Loading

ธนาคารเร่งช่วยลูกหนี้อ่วมโควิด

วันที่ : 20 มกราคม 2564
สมาคมเเบงก์จัดมาตราการช่วยเหลือลูกหนี้จากวิกฤตไวรัสรอบใหม่
          คนแห่กู้สินเชื่อฉุกเฉินออมสิน-ธ.ก.ส.พักหนี้ต่อ 1 ปี

          ธนาคารพาณิชย์-ธนาคารรัฐ เร่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 กรุงศรีออกมาตรการ "พัก-ยืด-ลด" อุ้มลูกค้า ออมสินอึ้ง! ลูกหนี้แห่ขอสินเชื่อฉุกเฉินล้นกว่า 1.1 แสนราย ธ.ก.ส.ต่อเวลาพักหนี้ 6-12 เดือน ธพว.ช่วยเอสเอ็มอี เพิ่มสินเชื่อใหม่ "จ่ายดี มีเติม"

          นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยและธนาคารพาณิชย์ ตระหนักถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ลูกค้า และประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นตามแนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย 1.ขยายเวลาให้ลูกหนี้รายย่อยสมัครรับความช่วยเหลือได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.64 จากเดิมที่ครบกำหนดในวันที่ 31 ธ.ค.63 2.เปิดให้นายจ้างหรือเจ้าของกิจการสมัครขอรับความช่วยเหลือแทนลูกจ้างหรือพนักงานที่เป็นลูกหนี้ธนาคารได้โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้

          สำหรับลูกค้ากลุ่มอื่นๆ เช่น ลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารพาณิชย์พร้อมให้ความช่วยเหลือและผ่อนปรนเงื่อนไขตามความเหมาะสม โดยลูกค้าสามารถติดต่อกับธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการ ผ่านช่องทางสาขา เว็บไซต์หรือติดต่อผ่าน call center ของแต่ละธนาคารเพื่อหารือในรายละเอียดของมาตรการช่วยเหลือได้

          ด้านนายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความช่วยเหลือที่ลูกค้าขอรับได้ในครั้งนี้ กรณีลูกค้าสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล พักหนี้เงินต้น สูงสุด 3 เดือน พักผ่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) ไม่เกิน 3 เดือน ปรับลดเงินผ่อนชำระค่างวด อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 30% ของค่างวดเดิม หรือเปลี่ยนจากวงเงินหมุนเวียนเป็นผ่อนชำระค่างวดไม่เกิน 48 เดือน (สินเชื่อบุคคล)

          สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจรายย่อยพักชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พักค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดเงินผ่อนค่างวด สูงสุดไม่เกิน 50% และไม่เกิน 12 เดือน ส่วนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับแล้วแต่กรณี ส่วนลูกค้าสินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ จะพิจารณาตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับในพื้นที่ที่มีความเข้มงวด และควบคุมสูงสุด พักค่างวดสูงสุด 3 เดือน ปรับลดเงินผ่อนชำระค่างวดลงสูงสุด 30% ขณะที่ลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรสินเชื่อของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ปรับลดผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต จากเดิม 10% เหลือ 5% ตามรอบบัญชีสินเชื่อบุคคลจากเดิม 5% เหลือ 3% ถึง 31 ธ.ค.2564

          ด้านธนาคารออมสิน นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารออมสิน ได้ปรับหลักเกณฑ์ให้คนเคยกู้สินเชื่อฉุกเฉินภายใต้มาตรการให้สินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อประชาชนรายย่อย สินเชื่อเสริมพลังฐานราก เพื่อช่วยเหลือรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า คนที่มีอาชีพอิสระ ซึ่งเคยกู้สินเชื่อฉุกเฉินและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อปี 2563 สามารถยื่นกู้สินเชื่อเสริมพลังฐานรากได้อีกรายละ 20,000 บาท หรือต้องมีประวัติการผ่อนชำระดีในช่วงที่ผ่านมา และไม่มีประวัติหนี้เสีย ซึ่งธนาคารออมสินจะพิจารณาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อยื่นกู้ได้ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน MyMo ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.นี้

          สำหรับการปล่อยกู้สินเชื่อฉุกเฉิน รายละไม่เกิน 50,000 บาทนั้น ธนาคารออมสินได้เปิดให้ลงทะเบียนผ่าน MyMo ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 18 ม.ค.2564ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้อนุมัติเงินกู้ไปแล้ว 110,000 ราย ถือเป็นการให้กู้ยืมแบบดิจิทัล (Digital Lending) สะดวกและอนุมัติรวดเร็ว

          ขณะที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ "จ่ายดีมีเติม" เพื่อให้ลูกค้านำไปใช้ลงทุน ขยายปรับปรุง หมุนเวียนในธุรกิจเดิมที่เคยขอสินเชื่อไปแล้ว กำหนดคุณสมบัติสำหรับลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา และมีประวัติชำระหนี้ดี โดยได้วงเงินกู้สูงสุดเท่ากับวงเงินเดิมทุกประเภทที่มีอยู่กับธนาคาร แต่ไม่เกิน 15 ล้านบาท คิดดอกเบี้ย กรณีหลักประกันตามที่ธนาคารกำหนด MLR +0.5 ตลอดอายุสัญญากู้ยืมสูงสุด 10 ปี กรณีที่ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) คิดอัตราดอกเบี้ย MLR +1.5 ตลอดอายุสัญญา กู้ยืมสูงสุด 7 ปี

          นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการรักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่ 28 จังหวัดที่อยู่ในเขตควบคุมสูงสุด ดังนี้ 1.พักชำระต้นเงินสำหรับเกษตรกรเป็นเวลา 1 ปี 2.พักชำระต้นเงินผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน ระยะเวลา 6 เดือน กรณีเป็นสินเชื่อใหม่ที่มีหนี้ถึงกำหนดชำระเดือน ธ.ค.2563-พ.ค.2564 ให้พักชำระต้นเงินสินเชื่อฉุกเฉินโควิด-19 ที่ถึงกำหนดชำระออกไปอีก 6 เดือน รวมถึงพักชำระต้นเงินสินเชื่อผู้ที่เข้าร่วมโครงการแก้หนี้นอกระบบออกไปอีก 1 ปี ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้เตรียมวงเงินไว้ราว 20,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรและครอบครัวดอกเบี้ยต่ำ 0.1% ต่อเดือน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท กำหนดชำระคืนไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน นับจากวันกู้ ปลอดการชำระ 6 เดือน โดยขยายเวลาขอสินเชื่อดังกล่าวได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 และสนับสนุนสินเชื่อใหม่ สำหรับผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร ดอกเบี้ย 4% ต่อปี วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท รวมทั้งโครงการช่วยเหลือเพิ่มเติมอื่นๆ ซึ่งลูกหนี้สามารถติดต่อโดยตรงที่ ธ.ก.ส.