Loading

ธอส.คาดตลาดอสังหาฯไทยปีนี้ทรงตัว

วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2563
นายปริญญา พัฒนภักดี ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยปี 2563 มีแนวโน้มกระเตื้องดีขึ้นจากปี 2562 เห็นได้จากในช่วงต้นปีทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) มาเสริมกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐบาลที่ออกมาในปี 2562 จะทำให้เชื่อว่าภาพรวมอสังหาฯ ทั้งปีนี้ดีขึ้นแน่นอน
        นายปริญญา พัฒนภักดี ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยปี 2563 มีแนวโน้มกระเตื้องดีขึ้นจากปี 2562 เห็นได้จากในช่วงต้นปีทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) มาเสริมกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐบาลที่ออกมาในปี 2562 จะทำให้เชื่อว่าภาพรวมอสังหาฯ ทั้งปีนี้ดีขึ้นแน่นอน
        ในปี 2562 มี 3 มาตรการที่รัฐบาลออกมา ประกอบด้วยลดหย่อนภาษีเงินได้จากการซื้อบ้านและห้องชุด (บ้านหลังแรก) ไม่เกิน 2 แสนบาท, ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนและลดค่าจดทะเบียนการจดจำนองอสังหาฯ เหลือประเภทละ 0.01% สำหรับบ้านจัดสรรและห้องชุดไม่เกิน 1 ล้านบาท
และมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนและลดค่าจดทะเบียนการโอนและลดค่าจดทะเบียนการจดจำนองอสังหาฯ เหลือประเภทละ 0.01% สำหรับบ้านจัดสรร และห้องชุดไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งมาตรการต่างๆ ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เห็นจากยอดมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2562 ปรับตัวจากตัวติดลบ มาเป็นบวก 2.7%
        "สำหรับแนวทางของศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เตรียมยกระดับเป็นศูนย์อสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ มุ่งเน้นต้องมีบิ๊กดาต้าทั้งระบบของประเทศ รวบรวมเป็นฐานและแหล่งข้อมูลเดียวกัน เพื่อนำมาวิเคราะห์ ประเมินในทำเลแต่ละพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการได้นำไปใช้ในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เป็นการดูแลคนไทยให้มีที่อยู่อาศัยได้ตามความต้องการ"
        ด้านนายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2563 นี้ ประมาณการจากปัจจัยบวก ทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำ มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐบาล การผ่อนปรนแอลทีวี    
ส่วนปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัว การระบาดของไวรัสโคโรนา สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทุกประเภททั่วประเทศในปีนี้จะติดลบ 0.2% หรือทรงตัวจากปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 372,500 หน่วย ในแง่มูลค่าคาดการณ์จะติดลบ 2.5% มูลค่าประมาณ 853,100 ล้านบาท

 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ