Loading

PFจ่อปรับเป้ารายได้-ยอดขายปีนี้ คาดยอดขาย Q1 ทรุด รับผลกระทบโควิด-19

วันที่ : 20 มีนาคม 2563
PF เตรียมปรับเป้ารายได้-ยอดขาย-แผนเปิดโครงการใหม่ในปี 63
          เตรียมปรับเป้ารายได้-ยอดขาย-แผนเปิดโครงการใหม่ในปี 63 หลังปิดงบครึ่งปีแรก หลังคาดไตรมาส 1/63 ยอดขายลดลง เหตุรับผลกระทบไวรัสโควิด-19 สั่งระงับทุกกิจกรรมทางการตลาดในเดือนมี.ค.-เม.ย.นี้ หวังลดค่าใช้จ่าย-เตรียมความพร้อม

          นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยว่า บริษัทจะพิจารณาปรับแผนและเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2563 ใหม่ หลังจากผ่านการทำงานในช่วงครึ่งปีแรกไปแล้ว ซึ่งในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมอยู่ที่ 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 21,017.31 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2562 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) เฉพาะของ PF จำนวน 2,845 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2563 ทั้งหมด

          ส่วนเป้าหมายยอดขาย (Presale) ในปี 2563 บริษัทตั้งไว้ที่ 18,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนเปิดขายโครงการใหม่รวม 12 โครงการ มูลค่ารวม 18,560 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการที่พัฒนาเอง จำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,730 ล้านบาท และโครงการร่วมทุน จำนวน 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 9,830 ล้านบาท

          ขณะที่ แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2563 ยอดขาย (Presale) น่าจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในช่วงไตรมาส 1/2562 เป็นไตรมาสที่มียอดขายสูง มีปัจจัยหนุนจากการเตรียมใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อ (LTV) ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2562 ซึ่งทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ประกอบกับในช่วงไตรมาส 1/2563 มีปัจจัยลบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

          ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา (มกราคม-กุมภาพันธ์) บริษัทได้รับผลกระทบจากการตื่นตระหนก (Panic) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้คนไม่อยากเดินทางออกจากบ้าน ซึ่งทำให้คนเดินทางเข้าชมโครงการลดน้อยลงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามการทำตลาดออนไลน์ในปัจจุบันยังเป็นเพียงสีสันของการขาย ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ และสร้างการจดจำของแบรนด์เท่านั้น

          “ในช่วง 2 เดือนแรก ยอดขายจากโครงการบ้านเดี่ยวยังคงทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยอดขายคอนโดมิเนียมลดลงต่ำกว่าเป้าหมายภายในที่เราตั้งกันไว้เล็กน้อย แต่ในเดือนมีนาคมนี้ น่าจะได้รับผลกระทบมากขึ้น เพราะคนแพนิก และไม่อยากออกจากบ้านกัน ขณะที่การทำตลาดออนไลน์สำหรับโครงการแนวราบนั้น เป็นเพียงสีสันของการขาย แต่ยังไม่ถึงขั้นตัดสินใจซื้อผ่านการคลิกเมาส์” นายวงศกรณ์ กล่าว

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2563 บริษัทได้ระงับการทำ Marketing campaign (มาร์เก็ตติ้งแคมเปญ) ทั้งหมด เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเตรียมความพร้อมที่จะกลับมาทำการตลาดหลังสถานการณ์ดีขึ้น โดยเบื้องต้นบริษัทประเมินว่าหลังจากเดือนพฤษภาคม 2563 สถานการณ์ต่าง ๆ จะเริ่มดีขึ้น

          โดยบริษัทมองว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะมีระยะเวลาในการแพร่ระบาดสูงสุดประมาณเดือนกว่า ๆ เห็นได้จากประเทศที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งในช่วงปลายเดือนเมษายน 2563 บริษัทเชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะสามารถควบคุมได้ และคนจะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ