ANAN พลิกเกมสู้ ขนพันยูนิต7.3พันล. ลดราคาเติมเงินสด
Loading

ANAN พลิกเกมสู้ ขนพันยูนิต7.3พันล. ลดราคาเติมเงินสด

วันที่ : 29 กันยายน 2566
 ANAN เดินหน้า รุกตลาดไตรมาส 4 ปี 66 ขนคอนโดฯ บ้าน พร้อมโอนฯ กว่า 1,100 ยูนิต กว่า 7,300 ลบ. กระหน่ำลดราคายิ่งใหญ่ กระตุ้นยอดขาย ปิดโครงการร่วมทุน หนุนกระแสเงินสดในมือพุ่ง 7,000-8,000 ล้านบาท
           ANAN พลิกเกมหลังเจอวิกฤต 'แอชตัน อโศก' ขนพันยูนิต7.3พันล้านลดราคาเติมสภาพคล่อง
       
           "อนันดาฯ" เดินหน้าสร้างฐานะธุรกิจให้แข็งแกร่ง โชว์ความมั่นใจให้ เจ้าหนี้หุ้นกู้ แบงก์ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า มั่นใจวิกฤตแอชตัน อโศก ผ่านไปได้ รัฐบาลรับรู้ เข้าใจปัญหา แต่ต้องใช้เวลา รุกตลาดไตรมาส 4 ปี 66 ขนคอนโดฯ บ้าน พร้อมโอนฯ กว่า 1,100 ยูนิต กว่า 7,300 ลบ. กระหน่ำลดราคายิ่งใหญ่ กระตุ้นยอดขาย ปิดโครงการร่วมทุน หนุนกระแสเงินสดในมือพุ่ง 7,000-8,000 ล้านบาท

          นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN กล่าวถึงเรื่องคดีแอชตัน อโศกว่า  เราก้าวข้ามไปได้แล้ว จะเห็นได้ว่า เราได้พิสูจน์ให้เห็นถึงว่า หลังเรื่องคดีแอชตัน อโศก แล้ว ธุรกิจของ อนันดาฯ ฟื้นตัวอย่างจริงจังแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องหยุดและจำกัดความเสียหาย และก้าวข้ามไปให้ได้ โดยต้องพยายามเทิร์นอะราวด์ พิสูจน์ให้อุตสาหกรรมนี้เห็น ให้ผู้ถือหุ้นเห็น ไม่ว่าจะเป็น ผู้ถือหุ้นกู้ของอนันดาฯ สถาบัน การเงิน ให้ลูกค้าได้เห็นว่า อนันดาฯ ไม่กระทบจากเรื่องแอชตัน อโศก แต่เรามียอดขายที่ดีขึ้นด้วย

          โดยหลังได้มีการตัดสินคดีแอชตัน อโศก (เดือนกรกฎาคม) แล้วทางอนันดาฯ ได้พยายามทำผลงานของเดือนสิงหาคม ให้ออกมาดี ซึ่งสามารถทำยอดโอนกรรมสิทธิ์เติบโต (QoQ) เมื่อเทียบกับ ก.ค.ประมาณ 71% และใน 8 เดือนแรก (YoY) เติบโตเทียบช่วงเดียวกันถึง 28% ขณะที่ ทางอนันดาฯ ยังคงเดินหน้าเปิดโครงการแนวราบ ซึ่งมีการเปิดตัวซีรีส์ใหม่รูปแบบบ้านเดี่ยวไฮเอนด์ บวกกับความสำเร็จของยอดขายคอนโดมิเนียมและตลาดต่างประเทศ ส่งผลเชิงบวกต่อตัวเลข        พรีเซล โดยเดือน ส.ค.โตขึ้น 15% และ 8 เดือนแรก (YoY) สามารถทำได้ 12,903 ล้านบาท เติบโตขึ้น 55% ซึ่งตลาดต่างประเทศ มียอดขายถึง 5,093 ล้านบาท โตขึ้น 251% และยอดขายในประเทศ 7,810 ล้านบาท โตขึ้น 14%

          สำหรับการแก้ปัญหาที่ต้นตอคดีแอชตัน อโศก เรามีความคืบหน้า ด้วยความร่วมมือระหว่าง อนันดาฯ และ เจ้าของร่วม ทำทุกๆ แนวทางไปพร้อมกัน  ไม่ว่าจะเป็น 1. ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ โดยการซื้อ หรือหาที่ดินเพิ่มเติม 2. เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่าน สำนักการโยธากรุงเทพฯ ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) 3. เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เสนอผ่านกระทรวงคมนาคมไปยังครม. 4. ประสานเจ้าของเดิม (ซึ่งวันนี้เราพบเจอตัวแล้ว) ให้ยื่นทบทวนสิทธิ์ที่ดินทางเข้า-ออกจาก รฟม.ให้ทบทวนสิทธิที่ดินเดิมก่อนเวนคืน ควรให้สิทธิ์ทางเข้า-ออกอย่างน้อย 12-13 เมตร เพื่อให้สามารถขึ้นอาคารสูงและขนาดใหญ่พิเศษได้ และ 5. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ เนื่องจากมีพยานหลักฐานใหม่ ทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป

          "ทั้งนี้ เราเชื่อว่า นายกรัฐมนตรีรู้และเข้าใจ เราใช้ความสามารถสุดความสามารถของเรา ใช้เน็ตเวิร์กกิ้งทั้งหมด ในการแก้ปัญหาได้ ซึ่งจะเห็นความคืบหน้า แต่ต้องใช้เวลา ตอนนี้ทุกๆ ภาคส่วนเห็นปัญหา และพยายามแก้ให้จบ แต่ความซ้ำซ้อนมีอยู่ เพราะไปเกี่ยวข้องหลายกฎหมายในหลายกระทรวง"

          นายประเสริฐ ยังได้กล่าวถึงจังหวะของการทำตลาดเชิงรุกในไตรมาส 4 ของปี 2566 ว่า จากภาพรวมตลาดอสังหาฯ ที่เริ่ม ฟื้นตัวจากสัญญาณบวกของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ไทย และรับรัฐบาลใหม่ที่เริ่มเข้ามา บริหารประเทศ และมีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคต่างๆ จึงมองว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง มีแนวโน้มที่ดีกว่าไตรมาสที่ผ่านมา โดยได้เริ่มต้นไตรมาส 4 ด้วยการลุยสร้างโอกาสทางยอดขายในช่วง 3 สุดท้ายของปีนี้ จัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าทั้งคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ บ้าน และ ทาวน์โฮม ประมาณ 26 โครงการ (Ready To Move หรือ RTM) มูลค่ากว่า 22,700 ล้านบาท (และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 3 โครงการที่จะแล้วเสร็จและเป็นสินค้าพร้อมขายอีก 6,488 ล้านบาท รวมมี Inventory 29,200 ล้านบาท) โดยมุ่งมั่นช่วยให้ทุกคนได้มีที่อยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพในราคาที่ไม่เคยมีมาก่อนถึงเฉลี่ย 10-30%

          "แคมเปญนี้ เราได้คัดยูนิตพร้อมโอนฯมาจัดแคมเปญรวม 1,100 ยูนิต มูลค่าถึง 7,337 ล้านบาท เฉลี่ยอยู่ที่ 6-7 ล้านบาท ซึ่งมีทั่งคอนโดมิเนียมที่เป็นโครงการร่วมทุน และ คอนโดฯในส่วนที่อนันดาฯ ลงทุนโดยตรง ซึ่งตอนนี้เรามีบิ๊กล็อตการซื้อไปแล้ว 1,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดีลอีก 7-8 ดีล มูลค่าอีก 1,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของคอนโดฯ ร่วมทุนนั้น เมื่อปิดการขายปิดโครงการ เราจะชำระบัญชีบริษัทร่วมทุน ก็จะทำให้เรามีสภาพคล่องกลับมา จ่ายหนี้แบงก์ ลดหนี้สินต่อทุนลงต่ำได้ ซึ่งคาดว่าเราจะมีเงินสดไหลเข้ามาประมาณ 3,376 ล้านบาท และเมื่อรวมกับเงินสดที่เรามีอยู่ประมาณ 4,823 ล้านบาท จะทำให้อนันดาฯ มีเงินสดรวมสูงถึงกว่า 7,000-8,000 ล้านบาท เพียงพอรองรับความเสี่ยงอันที่อาจจะเกิดจากแอชตัน อโศก และพอกับชำระหุ้นกู้ที่จะครบดีล ซึ่งเราจะเห็นว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นและแพงขึ้น ประกอบกับภาพรวมของตลาดหุ้นกู้เริ่มมีปัญหาให้เห็น" นายประเสริฐ กล่าว
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ