Loading

ภาษีที่ดินซ้ำเติมอสังหา แบกรับต้นทุน-ขอเลื่อน

วันที่ : 8 มิถุนายน 2563
อสังหาฯ เหนื่อย ภาษีที่ดิน รอจัดเก็บ
          ผู้ประกอบการโอด ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อีก 2 เดือนรอจัดเก็บ ซ้ำเติมภาวะตลาดขายยาก แบกรับต้นทุน เพิ่มเสนอขอเลื่อนจัดเก็บไปก่อน ห่วงสต็อกเก่าเหลือขายในตลาด และยังมีรอสะสมใหม่อีกนับ 80,000 หน่วย มีแนวโน้มชะลอแผนเปิดตัวโครงการใหม่

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือ REIC เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความกังวลถึงจำนวนสต็อกเก่า ขายไม่หมด และหน่วยที่อยู่อาศัยใหม่ที่จะแล้วเสร็จจดทะเบียน คาดตลอดทั้งปี 2563 เฉพาะพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล จะมีเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 80,563 หน่วย ซึ่งหากอัตราดูดซับในตลาดยังลดลงต่ำกว่า 5% จากอดีต 9.5% สะท้อนการขายออกได้ช้า จากปัญหากำลังซื้อของผู้บริโภคนั้น บางส่วนจะกลายเป็นสต็อกสะสมใหม่ ส่วนสต็อกเก่ากลุ่มที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขายได้หมดในระยะ 3 ปี (นับจากออกใบอนุญาต) จะถูกเรียกเก็บภาษี ในอัตราล้านละ 3,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยลบในช่วงครึ่งปีหลังของตลาด “การขายได้ช้า ก่อให้เกิดสต็อก และเมื่อภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้างกำลังจะมีผลบังคับใช้แน่ โปรเจกต์เก่าที่ขายไม่หมดในระยะ 3 ปี ย่อมกลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ เบื้องต้นจะทำรายงานเสนอให้ชะลอการจัดเก็บออกไปก่อน เพื่อช่วยผู้ประกอบการซึ่งกระทบหนักอยู่ก่อนแล้วในช่วงนี้

          ล่าสุดรัฐขยายมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% เพิ่มไปถึงเดือนมิถุนายน ปี 2565 ในกลุ่มบ้าน-คอนโดฯ หลังแรกไม่เกิน 3 ล้านบาทนั้น อาจยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อและผู้ประกอบการ เนื่องจากหากต้องการเพิ่มบรรยากาศการซื้อ-ขาย ให้กลับมาคึกคัก ควรกระตุ้นให้ทุกกลุ่มราคาด้าน

          นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในเบื้องต้นบริษัทมีสต็อกคอนโดฯ เฉพาะแค่กลุ่มที่ขายไม่หมดภายในระยะ 3 ปี ซึ่งเข้าเงื่อนไขกฎหมายจะต้องถูกจัดเก็บภาษีประเภทพาณิชย์ 0.3% หรือ ล้านละ 3,000 บาท นั้น รวมมูลค่าหน่วยประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมองว่าเป็นปัจจัยลบตัวใหม่สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยและการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ณ ปัจจุบัน เป็นภาระที่หนัก สำหรับผู้ประกอบการ แม้ตลาดพอจะมีปัจจัยบวกอยู่บ้าง เช่น การขยายลดค่าโอนฯ จดจำนองออกไป 2 ปี แต่เป็นที่ทราบกันว่า ขณะนี้สต็อกคงค้างในตลาดมีจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดฯ ที่ต้องสร้างเสร็จทั้งตึก ส่วนบ้านเดี่ยว กระทบไม่มาก เพราะทยอยขาย-ทยอยสร้างอยู่ก่อนแล้ว ปัญหาของผู้ประกอบการขณะนี้ คือ ลูกค้ามีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยมีลูกค้าจำนวนมากถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ เพราะคุณสมบัติไม่เข้าเงื่อนไขตามที่ธนาคารเข้มงวด
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ