เป้า 'มหกรรมบ้าน' 1.3 หมื่นล้าน วัด 'กำลังซื้อ' ในวิกฤตสงคราม
วันที่ : 21 มีนาคม 2569
สมาคมอาคารชุดไทยตั้งเป้ายอดขายงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 แตะ 1.3 หมื่นล้านบาท เทียบเท่าครั้งก่อน มองเป็นจังหวะทองผู้ซื้อบ้าน พร้อมเสนอรัฐต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ และขยายสิทธิการเช่าระยะยาว 60 ปี เสริมขีดแข่งขันภูมิภาค
แรกเริ่มงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 จัดขึ้น 19-22 มีนาคม 2569 โดย 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ส่งสัญญาณเชิงบวก จากแรงหนุนดอกเบี้ยขาลง ลดค่าโอนและผ่อนเกณฑ์ LTV ถึง 30 มิถุนายนนี้
ทำให้ 150 บริษัท ที่ขนทัพ 1,000 โครงการมาร่วมออกบูท พร้อมงัด โปรโมชั่นพิเศษ เช่น จอง 0 บาท ดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ย 0% หวังตุนยอดขายตลอด 4 วัน กว่า 13,000 ล้านบาท อาทิ บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ตั้งเป้ายอดขาย 300 ล้านบาท, บจ.สถาพร เรียลเอสเตท 100 ล้านบาท, บจ.กานดา พร็อพเพอร์ตี้ 100 ล้านบาท, บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ 300 ล้านบาท, บมจ.แสนสิริ 2,000 ล้านบาท
ทว่าหลังเกิด "สงครามตะวันออกกลาง" ทำให้งานมหกรรมบ้าน กลายเป็นปรอทวัดไข้ ยอดขายในงานของแต่ละบริษัทว่าจะทะลุเป้าหมายอย่างที่คาดหวังหรือไม่ สะท้อนจากงานมหกรรมบ้านครั้งที่ผ่านมา แม้ปิดยอดขายในงานทะลุเป้าถล่มทลาย แต่สุดท้ายสัดส่วนลูกค้ากู้แบงก์ไม่ผ่านยังสูงอยู่พอสมควร
"ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต" นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า พยายามรักษาเป้ายอดขายมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ไว้ให้เทียบเท่าเมื่อครั้งที่ 48 มียอดขาย 13,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นจังหวะทองของคนอยากซื้อบ้านในช่วงนี้และจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ต่ออายุมาตรการหนุนภาคอสังหาฯต่อไป ไม่ว่าลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนเกณฑ์ LTV และเสนอให้พิจารณาการขยายอายุการเช่าระยะยาวเป็น 60 ปี เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซียได้
และโอกาสในภาวะวิกฤตสงคราม อยากให้รัฐบาลทำหน้าที่เป็น "หัวหอก" ในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ได้แก่ อสังหาฯ โรงแรม โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติ ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัยและสนับสนุนการย้ายถิ่นฐานของต่างชาติ เข้ามาอยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่สอง ผ่านการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายคุณภาพจากรายได้ อาชีพและฐานที่มั่นคงมากกว่าการให้ฟรีวีซ่า และสนับสนุนให้มีมาตรการ Long-term Visa โดย ทดลองอยู่ก่อน 3-6 เดือน ให้ชาวต่างชาติลองใช้ชีวิตก่อนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในไทย
ทำให้ 150 บริษัท ที่ขนทัพ 1,000 โครงการมาร่วมออกบูท พร้อมงัด โปรโมชั่นพิเศษ เช่น จอง 0 บาท ดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ย 0% หวังตุนยอดขายตลอด 4 วัน กว่า 13,000 ล้านบาท อาทิ บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ตั้งเป้ายอดขาย 300 ล้านบาท, บจ.สถาพร เรียลเอสเตท 100 ล้านบาท, บจ.กานดา พร็อพเพอร์ตี้ 100 ล้านบาท, บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ 300 ล้านบาท, บมจ.แสนสิริ 2,000 ล้านบาท
ทว่าหลังเกิด "สงครามตะวันออกกลาง" ทำให้งานมหกรรมบ้าน กลายเป็นปรอทวัดไข้ ยอดขายในงานของแต่ละบริษัทว่าจะทะลุเป้าหมายอย่างที่คาดหวังหรือไม่ สะท้อนจากงานมหกรรมบ้านครั้งที่ผ่านมา แม้ปิดยอดขายในงานทะลุเป้าถล่มทลาย แต่สุดท้ายสัดส่วนลูกค้ากู้แบงก์ไม่ผ่านยังสูงอยู่พอสมควร
"ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต" นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า พยายามรักษาเป้ายอดขายมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ไว้ให้เทียบเท่าเมื่อครั้งที่ 48 มียอดขาย 13,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นจังหวะทองของคนอยากซื้อบ้านในช่วงนี้และจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ต่ออายุมาตรการหนุนภาคอสังหาฯต่อไป ไม่ว่าลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนเกณฑ์ LTV และเสนอให้พิจารณาการขยายอายุการเช่าระยะยาวเป็น 60 ปี เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซียได้
และโอกาสในภาวะวิกฤตสงคราม อยากให้รัฐบาลทำหน้าที่เป็น "หัวหอก" ในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ได้แก่ อสังหาฯ โรงแรม โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติ ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัยและสนับสนุนการย้ายถิ่นฐานของต่างชาติ เข้ามาอยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่สอง ผ่านการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายคุณภาพจากรายได้ อาชีพและฐานที่มั่นคงมากกว่าการให้ฟรีวีซ่า และสนับสนุนให้มีมาตรการ Long-term Visa โดย ทดลองอยู่ก่อน 3-6 เดือน ให้ชาวต่างชาติลองใช้ชีวิตก่อนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในไทย
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ