Loading

4 ธนาคารขานรับธปท. หั่นดอกกู้0.125-0.38%

วันที่ : 22 พฤษภาคม 2563
4 ธนาคารพาณิชย์ SCB–KBANK–KTB และ BAY เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง
          4 ธนาคารพาณิชย์ SCB–KBANK–KTB และ BAY เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง ทั้ง MOR MRR และ MRR ระหว่าง 0.125–0.38% หลังจากแบงก์ชาติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมา 0.25% เหลือ 0.50%

          นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบภาระต้นทุนดอกเบี้ยของลูกค้า โดยดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทแบบมีระยะเวลา (MLR) ลดจาก 5.375% เป็น 5.25% เป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในระบบธนาคาร ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลงจาก 6.095% เป็น 5.845% และดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดลงจาก 6.345% เป็น 5.995% ปรับลดลงมากที่สุดในระบบธนาคาร

          ธนาคารหวังว่าการลดดอกเบี้ยดังกล่าว จะช่วยให้ลูกค้าสินเชื่อมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และช่วยให้ลูกค้าสามารถก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ นอกจากมาตรการลดดอกเบี้ยแล้ว ธนาคารยังสนับสนุนแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ และการให้สภาพคล่องเพิ่มเติมผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

          นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กล่าวว่าธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย MOR ลงสูงสุด 0.38% ทำให้อัตราดอกเบี้ย MOR คงเหลือที่ 5.84% ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR และ MRR ลงอีก 0.13% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยคงเหลือ 5.47% และ 5.97% ตามลำดับ เพื่อช่วยประคองสภาพคล่องและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าของธนาคาร โดยเฉพาะลูกค้าบุคคลและลูกค้าผู้ประกอบการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2563

          นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง 0.125% ต่อปี เหลือ 5.25% ต่อปี, MOR ลดลง 0.40% ต่อปี เหลือ 5.82% ต่อปี และ MRR ลดลง 0.125% ต่อปี เหลือ 6.22% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 เพื่อสนับสนุนภาครัฐในการเร่งกิจกรรมและกิจการทางเศรษฐกิจ ตลอดจนลดต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการและประชาชนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

          ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน นอกเหนือจาก 5 มาตรการเยียวยาที่ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย การสนับสนุน Soft Loan ในการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ ทั้งนี้ เพื่อดูแลลูกค้าของธนาคารให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ รวมทั้งลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

          ขณะที่นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR โดยดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ลดลงจาก 5.83% เป็น 5.58% ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลงจาก 6.30% เป็น 5.95% และดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดลงจาก 6.30% เป็น 6.05% อัตราดอกเบี้ยใหม่ดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป

          "ธนาคารพร้อมสนับสนุนนโยบายทางการเงินของภาครัฐ ผ่านกลไกการทำงานของธนาคาร เพื่อลดผลกระทบต่อกิจกรรมทางธุรกิจและภาระต้นทุนดอกเบี้ยของลูกค้า อันเนื่องมาจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยลบที่ตามมา" นายเซอิจิโระ กล่าว