Loading

เน็กซัส ชี้พื้นที่อุตฯโตต่อเนื่อง เผยนโยบายรัฐดันลงทุน อีอีซี

วันที่ : 29 มกราคม 2563
เน็กซัส เรียลเอสเตทฯ เผยผลสำรวจพื้นที่อุตสาหกรรมปี 2562 โตต่อเนื่อง ชี้นโยบายรัฐช่วยหนุนลงทุนเอกชนเมกะโปรเจคอีอีซีคืบหน้า มั่นใจแรงส่งถึงปีนี้
          เน็กซัส เรียลเอสเตทฯ เผยผลสำรวจพื้นที่อุตสาหกรรมปี 2562 โตต่อเนื่อง ชี้นโยบายรัฐช่วยหนุนลงทุนเอกชนเมกะโปรเจคอีอีซีคืบหน้า มั่นใจแรงส่งถึงปีนี้

          นายธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมชั้นนำ ได้แก่ พื้นที่บริเวณตอนเหนือกรุงเทพฯ ตะวันออกกรุงเทพฯ และบริเวณอีสเทิร์นซีบอร์ด ในปัจจุบันที่ดินนิคมอุตสาหกรรม เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีที่ดินพร้อมขายสะสมในนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำ 1.68 แสนไร่ โดยขายไปแล้วกว่า 87% ราคาขายเฉลี่ย 5.7 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 9% โดย จ.ชลบุรี มีราคาซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสหกรรมสูงที่สุดอยู่ที่ 11 ล้านบาทต่อไร่

          ในส่วนของตลาดโรงงานสำเร็จรูป ให้เช่า มีพื้นที่ 2.5 ล้านตารางเมตร อัตราเช่า เฉลี่ย 77% ในขณะที่ราคาค่าเช่า ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยราคาค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 205 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน คาดว่าจำนวนพื้นที่ให้เช่าและราคาจะปรับตัวสูงขึ้น ตามทิศทางตลาด

          ด้านตลาดคลังสินค้าสำเร็จรูป ในนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการมากขึ้น เป็นผลจากการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce  เนื่องจากมีความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าเพื่อการเก็บ คัดแยก และส่งต่อ ปัจจุบัน จำนวนพื้นที่คลังให้เช่า 4 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน มีอัตราการเช่า 90% ค่าเช่าเฉลี่ย 160 บาทต่อ ตารางเมตรต่อเดือน

          ทั้งนี้การลงทุนของต่างชาติยังมี อย่างต่อเนื่อง และญี่ปุ่น มีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมในเขตอีอีซีมากที่สุดคือ 167 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 24% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด มีมูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 59,187 ล้านบาท คิดเป็น 29% ของมูลค่าเงินลงทุนรวมจากต่างประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมด

          ในปี 2563 คาดว่า ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรม ยังคงมีแนวโน้มเป็นบวก จากการผลักดัน โครงการอีอีซีของภาครัฐ รวมถึงความ คืบหน้าจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มเห็นรูปร่างอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องจับตามองภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงค่าเงินบาทที่คาดว่า จะยังคงแข็งค่าต่อไป