มั่นใจสัญญาณบวกต่างชาติซื้อที่อยู่ในไทย
วันที่ : 20 พฤษภาคม 2566
ซีบีอาร์อี เผยว่า ชาวต่างชาติกลับมาให้ความสนใจซื้อที่พักอาศัยระดับลักชัวรีในไทย ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และบ้านพักตากอากาศที่ตั้งอยู่ในทำเลชั้นนำ
ตั้งแต่เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2565 โดยพบว่ายอดขายผ่านซีบีอาร์อีพุ่งเกินกว่า 200-300% ด้านผู้พัฒนาโครงการก็มีความเคลื่อนไหวเพื่อตอบรับกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น เตรียมเปิดโครงการใหม่ระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีในปี 2566 อีกหลายโครงการ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว
นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันซีบีอาร์อีบริหารการตลาดและการขายให้กับโครงการที่พักอาศัยชั้นนำในไทยเกือบ 30 โครงการ ทั้งในกรุงเทพ มหานคร ระยอง หัวหิน และภูเก็ต คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า 4 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็นโครงการบ้าน 58% โครงการคอนโดมิเนียม 40% และโครงการรีสอร์ตหรือบ้านพักตากอากาศ 2%
ในปีนี้ ซีบีอาร์อียังมีโครงการใหม่รอเปิดตัวอีกหลายโครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวซึ่งยังเป็นที่ต้องการของตลาด มีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำในการบริหารการตลาดและการขายโครงการที่พักอาศัยของซีบีอาร์อี โดยเฉพาะในตลาดระดับลักชัวรีขึ้นไป
ในด้านความต้องการของตลาด พบว่าในปี 2565 ที่ผ่านมา เริ่มมีชาวต่างชาติเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวปีที่แล้วทั้งสิ้น 11.2 ล้านคน มาจากในเอเชีย 64% ยุโรป 23% อเมริกาเหนือ 5% ตามมาด้วยตะวันออกกลาง โอเชียเนียหรือกลุ่มประเทศและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และแอฟริกา ซึ่งสัญญาณการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีนัยในเชิงบวกและสอดคล้องกับดีมานด์ของชาวต่างชาติในการซื้อที่พักอาศัยในไทย
"เมื่อเปรียบเทียบยอดขายโครง การที่พักอาศัยของซีบีอาร์อีในปี 2565 กับปี 2564 พบว่า ลูกค้าชาวต่างชาติ ซื้อโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นถึง 383% และซื้อโครงการบ้านเพิ่มขึ้น 233% โดยชาวต่างชาติที่ซื้อโครงการบ้าน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว รวมทั้งซีบีอาร์อียังพบว่าลูกค้าชาวต่างชาติกลับมาสนใจซื้อวิลล่าตากอากาศอีกครั้งหลังจากที่หายไปก่อนหน้านี้"
สำหรับโครงการบ้าน ลูกค้าชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีงบประมาณในการซื้ออยู่ที่ 51-80 ล้านบาท โดยเฉพาะทำเล กรุงเทพตะวันออก ใจกลางเมือง และทำเลรอบนอกฝั่งตะวันออก โดยซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองถึง 85% และสำหรับบ้านพักตากอากาศนั้น ลูกค้าชาวต่างชาติมักจะซื้อในราคา 15-30 ล้านบาท โดยสนใจทำเลภูเก็ต และหัวหิน ส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง 71%
นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันซีบีอาร์อีบริหารการตลาดและการขายให้กับโครงการที่พักอาศัยชั้นนำในไทยเกือบ 30 โครงการ ทั้งในกรุงเทพ มหานคร ระยอง หัวหิน และภูเก็ต คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า 4 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็นโครงการบ้าน 58% โครงการคอนโดมิเนียม 40% และโครงการรีสอร์ตหรือบ้านพักตากอากาศ 2%
ในปีนี้ ซีบีอาร์อียังมีโครงการใหม่รอเปิดตัวอีกหลายโครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวซึ่งยังเป็นที่ต้องการของตลาด มีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำในการบริหารการตลาดและการขายโครงการที่พักอาศัยของซีบีอาร์อี โดยเฉพาะในตลาดระดับลักชัวรีขึ้นไป
ในด้านความต้องการของตลาด พบว่าในปี 2565 ที่ผ่านมา เริ่มมีชาวต่างชาติเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวปีที่แล้วทั้งสิ้น 11.2 ล้านคน มาจากในเอเชีย 64% ยุโรป 23% อเมริกาเหนือ 5% ตามมาด้วยตะวันออกกลาง โอเชียเนียหรือกลุ่มประเทศและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และแอฟริกา ซึ่งสัญญาณการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีนัยในเชิงบวกและสอดคล้องกับดีมานด์ของชาวต่างชาติในการซื้อที่พักอาศัยในไทย
"เมื่อเปรียบเทียบยอดขายโครง การที่พักอาศัยของซีบีอาร์อีในปี 2565 กับปี 2564 พบว่า ลูกค้าชาวต่างชาติ ซื้อโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นถึง 383% และซื้อโครงการบ้านเพิ่มขึ้น 233% โดยชาวต่างชาติที่ซื้อโครงการบ้าน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว รวมทั้งซีบีอาร์อียังพบว่าลูกค้าชาวต่างชาติกลับมาสนใจซื้อวิลล่าตากอากาศอีกครั้งหลังจากที่หายไปก่อนหน้านี้"
สำหรับโครงการบ้าน ลูกค้าชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีงบประมาณในการซื้ออยู่ที่ 51-80 ล้านบาท โดยเฉพาะทำเล กรุงเทพตะวันออก ใจกลางเมือง และทำเลรอบนอกฝั่งตะวันออก โดยซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองถึง 85% และสำหรับบ้านพักตากอากาศนั้น ลูกค้าชาวต่างชาติมักจะซื้อในราคา 15-30 ล้านบาท โดยสนใจทำเลภูเก็ต และหัวหิน ส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง 71%
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ