Loading

จีนมองไทย ปลอดภัย สั่งซื้อคอนโดลี้ภัย กลางวิกฤติ โคโรนา

วันที่ : 4 มีนาคม 2563
เศรษฐีจีนสั่งซื้อคอนโดฯ พฤกษา 2 โครงการ 100 หน่วย
          เศรษฐีจีนสั่งซื้อคอนโดฯ "พฤกษา"2 โครงการ 100 หน่วย ท่ามกลางวิกฤติโคโรนา เผยทำเล รามคำแหง-รัชดาฯ- พระราม 9 ส้มหล่นโครมใหญ่ มองชัยภูมิไทยผ่านไวรัสโคโรนา เหมาะเป็นบ้านหลังที่สอง-สาม ลี้ภัย ด้านแสนสิริมั่นใจไทยมีจุดแข็งด้านสาธารณสุข-อนันดา มั่นใจประชากรเมืองรองแผ่นดินใหญ่ยังมาไทย ขณะชีวาทัย ฟันธงไตรมาสแรกยันไตรมาส 2 เจอดีแน่

          พิษไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 แพร่กระจาย ทำลายล้างลงสู่ระบบฐานรากได้อย่างซึมลึก การจับจ่ายภายในประเทศ ทรุดหนักนับแต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบล้มไม่เป็นท่า ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องล้มเป็นโดมิโน ประเมินว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ระยะยาว จะสร้างความสูญเสียอีกมหาศาล แม้รัฐบาลทยอยออกมาตรการต่างๆมาค้ำยันเศรษฐกิจประเทศ แต่ดูเหมือนสถานการณ์ไม่น่าจะคลี่คลายลงโดยง่าย โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่บอบช้ำจากปัจจัยลบรอบด้านมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซ้ำร้ายกำลังซื้อภายในประเทศ พึ่งพาได้อย่างจำกัด ทางออก ดีเวลอปเปอร์ต่างหาหนทาง พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ท่ามกลางกองทัพ เชื้อโรคแพร่ระบาด โฟกัสให้จีนมองไทยเป็นบ้านหลังที่สอง หลังที่สาม ซื้อคอนโดมิเนียมไว้เพื่อหลบภัย

          นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษาเรียลเอสเตท-แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ดีเวลอปเปอร์หลายค่ายต่างออกแคมเปญ เจาะตลาดลูกค้าจีนอีกครั้ง ท่ามกลางการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 เนื่องจากได้รับการติดต่อผ่านเอเยนต์ว่า มีเศรษฐีจีนจำนวนมากต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในไทย เก็บไว้พำนักเป็นบ้านหลังที่สอง หลังที่สาม นอกจากเก็งกำไร หรือซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าระยะยาว

          โดยเฉพาะของพฤกษามีลูกค้าจีนสั่งซื้อคอนโดมิเนียมผ่านเอเยนต์จีนจำนวน 2 โครงการ เกือบ 100 หน่วย ทำเลรัชดาฯ และรามคำแหง ทั้งนี้มองว่าแม้จะอยู่ในจังหวะวิกฤติ แต่จีนยังมองไทยเป็นประเทศน่าอยู่ มีความเสี่ยงน้อย ทั้งด้านความรุนแรงจากเชื้อโรค ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความรุนแรงทางการเมือง หากเทียบกับจีนและประเทศอื่น, ภูมิประเทศชัยภูมิของไทย น่าอยู่ ใกล้เคียงกับจีน เดินทางสั้น, ราคาที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 1 เท่าตัว สามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้ อีกทั้งยังมีผลกำไร หากลงทุนระยะยาวปล่อยเช่าให้กับกลุ่มเดียวกัน หากเกิดสถานการณ์ในประเทศจีน

          ท่ามกลางตลาดอสังหาฯในไทยซบเซา กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ การปฏิเสธสินเชื่อมีสูง แม้โคโรนา จะกระทบลูกค้าจีน แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส พฤกษาได้ออกแคมเปญใหญ่ดึงลูกค้าจีน ซื้อโครงการในหลายทำเล โดยเฉพาะเน้นโครงการที่จีนชื่นชอบอย่างรัชดาฯ และรามคำแหง ที่ยังมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน โดยมีการหารือกับเอเยนต์จีนว่าจะขยายวีซ่าให้สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ยาวขึ้น ขณะเดียวกันยังกำหนดราคาไม่ให้เกิดความต่างที่สูงเกินไป ระหว่างลูกค้าไทยกับลูกค้าจีน ซึ่งที่ผ่านมามักจะบวกราคาขายกับลูกค้าจีนสูงกว่าลูกค้าคนไทย 10% แต่ต่อไปจะขายในราคาเท่ากัน เชื่อว่า แคมเปญนี้น่าจะช่วยให้คนจีนกลับมาในช่วงไตรมาส 2 หรือครึ่งปีหลังปีนี้

          นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. แสนสิริ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนสัดส่วนประมาณ 50% นั้น รวมมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะช่วงปี 2562 จากปัจจัยสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ กระทบเศรษฐกิจภายในและการลงทุนอสังหาฯของชาวจีนอย่างมาก ทำให้ยอดขายในกลุ่มลูกค้าต่างชาติหดตัวเหลือเพียง 3 พันล้านบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา(โควิด-19) ในปัจจุบัน คงทำให้ยอดขายในกลุ่มดังกล่าวชะลอต่อเนื่องไปอีก แต่ไม่ได้กังวลมากนัก เพราะคาดเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ลูกค้าจีนจะกลับมา ผ่านจุดแข็งด้านงานระบบสาธารณสุขของไทย การท่องเที่ยว อาหารการกิน และการเปิดกว้างในเชื้อชาติ ที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ จึงทำให้อสังหาฯไทยยังเป็นที่ต้องการของลูกค้าจีน ซึ่งบริษัทพร้อมเดินหน้าสร้างยอดขายและรายได้ต่อทันที เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีสินค้าพร้อมขายและโอนรองรับ มูลค่ารวม 1.2 หมื่นล้านบาท และมีเครือข่ายเอเยนต์จีนในการกระจายสินค้าได้ทันที

          "ในช่วงปี 2563 บริษัทมีกำหนดการโอนคอนโดฯให้กับลูกค้าจีน ประมาณ 500 ราย มูลค่า 2 พันล้านบาท กระจายใน 8 โครงการที่จะแล้วเสร็จในปีนี้ จากปัญหาโคโรนา บางรายก็ประสงค์ขอยืดเวลาโอน เข้ามาแล้ว ซึ่งบริษัทตอบรับ เพราะเข้าใจสถานการณ์ดี อีกทั้งการวางเงินไว้แล้ว 30% ก็การันตีการรับโอนได้ระดับหนึ่ง จึงไม่กังวลมาก"

          ขณะเดียวกันบริษัทยังมีมาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นการรับโอนในกลุ่มลูกค้าชาวจีน ผ่านการพูดคุยกับเอเยนต์ (ตัวแทนซื้อ-ขาย) ในการจัดหาบริษัทภายนอกทำหน้าที่ตรวจรับคอนโดฯ แทนลูกค้า เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากขณะนี้ลูกค้าจีนไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และทำธุรกรรมได้ลำบาก ซึ่งลูกค้าต่างก็ยอมรับและให้ความมั่นใจถึงคุณภาพที่จะเกิดขึ้น และหากรัฐบาลเปิดช่องเรื่องขยายวีซ่าให้นานขึ้น คงทำให้ลูกค้าจีนกลับเข้ามาในตลาดได้เร็วขึ้น

          นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้าชาวจีนว่า ไม่เปลี่ยนใจที่จะซื้อคอนโดฯในไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเทียร์ 2 (ประชากรเมืองรอง) ของจีน

          ด้าน นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในฐานะผู้ประกอบการรายกลาง มีความกังวลในแง่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตลาดโดยรวมและแผนการทำธุรกิจของบริษัท หากลูกค้าจีนในระบบทิ้งโอนจำนวนมาก เพราะแม้บริษัทเองไม่มีสัดส่วนลูกค้าจีนที่จะต้องมาโอนกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด แต่คาดว่าจากสถานการณ์ทั้งเรื่องไวรัสในจีนท่ามกลางค่าเงินบาทไทยที่มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง จนอาจได้เห็นระดับ 29 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เกิดส่วนต่างในการลงทุนนับ 10% อาจมีความเป็นไปได้สูงว่าในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ของปี จะไม่มีการโอนในกลุ่มลูกค้าจีนเป็นจำนวนมาก เพราะพบว่าลูกค้าจีนส่วนใหญ่ที่เข้ามาลงทุน อสังหาฯในไทยนั้น ไม่ใช่กลุ่มเศรษฐีคนมีเงิน แต่เป็นกลุ่มเจ้าของกิจการ หรือธุรกิจขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการหยุดผลิตและส่งออกสินค้าออกนอกประเทศ เศรษฐกิจจีนไม่มีความแน่นอนจากการหยุดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งผลที่ตามมา เมื่อไม่มีการโอนเกิดขึ้น ผู้ประกอบการเองจึงต้องการระบายสต๊อก ผ่านการทำสงครามราคาดุเดือดมากในกลุ่มราคา 5-10 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดหลักที่บริษัทโฟกัสอยู่

          "ลุ้นสูงมาก เพราะพบว่ามีคอนโดฯ ที่จะแล้วเสร็จร่วม 20 โครงการ จำนวนหลายหมื่นหน่วย แต่ละโครงการมีสัดส่วนรอโอนให้กับลูกค้าต่างชาติหรือชาวจีน 49% เราคาดว่าช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี คงไม่สามารถโอนได้ เพราะเอสเอ็มอีในจีนหลายรายไปไม่รอด และเมื่อโอนไม่ได้ ผู้ประกอบการก็คงกลับมาเล่นเรียลดีมานด์ ในกลุ่มที่เราจับต้องอยู่ จะขายยากขึ้นจากการทำสงครามราคาเพื่อระบายของ"

          ลูกค้าจีนจะกลับมาผ่านจุดแข็งด้านงานระบบสาธารณสุขของไทย