Loading

MKกางแผนไตรมาส4 เล็งเปิด4โครงการใหม่ มูลค่ารวม4.56พันล้าน

วันที่ : 2 ตุลาคม 2562
“มั่นคงเคหะการ” เตรียมเปิดใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 4,560 ล้านบาท ในไตรมาส 4/62 ประเดิม 2 โครงการแรก “ชวนชื่น ไพร์ม วิลเลจ บางนา” และ “ชวนชื่น ทาวน์ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ” เปิดขายพร้อกันระหว่างวันที่ 5-6 ต.ค.นี้
         “มั่นคงเคหะการ” เตรียมเปิดใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 4,560 ล้านบาท ในไตรมาส 4/62 ประเดิม 2 โครงการแรก “ชวนชื่น ไพร์ม วิลเลจ บางนา” และ “ชวนชื่น ทาวน์ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ” เปิดขายพร้อกันระหว่างวันที่ 5-6 ต.ค.นี้

          นายศักดินา แม้นเลิศ รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารโครงการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4/2562 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 4,560 ล้านบาท โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ บริษัทเตรียมเปิดขาย 2 โครงการ ซึ่งจะเปิดขายพร้อมกันทั้ง 2 โครงการ กำหนดรอบ VIP DAY ในวันที่ 5-6 ตุลาคม 2562 ณ สำนักงานขาย พร้อมรับข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นต่าง ๆ มากมายภายในวันงาน

          โดยประกอบด้วย 1.โครงการ ชวนชื่น ไพรม์ วิลเลจ บางนา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาทต่อยูนิต และ 2.โครงการ ชวนชื่น ทาวน์ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ เป็นโครงการทาวน์โฮม โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.89 ล้านบาทต่อยูนิต ส่วนอีก 2 โครงการ จะทยอยเปิดเร็ว ๆ นี้

          สำหรับโครงการบ้านเดี่ยว ชวนชื่น ไพรม์ วิลเลจ บางนา ตั้งอยู่บนทำเลถนนบางนา-ตราด กม.29 เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 115-179 ตารางเมตร พร้อมสวนส่วนกลางกว่า 2 ไร่ และโครงการชวนชื่น ทาวน์ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ เป็นพรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร บนขนาดที่ดิน 21 ตารางวา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตารางเมตร พร้อมฟังก์ชันเทียบเท่าบ้านเดี่ยว

          “แนวโน้มสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังยังชะลอตัวจากหลายปัจจัยปัญหาทางด้านเศษฐกิจภายในประเทศ และปัจจัยภายนอกประเทศ ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว ฉุดกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวมถึงผลกระทบจากมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ปลอดภาระส่วนใหญ่ ซึ่งวางงบประมาณการซื้อไว้ที่ 2-3 ล้านบาท แต่ต้องการกู้ส่วนตกแต่งเพิ่ม ซึ่งมาตรการใหม่ไม่สามารถทำได้ และกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มติดภาระผ่อนบ้านหรือคอนโดมิเนียมเดิมอยู่ ถ้าจะซื้ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มต้องใช้เงินดาวน์ 10-20% ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีเงินดาวน์” นายศักดินา กล่าว

          ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว บริษัทจึงปรับตัวและได้วางแผนงานก่อสร้างใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีบ้านสร้างเสร็จและบ้านผ่อนดาวน์ให้ลูกค้าเลือก พร้อมทำโปรโมชั่นแบ่งเบาภาระของลูกค้าในการซื้อบ้าน
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ