Loading

เร่งเครื่องดึงทุนจีนปักธงอีอีซี

วันที่ : 11 กุมภาพันธ์ 2563
"ณรงค์ศักดิ์" ประธานหอการค้าไทย-จีนคนใหม่ยันอีอีซีไทยเนื้อหอม นักธุรกิจจีนทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอีสนใจลงทุนไทยเพียบ ด้านภาคธุรกิจภูเก็ตอ้อนรัฐเร่งช่วยเหลือหลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาอย่างหนัก
        'ภูเก็ต'โอดโคโรนาพ่นพิษ
        วอนภาครัฐช่วยเหลือด่วน
        "ณรงค์ศักดิ์" ประธานหอการค้าไทย-จีนคนใหม่ยันอีอีซีไทยเนื้อหอม นักธุรกิจจีนทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอีสนใจลงทุนไทยเพียบ ด้านภาคธุรกิจภูเก็ตอ้อนรัฐเร่งช่วยเหลือหลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาอย่างหนัก
        นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย-จีน เปิดเผยภายหลังการรับมอบตำแหน่งประธานหอการค้าไทย-จีน ว่า จีนพร้อมที่จะยกระดับความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของไทยกับนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน และยังเป็นการยกระ ดับเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้เติบโตต่อไป
        ปัจจุบันมีนักลงทุนจีนทั้งรายใหญ่และธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ต่างสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยในเกือบทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี คาดในปี 2563 จะมีการเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องการให้ภาครัฐมี ความชัดเจนในเรื่องนโยบายที่เกี่ยว ข้องกับอีอีซี ทั้งกฎหมายการถือครองที่ดิน และการถือหุ้นตามอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งมีบางอย่างยังไม่ชัด เจน เช่น กรณีการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เห็นว่าควรจะเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 51% ก็จะช่วยกระตุ้นการลงทุนได้อย่างมาก เป็นต้น
        "จีนได้พัฒนาประเทศไป มากแล้วจนการเติบโตเริ่มอิ่มตัว ต้องมองหาการลงทุนภายนอกประเทศ และผมคิดว่าเอสเอ็มอี ของจีนสนใจที่จะเข้ามาลงทุนใน ไทยมากขึ้น ดังนั้นทางหอการค้า ไทย-จีนพร้อมที่จะร่วมมือกันดึงการลงทุนจากจีนเข้ามาไทย ขณะเดียวกันก็จะพัฒนาให้ธุรกิจไทยร่วมมือกับจีนทั้งในประเทศไทยและในจีน ซึ่งเอสเอ็มอีของจีนนั้นถือเป็นธุรกิจที่ไม่เล็กเลย ซึ่งผมเองมีทีมงานที่จะร่วมมือกัน คาดหวังว่าอย่างน้อยในปีนี้หอการ ค้าไทย-จีนจะดึงลงทุนเอสเอ็มอีของจีนมาลงทุนในไทย 1-2 รายให้ได้" นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
        นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเชื่อมั่นว่าที่สุดจีนจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้จบลงได้ในไม่กี่เดือนจากนี้ แต่ยอมรับว่าที่มีผลกระทบมากน่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวจีนมาไทยจำนวนมาก ดังนั้น ก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1-2 เล็กน้อย คาดจะต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนควบคุมได้ การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้เร็วมาก
        นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประ ธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้จัดทำข้อสรุปและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโร นา ที่เกิดขึ้นในทุกภาคธุรกิจ ทั้งภาคการท่องเที่ยว, ของที่ระลึก, ร้านอาหาร บันเทิง สปา ค้าปลีก, อสังหาริมทรัพย์
        ดังนั้น ภาคเอกชนในภูเก็ตต้องการขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการในภูเก็ตทุกธุรกิจอย่างเร่งด่วน  เช่น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมายืนยันว่าสถานะแต่ละเมืองท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นอย่างไร จะควบคุมได้เมื่อไหร่ และยืนยัน "เมืองภูเก็ตปลอดภัย" ให้เร็วที่สุด เพราะว่าหากมีหน่วยงานระดับประเทศที่มาร่วมแถลงข่าวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วได้เท่าไหร่ นักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นที่ไม่ใช่ชาวจีน และนักท่องเที่ยวชาวไทยเองจะได้มาเที่ยวกันอย่างมั่นใจในความปลอดภัย
        นอกจากนี้ยังได้นำเสนอนโยบายดึงนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาเที่ยวในช่วงผ่านพ้นวิกฤติไวรัสโคโรนาไปแล้ว อาทิ "โครงการไทยช่วยไทยใน 10 เดือน" ด้วยการลดภาษีน้ำมันของสายการบินและลดภาษีสนามบิน, ลดค่าที่พัก คาดอาหาร เพื่อดึงคนไทยมาเที่ยวในระบบเดียวกับชิม ช้อป ใช้