Loading

MKจ่อขายทรัพย์สิน2พันล้าน เตรียมตั้งกองทรัสต์ฯ ในไตรมาส 3/63

วันที่ : 9 เมษายน 2563
MK เตรียม ขายทรัพย์สินในส่วนของโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
           MK เตรียมขายทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์ฯ ในไตรมาส 3/63 เพื่อการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงิน ด้านยอดขายไตรมาส 1/63 ทำได้กว่า 500 ล้านบาท คิดเป็น 35% ของเป้าหมายทั้งปี

          นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการจำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า ในปี 2563 บริษัทเตรียมที่จะขายทรัพย์สินในส่วนของโรงงานและคลังสินค้าให้เช่ากว่า 130,000 ตารางเมตร มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (กองทรัสต์ฯ) โดยทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติให้จัดตั้งบริษัทจัดการกองทรัสต์ฯ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว คาดว่ากองทรัสต์ฯ ดังกล่าวจะเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนได้ในไตรมาส 3/2563 นี้

          โดยในส่วนของหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินที่จะครบกำหนดในช่วงปี 2563 บริษัทได้มีการเตรียมแผนการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทได้ระดมออกหุ้นกู้ 3 ปี 11 เดือน เป็นจำนวนเงิน 1,565 ล้านบาท อีกทั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการขายทรัพย์สินเป็นจำนวนเงินกว่า 2,600 ล้านบาท เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท

          นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่ไม่มีภาระผูกพันอีกมากกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีความยืดหยุ่นในการใช้เป็นช่องทางในการเสริมสภาพคล่องได้ในอนาคต ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2562 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest bearing debt ratio) อยู่ในระดับ 1.3 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

          นายวรสิทธิ์ กล่าวว่า ยอดขาย (Presale) ในช่วงไตรมาส 1/2563 บริษัทสามารถทำได้ที่กว่า 500 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 35% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี โดยในช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดจองที่บันทึกเป็นยอดขายรอโอน (Backlog) ที่ประมาณ 90 ล้านบาทต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงที่ผ่านมา

          ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทุกภาคธุรกิจ รวมถึง MK ด้วยนั้น บริษัทได้รับมือโดยการปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งการปรับการทำงานของพนักงาน, การปรับเรื่องการขาย โดยการนำเทคโนโลยี Virtual Tour 360 องศา มาใช้ เพื่อให้ลูกค้าชมบ้านเสมือนจริง แม้ไม่ได้เดินทางมาที่โครงการ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทาง Line ได้อีกด้วย
          อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และสัดส่วนของลูกค้ากว่า 70% เป็นลูกค้าไม่ติดภาระสัญญากู้เงินที่อยู่อาศัย ประกอบกับสินค้าของบริษัทอยู่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาทต่อยูนิต จึงทำให้ได้รับผลกระทบไม่มากนัก ขณะเดียวกันบริษัทยังออกโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นด้วย
          สำหรับภาพรวมธุรกิจเพื่อเช่าและการบริการยังคงมีทิศทางการเติบโตที่ดี ซึ่งบริษัทมีรายได้จากธุรกิจเพื่อเช่าและการบริการในปี 2562 รวมจำนวน 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปี 2561 โดยธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน ดำเนินงานภายใต้บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ณ สิ้นปี 2562 มีผู้เช่าแล้วกว่า 90% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด
          ส่วนธุรกิจโครงการ พาร์ค คอร์ท (Park Court) สุขุมวิท 77 คอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ระดับลักชัวรี่ไฮเอนด์ให้เช่า ยังสามารถรักษาอัตราเช่าให้อยู่ที่ 80% ของจำนวนห้องเช่าทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจสนามกอล์ฟ ฟลอร่า วิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ ก็ยังมีทิศทางเติบโตที่ดี โดยในปี 2562 รายได้เฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
          ด้านธุรกิจบริการดูแลจัดการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ยัวร์ส พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด ยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ นอกจากนี้ในช่วงปลายปี 2563 บริษัทมีแผนจะเปิดตัวธุรกิจโครงการสถานพยาบาล สถานฟื้นฟู และเวชศาสตร์ชะลอวัย (Wellness Center) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ