Loading

ธปท.ชี้หนี้เน่ารถ-บ้านพุ่ง

วันที่ : 19 กุมภาพันธ์ 2563
นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมระบบสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ปี 62 เติบโตเพียง 2%
          คาดกลางปีทะยานแตะ3% ตามติดลูกหนี้ดีแต่ขาดเงิน

          นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมระบบสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ปี 62 เติบโตเพียง 2% ซึ่งขยายตัวต่ำกว่าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจ หรือจีดีพีปี 62 อยู่ที่ 2.4% เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวและมีธุรกิจขนาดใหญ่ระดม ทุนในตลาดทุนเช่นตราสารหนี้ รวมทั้งมีการชำระหนี้คืนจำนวนมาก โดยคาดว่าสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ปีนี้จะโตมากกว่า 2% ตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐและเงินให้สินเชื่อจากการประมูลคลื่นความถี่ 5 จี ถ้าผู้ชนะการประมูลต้องการใช้เงินสินเชื่อ

          ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ในปี 62 อยู่ที่ 4.65 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.98% ต่อสินเชื่อรวม โดยธนาคารพาณิชย์มีการบริหารคุณภาพพอร์ตสินเชื่อด้วยการตัดหนี้สูญและการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้น ส่วนสินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ หรือหนี้ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน หรือเอสเอ็ม เพิ่มขึ้นจาก 2.42% สิ้นปี 61 มาอยู่ที่ 2.79% ในสิ้นปี 62 โดยเอ็นพีแอลยังเพิ่มสูงขึ้นจากสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งคาดว่าระหว่างปี 63 มีโอกาสเพิ่มขึ้นกว่า 3% ได้ แต่เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะบริหารจัดการเอ็นพีแอลจนจบสิ้นปี 63 ให้อยู่ระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

          นายธาริฑธิ์ กล่าวว่า ในปีนี้ยังต้องจับตาและติดตามการดูแลลูกหนี้ธุรกิจที่มีศักยภาพแต่ประสบปัญหาสภาพคล่องชั่วคราว และการให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อรายย่อยโดยเฉพาะภาคครัวเรือน ซึ่งต้องคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก รวมทั้งให้ความสำคัญกับการดูแลให้ลูกค้าได้รับบริการและคิดค่าใช้บริการ ค่าธรรมเนียมอย่างเป็นธรรม ขณะที่แนวโน้มสินเชื่อรายย่อยปีนี้ มีโอกาสขยายตัวดีในสินเชื่อไม่เกิน 20 ล้าน ประเภทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มผ่านการสั่งซื้ออาหารออนไลน์

          "ช่วงที่ผ่านมายอดปฏิเสธการให้สินเชื่อของแบงก์อยู่ที่40% ซึ่งไม่มากนัก เพราะส่วนหนึ่งเข้ามาขอสินเชื่อน้อยและเข้มงวดมากขึ้น โดยระยะต่อไปอาจเห็นธนาคารพาณิชย์แข่งขันกันลดดอกเบี้ยมากขึ้น เพื่อแข่งขันสู้กับการระดมทุนผ่านตลาดทุน"

          สำหรับกำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ปี 62 อยู่ที่ 2.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.8% เป็นผลจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนเป็นสำคัญ ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงเล็กน้อยจากรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนเงินและรายได้ค่านายหน้าขายหลักทรัพย์ ด้านระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนทั้งสิ้น 2.845 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการจัดสรรกำไรเข้าเป็นเงินกองทุน การออกหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางแห่งหนึ่งรองรับการควบรวมกิจการ เงินสำรองของระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับสูงที่ 7 แสนล้านบาท

          "ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคง ระดับเงินกองทุนและเงินสำรองอยู่ในระดับสูง สามารถรองรับความท้าทายจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจได้"