Loading

สุริยะ ดันเขตศก.พิเศษ ดึงเงินต่างชาติ/ฝันไทยฮับอาเซียน

วันที่ : 29 มิถุนายน 2563
กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมผลักดันการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งเป้าไทยฮับอาเซียน
         นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายผลักดันการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานเพื่อ ขับเคลื่อนด้านการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษผ่านการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะร่วมสานต่อภารกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การพัฒนาเชิงพื้นที่ตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยประสบผลสำเร็จ พร้อมตั้งเป้าหมายให้เกิดการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างประเทศ/ในประเทศใช้ไทยเป็นศูนย์กลางลงทุน (Hub) ของอาเซียน (Connectivity)

          โดยใช้ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกลไกในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ในการบริหารจัดการ กำกับติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 แห่ง และพื้นที่ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม ได้แก่ พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC - Creative LANNA) พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor : NeEC - Bioeconomy) และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง - ตะวันตก (Western - Central Economic Corridor : WCEC) เป็นต้น

          นายสุริยะกล่าวว่า ก้าวต่อไปของกระทรวงอุตสาหกรรม คือ จะเร่งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมรองรับนักลงทุนที่สนใจเข้าไปลงทุน เช่น นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นิคมอุตสาหกรรมสงขลา (สะเดา) จังหวัดสงขลา และนิคมอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการรองรับผลผลิตยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ ซึ่งจะส่งผล ให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ โดยคาดว่าเมื่อมีการใช้พื้นที่เต็มประสิทธิภาพแล้วจะทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 7,000 อัตรา และก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท

          ขณะที่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้กำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมการขาย/เช่าที่ดินของนิคมอุตสาหกรรมยางพารา เช่น มาตรการส่งเสริม การขาย จะได้รับส่วนลด 5% ของอัตราราคา ขายที่ดิน ยกเว้นค่าบริการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกในปีแรก นับจากวันที่ทำสัญญา จะซื้อจะขาย/สัญญาซื้อขายที่ดิน และสามารถแบ่งชำระการซื้อที่ดินในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินได้ภายใน 6 เดือน โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องยื่นขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการต่อ กนอ. ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โอนที่ดินภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และแจ้งเริ่มประกอบกิจการภายในระยะเวลา 2 ปี มาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดิน ซึ่งจะได้รับยกเว้นค่าเช่าที่ดินในปีแรก นับจากวันที่ทำสัญญาเช่าที่ดิน และยกเว้นค่าบริการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกในปีแรก นับจากวันที่ทำสัญญาเช่าที่ดิน โดยผู้ที่ได้รับสิทธิดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมยางพาราขั้นปลาย (Downstream Rubber Industry) และผู้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมยางพาราขั้นกลาง (Midstream Rubber Industry) ทำสัญญาเช่าที่ดินภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 และมีระยะเวลาการเช่าไม่น้อยกว่า 20 ปี เป็นต้น