Loading

29บจ.อสังหาฯรายได้หด30%

วันที่ : 29 พฤษภาคม 2563
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ คาดสิ้นปีเหลือขาย2.1แสนยูนิตกว่า 1.3ล้านล.
          'แอลพีเอ็นฯ' เผย 29 บริษัทอสังหาใน ตลท.ยังสดใสทำกำไรได้ดี แม้ผลประกอบการรวมจะลดลงกว่า 30% แต่ธุรกิจยังแข็งแกร่งเหตุหนี้ต่อทุนยังต่ำ คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัวได้ ด้านศูนย์ข้อมูลคาดปี 63 จะมีที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมในตลาดกว่า 2 แสนยูนิตมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล.

          นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพีนี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2563 หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 (โควิด-19) มีแนวโน้มคลี่คลาย และกำลังซื้อเพื่อการอยู่อาศัยยังคงมีอยู่ในตลาดหลังจากที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2563 ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) 29 บริษัท จะมีรายได้รวม 59,207.66 ล้านบาท ลดลงใน 30.43%  และกำไรสุทธิ 8,176.88 ล้านบาทลดลง 40.68% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2562 ก็ตาม แต่ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอสังหาฯยังคงสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ยที่ 13.81% ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น นอกจากนี้ยังพบว่า สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) ของผู้ประกอบการอสังหาฯ ณ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยเฉลี่ยยังต่ำกว่า 2 ต่อ 1 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทอสังหาฯใน ตลท. ซึ่งแตกต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ที่สัดส่วนหนี้ต่อทุนของบริษัทอสังหาฯในขณะนั้นสูงกว่า 2 ต่อ 1 ทำให้มีความเสี่ยงในการทำธุรกิจ

          "คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะติดลบประมาณ 5-7% จะส่งผลให้ธุรกิจอสังหาฯมีแนวโน้มติดลบประมาณ 15-20% เมื่อเทียบกับปี 2562" นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว และว่า จากการวิเคราะห์กำลังซื้อในไตรมาสแรกของปี 2563 พบว่า ความต้องการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยยังคงมีอยู่ทั้งแนวราบและแนวสูง แต่การที่รายได้ไตรมาสแรกของผู้ประกอบการลดลง เพราะไม่สามารถโอนที่อยู่อาศัยให้กับผู้ซื้อต่างชาติได้ เพราะผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบางส่วนเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อการลงทุนก็ชะลอการลงทุนลง และคาดว่าอสังหาฯจะค่อยๆ ฟื้นตัว ในไตรมาส 3 และ 4ของปี 2563 โดยผู้ประกอบการจะทยอยเปิดตัวโครงการใหม่ หลังจากที่ชะลอแผนเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรก โดยคาดว่าปีนี้จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 50,000-55,000 ยูนิต มูลค่า 175,000-190,000 ล้านบาท  ลดลง 50-55% เมื่อเทียบกับปี 2562 และคาดว่าจะมีสินค้าคงเหลือมีมูลค่าสูง โดยครึ่งปีแรก 29 บริษัทจดทะเบียนใน ตลท.มีสินค้าคงเหลือและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 ที่ 576,406 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.74% จาก 2562  ซึ่งต้องใช้เวลาในการขายไม่น้อยกว่า 36 เดือน ทำให้ผู้ประกอบการจะเร่งขายโครงการเดิม แทนการเปิดโครงการใหม่ แต่ก็จะมีบางบริษัทที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ในทำเลที่กำลังซื้อสูง ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตในวิถีปกติใหม่ (New Normal) ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2562 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวม 209,868 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากครึ่งแรกปี 2562 ประมาณ 7.3% โดยมีจำนวนยูนิตขายได้ใหม่ลดลง 21.7% ขณะที่จำนวนยูนิตเหลือขายรวมเพิ่มขึ้น 15.6% แบ่งเป็นยูนิตสร้างเสร็จ 40,792 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 157,140 ล้านบาท และคาดการณ์ปี 2563 จะมีที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมประมาณ 212,750 ยูนิต มูลค่าประมาณ 1,340,233 ล้านบาท