Loading

QH หวังอสังหาปี63ฟื้นชูเป้ายอดขายหมื่นล้าน

วันที่ : 23 ธันวาคม 2562
QH หวังอสังหาปีหน้าฟื้น ตั้งเป้ายอดขายโตกว่า 1 หมื่นล้านบาท เดินหน้าเปิดโครงการทาวน์เฮาส์-บ้านเดี่ยว 5-6 โครงการ โบรกมองผลงานไตรมาส 4 ขยับบวก ยิลด์สูง 7% เคาะราคาเหมาะสม 3.5 บาท
          QH หวังอสังหาปีหน้าฟื้น ตั้งเป้ายอดขายโตกว่า 1 หมื่นล้านบาท เดินหน้าเปิดโครงการทาวน์เฮาส์-บ้านเดี่ยว 5-6 โครงการ โบรกมองผลงานไตรมาส 4 ขยับบวก ยิลด์สูง 7% เคาะราคาเหมาะสม 3.5 บาท

          นายประวิทย์ โชติวัฒนาพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH เปิดเผยว่า บริษัทคาดหวังตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2563 จะฟื้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจแม้อัตราการเติบโตอาจจะไม่สูงมาก แต่คาดว่าจะดีขึ้นจากปีนี้ เพราะต้องยอมรับว่าปีนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์หดตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากหลายส่วน เช่น มาตรการ LTV (Loan to Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และแม้จะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ช่วงปลายปีแต่ไม่ได้ส่งผลดีต่อบริษัทมากนัก เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ของภาครัฐโดยตรง ซึ่งราคาขายเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ระดับราคา 4-5 ล้านบาท

          วางเป้ากว่าหมื่นล.

          สำหรับแนวโน้มยอดขายปี 2563 คาดว่าจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากปีนี้คาดว่าจะทำได้ใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาท โดยจะเปิด 5-6 โครงการใหม่ แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์และโครงการบ้านเดี่ยว นอกจากนี้ยังมีสต๊อกพร้อมขายอีกจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมซึ่งปีนี้ภาพรวมตลาดอาจจะไม่ดีมากทำให้ดีมานด์คอนโดมิเนียมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

          ส่วนรายได้ปี 2563 คาดว่าจะเติบโตจากปีนี้ อีกทั้งบริษัทยังวางแผนจะซื้อที่ดินต่อเนื่อง แต่งบการลงทุนอยู่ระหว่างจัดทำประมาณที่ชัดเจนอีกครั้ง ขณะที่ธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ โรงแรม ล่าสุดเปิดโครงการโรงแรม 1 แห่ง ที่พัทยาเหนือทำให้ปัจจุบันบริษัทมีโรงแรง 2 แห่ง ที่สร้างรายได้ประจำ ซึ่งในปีหน้ายังไม่มีแผนที่จะขยายเพิ่ม

          ยิลด์ดี-เป้า 3.5 บาท

          บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ระบุว่า ยอดขายและกำไรของ QH ฟื้นตัวในไตรมาส 3/2562 และคาดว่าจะเห็นการเติบโตเล็กน้อยในไตรมาส 4/2562 โดยได้รับการสนับสนุนจากกระแสตอบรับที่ดีต่อโครงการใหม่ซึ่งให้อัตรากำไรดีที่ 35% จาก 33% ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนแรก 2562 อ่อนแอ และการเลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ ส่งผลทำให้มีการปรับประมาณการกำไรปี 2562-2564 ของ QH ลดลงสู่ระดับที่หดตัวลงในปีนี้ และเติบโตเล็กน้อยในปี 2563-2564

          นอกจากนี้ บริษัทร่วมมีความสำคัญ ซึ่ง QH มีบริษัทร่วมในหลากหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมค้าปลีก (HMPRO), ธนาคาร (LHFG) จนถึงโรงแรม(QHHR) และสำนักงาน (QHPF) ซึ่งช่วยให้บริษัทกระจายธุรกิจได้เป็นอย่างดี คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ CAGR 10% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า สู่ 1.9 พันล้านบาท ในปี 2562, 2.1 พันล้านบาท ในปี 2563 และ 2.3 พันล้านบาทในปี 2564 ซึ่งจะช่วยปกป้องกำไรให้กับ QH คิดเป็น 66% ของกำไรปกติ นอกจากนี้บริษัทร่วมยังจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

          อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินราคาเป้าหมายที่ 3.5 บาทต่อหุ้น QH มีบริษัทร่วมที่แข็งแกร่งซึ่งสร้างรายได้ต่อเนื่องและช่วยสนับสนุนกำไรปกติ 66% ให้กับบริษัท โดย QH ซื้อขายที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5 เท่าของมูลค่าบริษัทร่วม และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลดีที่ 7% โดยฝ่ายวิจัยมองว่า QH ถูกขายมากเกินไป