ORI เรียลเอ็กซ์ฮอต บุ๊กรายได้2.4พันล
วันที่ : 26 กันยายน 2566
ORI ชู เรียลเอ็กซ์ โทเคน หนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์มีเสน่ห์ โอกาสดันผลตอบแทนลงทุนเพิ่ม จ่อบุ๊กรายได้ทันที 2,400 ล้านบาท
ใน Q3/2566 นี้ เล็งออกในโครงการอื่นเพิ่ม ทั้งโรงแรม คอนโด คลังสินค้าทั้งโรงแรม คอนโด คลังสินค้า แย้มไตรมาส 3/2566 ยอดขายโตดีคาดทำนิวไฮไตรมาส 4/2566 เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นอสังหาต่อรัฐบาลใหม่
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า สำหรับการซื้อขาย "เรียลเอ็กซ์" ได้มีการเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ICO) ที่ราคาโทเคนละ 182 บาท จำนวนทั้งสิ้น 13,186,813 โทเคน รวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท ใน "ศูนย์ขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย" หรือ TDX ในเครือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดยผู้ถือโทเคนดิจิทัลจะได้รับผลตอบแทนที่เกิดจากกระแสรายรับของห้องชุดที่เป็นทรัพย์สินของโครงการ ได้แก่ ห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียมหรู "พาร์ค ออริจิ้น" บนทำเล CBD (Central Business District) 3 ทำเล พร้อมพงษ์ พญาไทและทองหล่อ รวม 244 ยูนิต ที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
รับรู้รายได้ทันที
โดยการลงทุนใน 1 โทเคนดิจิทัล จะใกล้เคียงกับการได้รับผลตอบแทนจากกระแสรายรับของห้องชุดที่เป็นทรัพย์สินอ้างอิงของโครงการ 1 ตารางนิ้ว แบ่งเป็น ปีที่ 1-5 จะได้รับผลตอบแทนเป็นรายไตรมาสจากค่าเช่าสุทธิของห้องชุดทั้ง 3 โครงการที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งบริษัท พาร์ค ลักชัวรี่ จำกัด ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จะรับประกันรายรับสุทธิของโครงการที่ 4% 4.25% 4.50% 4.75% และ 5% ต่อปีของมูลค่าเสนอขายโทเคนดิจิทัล ตามลำดับ โดยเริ่มให้ผลตอบแทนในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะมีการเปิดสมุดไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อให้เห็นถืงผู้ที่ถือหน่วยลงทุน และจะรับผลตอบแทนตามช่วงเวลาการถือหน่วยลงทุน
ทั้งนี้ในส่วนบริษัทจะมีการบันทึกรายได้เข้ามาในช่วงไตรมาส 3/2566 จำนวน 2,400 ล้านบาท และจากนี้จะมีการพิจารณานำโครงการอสังหาริมทรัพย์อื่น อย่างโครงการคอนโดมิเนียม โครงการโรงแรม รวมไปถึงคลังสินค้า มาต่อยอดในการเสนอขายโทเคนต่อไป โดยเชื่อว่าการออกโทเคน จะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสรับผลตอบแทนมากกว่าการซื้ออสังริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่าในแบบปกติทั่วไป
จีนซื้อเพิ่มขึ้น
ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3/2566 คาดว่า ยอดขายจะทำได้มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากยอดขายทำได้ดี รวมไปถึงมีลูกค้าชาวจีนที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย โดยเฉพาะการซื้อโครงการยกชั้น หรือยกตึก ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก อย่างล่าสุด โครงการคอนโดมิเนียมที่พัทยาของบริษัทก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวจีน
อีกทั้งบริษัทยังคงเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ตามแผนงานที่วางไว้ โดยไตรมาส 4/2566 จะเปิด 15 โครงการ ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม รวมมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท ทั้งนี้มั่นใจว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2566 จะเป็นไตรมาสที่โดดเด่นที่สุดของปี จากการโอนโครงการใหม่จำนวนมาก ทั้งโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ และโครงการแนวราบใหม่ จะหนุนรายได้ปีนี้ของบริษัทเติบโตขึ้น และเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3 หมื่นล้านบาท และคาดว่ายอดขายจะทำได้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ตามเป้าหมาย
เสนอรัฐบาลกระตุ้นอสังหา
สำหรับรัฐบาลใหม่ ในฐานะบริษัทเอกชนในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ อยากจะเสนอมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ 4 ข้อ คือ
1.การให้สิทธิประโยชน์ ในการซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์หลังแรก ในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท
2.การผ่อนผันมาตรการ LTV สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ หลังที่ 2 หรือ 3 ในการปรับเพดาน LTV และขยายมาตรการออกไปสัก 2 ปี
3.การปรับการซื้อที่อยู่อาศัยของต่างชาติ ให้เป็นระยะกลางมากขึ้น อย่างการซื้อคอนโดมิเนียมราคา 3 ล้านบาท ก็สามารถพักอาศัยได้ 3 ปี หรือการซื้อคอนโดมิเนียมราคา 5 ล้านบาท ก็สามารถพักอาศัยได้ 5 ปี เป็นต้น และ
4.การซื้อโครงการบ้านจัดสรร สามารถให้ต่างชาติเข้ามาซื้อได้ ราว 24% ของโครงการ ซึ่งมองว่าทุกมาตรการที่กล่าวมาจะเป็นปัจจัยผลักดันการกระตุ้นตลาดอสังริมทรัพย์ และเชื่อว่ารัฐบาลใหม่นี้ จะมีความเข้าใจภาคเอกชนอย่างดี จากนี้จะมีการติดต่อไป เพื่อพูดคุยและเสนอแนะกับภาครัฐต่อไป
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ