Loading

มิตซูบิชิฯ-ซีพีเอ็นลุยธุรกิจอสังหาฯจ่อร่วมทุนสนง.เช่า

วันที่ : 27 พฤศจิกายน 2562
มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย ผนึกพันธมิตรซีพีเอ็นลุยอสังหาฯ ไทย- ต่างประเทศ ประเดิมถือหุ้น "เซ็นทรัล วิลเลจ" เฟสแรก 1,000 ล้าน เสริมแกร่งโนว์ฮาว เพิ่มเอกลักษณ์ไทยผสานญี่ปุ่นยกระดับ เวิลด์ คลาส ลักชัวรี่เอาท์เล็ต เบอร์หนึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล็งต่อยอดความร่วมมือ "ร่วมทุน" พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่า ชอปปิงมอลล์
          มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย ผนึกพันธมิตรซีพีเอ็นลุยอสังหาฯ ไทย- ต่างประเทศ ประเดิมถือหุ้น "เซ็นทรัล วิลเลจ" เฟสแรก 1,000 ล้าน เสริมแกร่งโนว์ฮาว เพิ่มเอกลักษณ์ไทยผสานญี่ปุ่นยกระดับ เวิลด์ คลาส  ลักชัวรี่เอาท์เล็ต เบอร์หนึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล็งต่อยอดความร่วมมือ "ร่วมทุน" พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่า ชอปปิงมอลล์

          การขับเคลื่อนธุรกิจในยุคการแข่งขันสูงรอบทิศทาง "พันธมิตร" จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และต่อยอดธุรกิจร่วมกันอย่างกว้างไกล ล่าสุด 2 ยักษ์ผู้พัฒนาธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย และญี่ปุ่น ประกาศผนึกความมือครั้งใหญ่ระดับภูมิภาค

          นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกกล่าวว่า ตามนโยบายของบริษัทต้องการแสวงหาพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เข้ามาร่วมธุรกิจเพื่อตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

          ล่าสุด มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ของญี่ปุ่น เข้ามาถือหุ้น 30% ใน บริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด ผู้พัฒนา โครงการลักชูรี่เอาท์เล็ตภายใต้ชื่อ "เซ็นทรัลวิลเลจ"  โดยลงทุนในเฟสแรก คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท อีก 70%  เป็นสัดส่วนหุ้นของซีพีเอ็น

          การร่วมทุนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเซ็นทรัล วิลเลจ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การนำเอาโนว์ฮาวและประสบการณ์ของมิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย ในการทำเอาท์เล็ตญี่ปุ่นจำนวน 9 แห่ง อาทิ โกเทมบะ ริงกุ ชิซุย มาพัฒนาการบริการ รวมไปถึงการเพิ่มเอกลักษณ์ของเซ็นทรัล วิลเลจ ให้เป็น "World-class Outlet with Thai-Japanese Hospitality" 2.ช่วยส่งเสริมจุดแข็งในการนำแบรนด์ชั้นนำระดับโลก รวมถึงแบรนด์ญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของ คนไทยเข้า มาเสริม พร้อมส่งเสริมการส่งออกสินค้าแบรนด์ไทย และญี่ปุ่นไปด้วยกัน

          สุดท้าย 3.ดึงดูดกลุ่ม นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นที่อยู่ ในประเทศไทยมาชอปปิง ใน เซ็นทรัล วิลเลจทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และโปรโมชั่นร่วมกันในด้านต่างๆ เช่น ไทยแลนด์-เจแปน เอ็กซ์โป

          "การเข้ามาร่วมลงทุนในครั้งนี้ ทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทยที่สามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวให้กับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย ด้วยการสนับสนุนประเทศไทยให้กลายเป็น ประเทศแห่งการชอปปิง และท่องเที่ยวระดับโลกและเป็นเบอร์หนึ่งแห่งลักชูรี่เอาท์เล็ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกิดจากแนวคิด Two Nations, One Success แทนที่เขาจะมาลงทุนแข่งขันกันสู้มาร่วมทุนทำธุรกิจด้วยกันดีกว่า" นายปรีชา กล่าว

          เล็งเมืองท่องเที่ยวขยายเอาท์เล็ต

          ความคืบหน้าของการพัฒนาเซ็นทรัล วิลเลจ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท  ในเฟสแรกใช้พื้นที่ไปแล้ว 40,000 ตร.ม.หรือคิดเป็นสัดส่วน 70% หลังจากเปิดดำเนินการได้การตอบรับ ที่ดีจากลักชูรี่แบรนด์  อาทิ Coach, Club21 , Ermenegildo Zegna, Kate Spade New York, Kenzo, MAX&Co., Michael Kors, Polo Ralph Lauren, Salvatore Ferragamo ฯลฯ

          ทั้งนี้ ลูกค้ามียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 12,000 บาทต่อคนต่อบิลและใช้บริการ หมุนเวียน  17,000 คนต่อวัน แบ่งเป็น คนไทย 65% และต่างชาติ 35%  ส่วนใน เฟสสองของโครงการจะขยายพื้นที่ไปอีก 30% ในพื้นที่เดิมที่เหลืออยู่ โดยจะสามารถเพิ่มสินค้าแบรนด์เนมได้ไม่ต่ำกว่า 50-60%

          "ซีพีเอ็นยังเตรียมศึกษาโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจในโลเคชั่นเมือง ท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศอีกด้วย เพื่อขยายตลาด"

          ต่อยอดรุกอสังหาฯไทย-ตปท.

          นายยูทาโร โยซุซูกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย กล่าวว่า การร่วมลงทุนในโครงการนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการรุกตลาดอสังหาฯ ในไทย และในระดับโลกเป็นครั้งแรกของบริษัท เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของ ซีพีเอ็น และโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นลักชูรี่ เอาท์เล็ต ที่ใกล้กับสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิที่มี นักเดินทางมากที่สุดในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองอันดับต้นๆ ที่น่าท่องเที่ยวที่สุดของโลก จึงสนใจเข้ามาร่วมทุนในเฟสแรกและเฟส 2, เฟส3 ในโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ของซีพีเอ็น

          โดยจะนำโนว์ฮาวในการบริหารจัดการและการบริการลูกค้ามาช่วยดึงกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติให้เข้ามาซื้อสินค้าใน เซ็นทรัล วิลเลจ รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ให้ดึงดูดใจลูกค้ามากขึ้น

          นอกจากนี้ มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย สนใจที่ร่วมลงทุนกลุ่มซีพีเอ็นในการทำอาคารสำนักงานให้เช่า และชอปปิงมอลล์ ทั้งในและต่างประเทศที่มีศักยภาพ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้ร่วมทุนทำโครงการอสังหา เพื่ออยู่อาศัยร่วมกับกลุ่มเอพี

          "จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การทำ เอาท์เล็ต ให้ประสบความสำเร็จ จะต้องสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภคที่เข้ามารู้สึกประทับใจเสมือนเป็นแหล่งสันทนาการที่ทำให้มีความสุขไม่ใช่แค่แหล่งชอปปิ้งเท่านั้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำเอาท์เล็ตญี่ปุ่น ที่โกเทมบะ มีลูกค้าเข้ามาปีละ10ล้านคน"

          มั่นใจศักยภาพไทยแข็งแกร่ง

          นายยูทาโร กล่าวว่า ด้วยศักยภาพประเทศไทยที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านโอกาสทางการลงทุน การสนับสนุนของภาครัฐจากโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการท่องเที่ยว ตัวเลขการท่องเที่ยวที่เติบโตถือเป็นเบอร์หนึ่งของภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติในปีนี้ จะเติบโต 4%

          รวมถึงมีสัญญาณบวกจากการ ที่นักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับเข้ามา และการเติบโตของกลุ่มนักท่องเที่ยว อินเดียอีกด้วยส่งผลให้ปัจจุบันนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทย ติดอันดับ 1ใน 3 และ เป็นอันดับ 1 ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วยเม็ดเงินกว่า 100,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็น สัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการลงทุนในพื้นที่อีอีซีทั้งหมด