Loading

โนเบิล-เสนา ลุยลงทุน ผุด7โครงการ3.2หมื่นล.

วันที่ : 27 พฤศจิกายน 2563
โนเบิล - เสนา ฯ ไม่หวั่น โควิด -19  ขยายลงทุน-เปิดโครงการใหม่
          2 บิ๊กอสังหาฯไม่หวั่น โควิด-19 ยืดเยื้อ  เร่งลุยลงทุน-ปรับกลยุทธ์ ธุรกิจดันรายได้ "โนเบิล"ประกาศ พร้อมกลับมาใช้นโยบายเชิงรุก เพิ่มงบ ลงทุน 8 พันล้านบาท เปิด 7 โครงการใหม่ 3.2 หมื่นล้านบาท เจาะกลุ่มบ้านระดับ 3 ล้านครั้งแรก หนุนรายได้โต 20%  ลุ้น เปิดตัวบิ๊กดีลร่วมบีทีเอส ด้านเสนาฯลุยคอนโดมิเนียมต่ำ 1 ล้านบาท มุ่งฐานลูกค้าแบงก์รัฐ

          นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธาน กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจปีหน้าจะเป็นปีที่บริษัทจะกลับมา เติบโตในเชิงรุก ซึ่งจะโดดเด่นทั้งในแง่ ของผลการดำเนินงานจากการเติบโต ของธุรกิจ ทั้งในแง่รายได้และการเติบโต จากธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังรอการฟื้นตัวต่อเนื่องในปีหน้า

          ด้านรายได้ บริษัทคาดว่าจะเห็น การเติบโตเพิ่มขึ้นไปอีกราว 10-20% สู่ระดับ 1-1-1.2 หมื่นล้านบาทจากปีนี้ที่คาดว่า จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท จากการรับรู้ยอดขายที่จะบันทึกเข้ามาใหม่ในปีหน้าที่อยู่ระดับสูง

          ขยายลงทุน-เปิดโครงการใหม่

          นายธงชัย กล่าวว่า ปี 2564 จะเป็น ปีที่บริษัทมีการขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยคาดใช้งบลงทุนเบื้องต้น 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นหากเทียบกับปี 2563 ที่มีงบลงทุน เพียง 5.5 พันล้านบาท โดยจะใช้เป็นงบ ในการก่อสร้างโครงการต่างๆราว 5 พันล้านบาท และลงทุนซื้อที่ดินราว 2 พันล้านบาท ขณะที่อีก 1.6 พันล้านบาท เป็นการ ลงทุนร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อ ขยายรายได้และโอกาสใหม่ๆของบริษัทในอนาคต

          ทั้งนี้การเปิดโครงการใหม่ปีหน้า ตั้งเป้าเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่าลงทุนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท โดยโครงการที่จะ ทำในอนาคตได้มีการปรับกลยุทธ์เน้น โครงการระดับราคา 3 ล้านบาทภายใต้ แบรนด์ "นิว" (NUE) มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการซื้อที่ดินของบริษัท ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้เหมาะกับ กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งจะแตกต่างกับอดีตที่ส่วนใหญ่ที่โฟกัสไปที่บ้านหรือคอนโดระดับ 5 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากตลาดนี้เริ่มมีความต้องการที่จำกัดมากขึ้น ซึ่งทำให้สัดส่วนคอนโดมิเนียมของ บริษัทจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 50% และแนวราบใหม่ๆ ที่จะเห็นมากขึ้นทำให้สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 27%

          ผนึกศรีสวัสดิ์ลุยซื้อหนี้เสีย

          นอกจากการขยายการเติบโตในธุรกิจหลักๆแล้วปี 2564 จะเป็นปีที่จะเห็น บริษัทกระจายการเติบโตในธุรกิจอื่นๆ มากขึ้น ผ่านดีลใหม่ๆที่จะเห็นการต่อยอดและเห็นการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆเพิ่มขึ้น ทั้งการจับมือกับ บริหารสินทรัพย์ เอส ดับบลิว พี จำกัด (SWP) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SAWAD ที่บริษัทเข้าไปลงทุนราว 300 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา

          การหันมาทำธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย เนื่องจากโอกาสในการเติบโตของธุรกิจนี้ ค่อนข้างมากและธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย เป็นธุรกิจที่มีกำไรสูงมาก ซึ่งหากดูหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในระบบ น่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในปี 2564 จากผล กระทบของไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ หรือโควิด 19 อีกทั้งในตลาดนี้ถือว่า มีผู้เล่นในมากนัก โดยเฉพาะเงินลงทุน ในการเข้าไปซื้อหนี้เสียมีเพียงระดับ 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังต่ำมาก หากเทียบกับหนี้เสียที่จะออกมาให้เห็นในระยะข้างหน้า ที่คาดว่ามีสุงถึง 2-3 ล้านล้านบาท

          ดังนั้นจะเป็นโอกาสของบริษัทจากการมีทุนที่แข็งแกร่ง และการมีทรัพยากร มีพนักงานและช่องทาง ที่พร้อมที่จะเข้าไปซัพพอร์ต ธุรกิจรับซื้อหนี้เสียและสินทรัพย์ รอการขาย หรือ NPA มาบริหารได้ในราคาถูก ภายใต้หนี้เสียที่ออกมาขายในระบบ มากขึ้น

          "เราจะเข้าไปบุกธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย เราเคยมีประสบการณ์ จากการจับมือกับเอเอ็มซีต่างชาติในปี 2540 เพื่อเข้าไปรับซื้อหนี้เสียมาบริหารที่พบว่าสร้างผลกำไรให้เราอย่างมากมาแล้ว เพราะหากด้าน P/E Ratio พบว่าธุรกิจนี้มีสูงถึง 30 เท่า หากเทียบกับธุรกิจเราที่อยู่เพียง 5 เท่านั้น ดังนั้น เงินลงทุนที่เราใส่ไปน่าจะเพิ่มมูลค่าได้มากในอนาคต"

          ทั้งนี้บริษัทยังตั้งเป้าผลักดันบริษัทนี้ให้สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าด้วย

          จับมือบีทีเอสเสริมแกร่งธุรกิจ

          นอกจากนี้ภายใน ธ.ค.นี้ หรือ ต้นม.ค.2564 บริษัทจะมีการจับมือครั้งสำคัญกับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) BTS เพื่อหนุนการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการซึ่งคาดว่าจะสามารถแถลงความร่วมมือได้ในเร็วๆนี้ เพื่อพัฒนาที่ดินร่วมกันในอนาคต

          สำหรับภาพรวมธุรกิจปีนี้ บริษัทมั่นใจว่า รายได้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท จากช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาที่สามารถทำรายได้ได้แล้วเกือบ 8 พันล้านบาท จากการบันทึกยอดขายในมือ ในปีนี้ที่เติบโตก้าวกระโดด โดย 11 เดือนมียอดพรีเซลแล้วกว่า 7 พันล้านบาท

          "ปีนี้เป็นปีที่ดีของเรา แม้จะเจอโควิด-19 แต่เราไม่ได้กระทบเราทำยอดขายได้ดีเข้าเป้า แน่นอน ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าที่วางไว้เราคาดว่า  เราจะสามารถอนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ระดับ 70-80% ของกำไรสุทธิหรือกว่า 2 บาทต่อหุ้นได้"

          ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทได้ขอบอรด์อนุมัติ แตกพาร์ จากหุ้นละ 3 บาท เหลือ 1 บาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของบริษัทมากขึ้น  ซึ่งคาดว่าแจ้งให้ผุ้ถือหุ้นรับทราบได้ใน  23 ธ.ค.นี้ ซึ่งน่าจะส่งผลต่อราคาหุ้นของ NOBLE   เปลี่ยนไปตั้งแต่ม.ค.ปีหน้าเป็นต้นไป

          SENAปรับกลยุทธ์รุกคอนโดต่ำล้าน

          ด้านนางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้อำนวยการฝ่ายจัดสรรเงินทุนและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA กล่าวว่า ภายใต้โควิด-19 ที่ยังอยู่ บวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บริษัทมีการ ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2564 มากขึ้น โดยจะมารุกในส่วนคอนโดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทให้เห็นมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดที่ยังมี ความต้องการคอนโดระคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ที่มีอยู่สูง

          อีกทั้งภายใต้ดอกเบี้ยต่ำและการทำโปรโมชั่นของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะแบงก์รัฐ ที่มีการให้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะช่วยหนุนให้คอนโดระดับดังกล่าวน่าจะมีความต้องการในตลาดสูงขึ้น ดังนั้นเป็นโอกาสดีของบริษัทที่จะสามารถสร้างการเติบโตได้ในเซ้กเม้นท์นี้ ซึ่งจะหนุนการเติบโตของบริษัทได้ต่อเนื่อง

          ส่วนการเติบโตของปี 2564 บริษัทยังเชื่อว่าน่าจะทำได้ใกล้เคียงปีนี้ภายใต้สถานการณ์ที่โควิด-19 ยังอยู่ ส่วนงานในมือ ปัจจุบันมีอยู่ราว 1 หมื่นล้านบาทซึ่งจะทยอยรับตู้ตั้งแต่ปีนี้ และต่อเนื่องยาวไปจนถึง ปี 2565 ด้วย ส่วนการลงทุนปีหน้าบริษัท อยู่ระหว่างการทำแผนซึ่งคาดว่าจะชัดเจนภายในเร็วๆ นี้จากปีนี้ที่ลงทุนเปิดโครงการใหม่ไปกว่า 3 พันล้านบาท

          ส่วนทิศทางผลการดำเนินงานปีนี้บริษัทยังคงยอดขายไว้ที่ 8,424 ล้านบาท แม้จะเจอวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากบริษัทมีการเปิดตัวโครงการใหม่และรับรู้งานในมืออย่างต่อเนื่อง

          "ปีหน้าเราก็ยังต้องลุ้นว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเพราะหากเศรษฐกิจชะลอ อสังหาฯก็อาจชะลอตัว ดังนั้นหน้าที่ของเราคือทำโปรดักต์ให้ตอบโจทย์คนซื้อมากที่สุด และต้องมีเป้าหมายในการรักษาการเติบโตด้านการเงินไม่ให้ต่ำกว่าปีนี้"
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ