LPN เล็งขยายฐานอีอีซีQ3 เปิดโครงการต่อยอดขาย 
Loading

LPN เล็งขยายฐานอีอีซีQ3 เปิดโครงการต่อยอดขาย 

วันที่ : 25 พฤษภาคม 2566
LPN เผยว่า บริษัทยังมีแผนการเปิดตัวโครงการแถบโซน EEC เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นเขตเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง และคาดหวังอัตราการเติบโตที่ดีในอนาคต
           LPN ลุยเปิด 2 โครงการ ใหม่ มูลค่ารวมเฉียด 3,000 ล้านบาท ไตรมาส 2/2566 พร้อมโชว์แผนบุก ตลาดอสังหาแถบ EEC ภายในไตรมาส 3/2566 หวังเป็นพื้นที่ทำเลทองดีมานด์ หนุนอนาคต ทั้งนี้มั่นใจยอดขายเข้าเป้า 1.3 หมื่นล้านบาท พร้อมอวดแบ็กล็อกแน่นกว่า 2,300 ล้านบาท เผยครึ่งปีหลังคาดเติบโตดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก ด้านโบรกจับตาผลงานปี 2566 แนะ "ถือ" มองราคาเหมาะสม 4 บาทต่อหุ้น

          นายวาริช มีเหมือน ผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 2/2566 จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ 168 นพรัตน์ โดยราคาเริ่มต้นราว 1.6 ล้านบาท โดยมีมูลค่าโครงการกว่า 2 พันล้านบาท

          และพร้อมเปิดตัวโครงการแนวราบ หรือ โครงการบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นเฟสต่อเนื่องจากโครงการเดิมที่มีอยู่ มีมูลค่าราว 700 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้ง 2 โครงการ เกือบ 3 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดเปิดตัวโครงการในช่วงครึ่งปีแรกนั้น อยู่ราวที่ 6 พันล้านบาท สอดคล้องกับแผนที่วางไว้ทั้งปี 2566 ที่จะเปิดตัวราว 1.4 หมื่นล้านบาท อ่กด้วย

          อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนการเปิดตัวโครงการแถบโซน EEC เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นเขตเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง และคาดหวังอัตราการเติบโตที่ดีในอนาคต คาดจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3/2566 นี้ นับว่าเป็นโครงการที่กลับมาลุยเปิดนอกเขตกรุงเทพฯ ในรอบ 5 ปี ของ LPN อีกด้วยจากโครงการที่ทยอยเปิดตัว ส่งผลให้บริษัทมีความมั่นใจว่ายอดขายทั้งปี 2566 นี้ จะเข้าเป้าหมายตามแผนที่วางไว้ 1.3 หมื่นล้านบาท และการปรับกลยุทธ์โครงสร้างบริษัทจะส่งผลให้การยอดขายดีขึ้น และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

          ตุนแบ็กล็อก 2.3 พันล.

          บริษัทมียอดแบ็กล็อก หรือยอดโอน รอรับรู้รายได้ประมาณ 2,300 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มคอนโดราว 1,800 ล้านบาท และแนวราบอีก 535 ล้านบาท ซึ่งทยอยรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้บริษัทยังเผยแนวโน้มผลประกอบการ ช่วงไตรมาส 2/2566 นี้ คาดว่าจะใกล้เคียงเดิมกับไตรมาสที่ 1/2566 ที่ 2,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบของโครงการเดิมต่อเนื่องปีที่ผ่านมา

          สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรม บริษัทมองว่าจากปัจจัยหนุนที่กลับมาเปิดประเทศ จากโควิดที่คลี่คลาย และการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หากไม่มีสถานการณ์ที่จะมาส่งผลกระทบ บวกกับสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

          ขณะที่อัตราดอกเบี้ยแบงก์ชาติ เริ่มนิ่ง หนี้เสียเริ่มลดลง คาดกลุ่มธนาคาร อาจผ่อนปรนในการขอสินเชื่อของลูกค้ามากขึ้น คาดหวังว่าอุตสาหกรรม ธุรกิจอสังหาช่วงครึ่งปีหลังนั้น น่าเติบโต ได้ดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน

          เคาะราคาเหมาะสม 4 บ.

          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินหุ้น LPN ระบุ ในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยคาดกำไรของ LPN อาจลดลง QoQ เพราะไม่มี โครงการใหม่พร้อมโอนได้ ในไตรมาสที่ 2/2566 แต่คาดว่ากำไรจะเร่งตัวได้อีกครึ่งช่วงไตรมาส 4 /2566 จากการโอนคอนโด ใหม่ Lumpini Condotown เอกชัย 48 จำนวน 2.3 พันล้านบาท ซึ่งขายไปแล้วราว 16%

          นอกจากนี้ ราคาหุ้นไม่มี Upside Valuation และ Outlook ผลประกอบการดูลดลง มองว่าแนวโน้มปี 2566 ของ LPN มีความท้าทาย เพราะบริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่จะส่งมอบให้ลูกค้าเพียง 2 โครงการ เทียบจากที่มี 4 โครงการในปีที่แล้ว

          ดังนั้น คาดกำไรในปี 2566 จึงจะ ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีกำไรพิเศษ จากการขาย อาคารสำนักงานเหมือนในปี 2565 ส่งผล ให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ ถือ LPN และ ประเมินราคาเป้าหมายที่ 4.00 บาท