Loading

RICHYแง้มงบไตรมาส1ทรุด ยอดขาย-ยอดโอนวูบพิษโควิด

วันที่ : 14 เมษายน 2563
ริชี่ เพลซฯ รับ เจอพิษโควิด กระทบยอดขาย-ยอดโอนในไตรมาส 1/63
          “ริชี่ เพลซฯ” ยอมรับไวรัสโควิด-19 กระทบยอดขาย-ยอดโอนในไตรมาส 1/63 ทรุด! หลังยอดผู้เข้าชมโครงการลดลง 90% เหตุกังวลไม่กล้าออกจากบ้าน ขณะที่เล็งทบทวนเป้าหมายและแผนงานในปีนี้ใหม่อีกครั้งหลังเหตุการณ์คลี่คลาย

          นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อจะทบทวนเป้าหมาย แผนงาน และกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2563 ใหม่อีกครั้ง หลังสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย

          ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 1/2563 แนวโน้มผลการดำเนินงานลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งในแง่ของยอดขาย (Presale) และยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจำนวนของยอดผู้เข้าชมโครงการ (walk in) ลดลงประมาณ 90% เนื่องจากประชาชนมีความกังวลในสถานการณ์ดังกล่าวจนไม่กล้าที่จะออกจากบ้าน

          ส่วนยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการก็ลดลง เพราะยอดขายที่ลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 ที่ผ่านมา โดยยอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นปี 2562 อยู่ที่เกือบ 4,000 ล้านบาท ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการทยอยรับรู้ ประกอบกับยอด walk in ที่ชะลอตัว ทำให้มี Backlog เข้ามาเติมใหม่น้อยกว่ายอดที่ทยอยรับรู้รายได้ไป

          “สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยตอนนี้อยู่ในช่วงพีค แต่ก็ยังไม่สุด และไม่สามารถตอบได้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ และจะเป็นอย่างไรต่อ แต่เรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มีการรับมือด้านการดูแลความปลอดภัยของพนักงานตามมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมา ขณะเดียวกันเราก็มีการเฝ้าระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตามแม้รายได้ในปีนี้จะลดลง แต่เราต้องพยายามรักษาผลการดำเนินงานให้มีกำไรให้ได้” นางอาภา กล่าว

          สำหรับแผนการดำเนินงานของ RICHY บริษัทมีการเลื่อนการเปิดขายโครงการใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพราะภาวะตลาดที่ไม่เอื้อต่อการเปิดตัวโครงการใหม่ จึงชะลอเพื่อรอจังหวะที่ดี และคาดว่าหลังจากนี้ ยังคงต้องติดตามปัจจัยต่าง ๆ และภาวะตลาดก่อนการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงนั้น ๆ ซึ่งเดิมบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ประมาณ 4-6 โครงการต่อปี มูลค่าโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 1,800-4,000 ล้านบาทต่อโครงการ

          อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะมีที่ดินที่พร้อมพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ในมืออยู่จำนวนหลายแปลง แต่บริษัทยังไม่มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งสินค้าประเภทโครงการคอนโดมิเนียม เป็นสินค้าที่ลูกค้าต่างชาติสามารถเข้ามาครอบครองได้ ยังคงมีผลกระทบอยู่ อีกทั้ง บริษัทมีนโยบายรักษาสภาพคล่องในมือไว้ โดยการชะลอกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่าย เช่น การเขียนแบบโครงการใหม่ ๆ หรือกิจกรรมการเปิดตัวโครงการใหม่ เป็นต้น

          นอกจากนี้ บริษัทมีการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นรายบุคคล ด้วยการเจรจากับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเป็น case by case ซึ่งการช่วยเหลือสูงสุดของบริษัท คือ การพักชำระหนี้ทั้งหมดชั่วคราว เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระทางการเงินให้กับลูกค้า
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ