ตลาดอสังหาฯ อุตสาหกรรมโตสวนกระแสยอดซื้อขายที่ดินพุ่ง 17.5% โซน EEC ราคาทะลุ 31%
Loading

ตลาดอสังหาฯ อุตสาหกรรมโตสวนกระแสยอดซื้อขายที่ดินพุ่ง 17.5% โซน EEC ราคาทะลุ 31%

วันที่ : 30 กรกฎาคม 2569
ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย เผยยอดซื้อขายที่ดินอุตสาหกรรม (Land Take-up) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 5,503 ไร่ เพิ่มขึ้น 17.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และจำนวนโครงการใหม่จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
   ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย เผย ตลาดอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมครึ่งแรกปี 2569 ยังโตต่อเนื่อง ยอดซื้อขายที่ดินพุ่ง 5,503 ไร่ อานิสงส์กลุ่มทุนอิเล็กทรอนิกส์-เทคโนโลยีขั้นสูงแห่ขยายฐานการผลิต ดันราคาที่ดินเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่ม 16.2% ขณะที่พื้นที่ EEC ราคาพุ่งแรงทะลุ 31% ชี้ทิศทางนิคมฯ ปรับแผนมุ่งพัฒนาแบบ Built-to-Suit รองรับความต้องการเฉพาะกลุ่ม

   30 กรกฎาคม 2569 - ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย (Knight Frank Thailand) เปิดเผยรายงาน Thailand Industrial Market Overview H1 2026 ระบุว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศจะเผชิญความไม่แน่นอน

   ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี และการผลิตขั้นสูง ซึ่งมีความต้องการใช้พื้นที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งในส่วนของที่ดินอุตสาหกรรมและโรงงานสำเร็จรูป

   มาร์คัส เบอร์เทนชอว์ Partner - Head of Industry Strategy & Solutions, Knight Frank Thailand ฉายภาพว่า ตัวเลขการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และจำนวนโครงการใหม่แม้จะเริ่มปรับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเทียบกับระดับสูงสุดในปีก่อน แต่ยอดการซื้อขายที่ดินอุตสาหกรรม (Land Take-up) ในครึ่งปีแรกยังสูงถึง 5,503 ไร่ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    "ประเด็นสำคัญของตลาดอุตสาหกรรมไทยในวันนี้ ไม่ใช่เพียงว่าเราจะสามารถดึงดูดการลงทุนได้มากเพียงใด แต่อยู่ที่เรามีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนยุคใหม่หรือไม่ เมื่อโครงการลงทุนมีขนาดใหญ่ขึ้นและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น นักลงทุนไม่ได้มองหาเพียงพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ต้องการทำเลที่มีระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว" - มาร์คัส เบอร์เทนชอว์

   EEC แชมป์อุปทานนิคมฯ รูปแบบพัฒนาเปลี่ยนสู่ Built-to-Suit

   รายงานระบุว่า ณ สิ้นครึ่งปีแรก 2569 ประเทศไทยมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมพร้อมขายและเช่า (Serviced Industrial Land Plots: SILP) รวมทั้งสิ้น 191,292 ไร่ เพิ่มขึ้น 3.1% จากครึ่งหลังของปี 2568 โดยพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังครองความเป็นศูนย์กลางหลัก คิดเป็นสัดส่วน 64.6% ของอุปทานทั้งหมดในประเทศ

   อย่างไรก็ตาม รูปแบบการพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมเริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน โดยหันมาเน้นการพัฒนาแบบสั่งสร้างตามความต้องการ และการตกลงเช่าล่วงหน้าเพื่อตอบโจทย์โรงงานยุคใหม่ที่มีข้อกำหนดเฉพาะด้านโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภค

   สำหรับตลาดโรงงานสำเร็จรูป มีอุปทานใหม่เติมเข้ามาเพียง 10,400 ตารางเมตร ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดระยองทั้งหมด ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่โรงงานสำเร็จรูปภาพรวมพุ่งสูงถึง 98.2% สะท้อนว่าความต้องการโรงงานพร้อมใช้งานยังคงตึงตัว

   ราคาที่ดินอุตสาหกรรมพุ่งแรง EEC ปรับขึ้นทะลุ 31%

   จากการที่อุปสงค์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเพิ่มขึ้นของอุปทานเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลดันให้ราคาขายที่ดินอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้นในทำเลยุทธศาสตร์

   ราคาขายเฉลี่ยของที่ดินอุตสาหกรรมทั่วประเทศปรับขึ้นมาอยู่ที่ 7.43 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยพื้นที่ EEC มีอัตราการปรับขึ้นของราคาสูงสุดมากกว่า 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

   การพุ่งขึ้นของราคาที่ดินนอกจากจะสะท้อนต้นทุนพัฒนาที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงการลงทุนที่กระจุกตัวในทำเลที่มีความพร้อมด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรม และสามารถรองรับการขยายตัวในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   อิเล็กทรอนิกส์ฮิตครองแชมป์ 40% โรงงานเดิมเดินหน้าขยายฐาน

   ในแง่มูลค่าเงินลงทุนจากต่างประเทศ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่ครองสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็นประมาณ 40% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดที่ได้รับการส่งเสริมในครึ่งปีแรก โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ PCB, Flexible PCB, HDI PCB และเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง

   นอกจากนี้ แม้จำนวนการเปิดโรงงานใหม่จะชะลอตัวลงจากปีก่อน แต่สถิติการขยายโรงงานเดิมกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงว่าผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนก่อนหน้านี้ยังคงเชื่อมั่นและเลือกขยายกำลังการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

   โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล-พลังงาน ตัวแปรตัดสินเกมแข่งขันระยะยาว

   ไนท์แฟรงค์ ประเมินแนวโน้มช่วงที่เหลือว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมไทยจะยังได้แรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการระดับโลกในกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

   ทว่า ปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันของไทยในอนาคต จะไม่ได้วัดกันที่ปริมาณพื้นที่ดินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบไฟฟ้า น้ำ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และศักยภาพในการรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งจะเป็นโจทย์สำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งฐานการผลิตของนักลงทุนข้ามชาติ