจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 เล็กน้อย แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 คาดว่าจำนวนยูนิตและมูลค่าจะลดลงประมาณ 15.5% และ 12.2% ตามลำดับ ส่วนสินเชื่อปล่อยใหม่คาดว่าจะลดลง 5.7% ส่วนซัพพลายของโครงการที่เปิดใหม่ในครึ่งปีหลังนี้จะลดลง 28.0% สำหรับที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่คาดว่าจะลดลง 2.3% ส่งผลให้ทั้งปี 2562 จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 10.2% และมูลค่าลดลง 7.1% ขณะที่โครงการเปิดขายใหม่ลดลง 12.7% ส่วนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่จะลดลง 9.1%

          นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับสต๊อกหรือที่อยู่อาศัยเหลือขายจะอยู่ที่ 154,367 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 88,727 ยูนิต อาคารชุด 65,639 ยูนิต แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ อาคารชุดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ยังขายไม่ได้ พบว่ามีอยู่ที่ 17,280 ยูนิต เพราะต้องสร้างให้เสร็จแม้ว่าจะยังขายไม่ได้ก็ตาม "อาคารชุดที่สร้างเสร็จแต่ยังไม่ได้ขาย (inventory) คิดเป็น 27% ถือว่าไม่มากเกินไป แต่ผู้ประกอบการต้องเร่งขายยูนิตเหล่านี้ออกไปให้เร็วเพื่อลดต้นทุนและที่น่าจะให้ความสำคัญอย่างมากคือ ห้องชุดที่ยังไม่ได้ขายแต่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีอีก 54% หรือ 35,289 ยูนิต ที่กำลังจะสร้างออกมาภายในอีก 1-2 ปี หากสถานการณ์การขายห้องชุดยังอยู่ในภาวะการชะลอเช่นนี้ อาจจะทำให้ผู้ประกอบการจะมี Inventory เพิ่มมากขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินการมากขึ้น ส่งผลให้ในขณะนี้มีหลายโครงการประกาศชะลอการพัฒนาโครงการออกไป"
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ