กานดาส่งทาวน์โฮมใหม่ลุยตลาดไตรมาส 4
วันที่ : 13 พฤศจิกายน 2566
กานดา พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าลงทุนรับตลาดอสังหาฯ ไตรมาส 4 ยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง เตรียมเปิด 3 โครงการทาวน์โฮมมูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท
ประเดิมแบบบ้านซีรีส์ใหม่ขนาดเทียบเท่าบ้านเดี่ยวในโครงการไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2 พร้อมสวนส่วนตัวหลังบ้าน ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท มั่นใจยอดขายทั้งปีได้ตามเป้า 3,300 ล้านบาท
นายหัสกร บุญยัง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ถือเป็นช่วงเวลาที่มีการแข่งขันสูง แต่ละบริษัทยังคงจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ระบายสต็อกที่มีในมือของแต่ละบริษัทให้ได้มากที่สุด เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงมีความกังวล เรื่องของเศรษฐกิจในปี 2556 โดยเฉพาะเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งกำลังซื้อและต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมถึงเรื่องของเงินอัตราเฟ้อที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น เรื่องของความไม่แน่นอนของการเมืองไทย และความขัดแย้งในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่ากำลังซื้อที่ชะลอการตัดสินใจตั้งแต่ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 เริ่มทยอยฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ทำให้คนทำงานในภาคบริการโดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวได้ทยอยกลับมามีงานทำ และเริ่มมี ความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ขณะเดียวกัน ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ยังมีปัจจัยที่สนับสนุนให้ผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย
- มาตรการส่งเสริมการซื้อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลที่ช่วยลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ จาก 2% เหลือ 0.01% และการจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับผู้ชื้อที่ทำการโอนกรรมสิทธิ์ภายในสิ้นปี 2565
- การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการจะเร่งการขายและระบายสต๊อกในช่วงปลายปี เอื้อประโยชน์ให้ผู้ซื้อมีโอกาสซื้อที่อยู่อาศัยในราคาและโปรโมชั่นที่ดีที่สุดก่อนการปรับขึ้นราคาจากต้นทุนที่ดีที่สุดก่อนการปรับขึ้นราคาจากต้นทุนที่ดินและวัสดุก่อสร้างที่ปรับราคาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
- ดอกเบี้ยที่ภาครัฐยังคงพยายามตรึงไว้ โดยมีผลให้ธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายแห่งประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จนถึงสิ้นปี 2565 เมื่อ เทียบกับต่างประเทศดอกเบี้ยนโยบายของไทยถือว่ามีการปรับขึ้นน้อยมาก ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังถือว่าเป็นจุดที่ดอกเบี้ยต่ำอยู่สำหรับผู้บริโภค แม้จะมีการทยอยปรับขึ้นมาที่ 1% แล้วก็ตาม
สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 บริษัทจะเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ ภายในพฤศจิกายนนี้ เป็นโครงการทาวน์โฮมทั้งหมด มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2 จำนวน 157 ยูนิต มูลค่า 500 ล้านบาท 2. ไอลีฟไพร์ม 2 ประชาอุทิศ 90 จำนวน 255 ยูนิต มูลค่า 600 ล้านบาท 3. ไอลีฟ พราวด์ พระราม 2 กม. 14 จำนวน 449 ยูนิต มูลค่า 1,100 ล้านบาท
ส่วนโครงการที่จะเปิดตัวล่าสุด คือ ไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2 ถือเป็นโครงการไฮไลต์ของไตรมาสสุดท้าย โดยเป็นทาวน์โฮมซีรีส์ใหม่ด้วยแบบบ้านสไตล์ English Garden มีขนาดที่ดิน 25 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 165 ตารางเมตร เทียบเท่าบ้านเดี่ยวมี 4 ห้องนอน และมีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง และออกแบบให้มีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีสวนหลังบ้าน ทำให้รู้สึกสดชื่น สบายตา อากาศปลอดโปร่ง ถ่ายเทสะดวก ภายในโครงการมีส่วนสาธารณะขนาดใหญ่ สนามสำหรับออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่น โครงการตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าคูคต ไม่เกิน 10 นาที ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.59 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายทั้งปีที่ 3,300 ล้านบาท
นายหัสกร บุญยัง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ถือเป็นช่วงเวลาที่มีการแข่งขันสูง แต่ละบริษัทยังคงจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ระบายสต็อกที่มีในมือของแต่ละบริษัทให้ได้มากที่สุด เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงมีความกังวล เรื่องของเศรษฐกิจในปี 2556 โดยเฉพาะเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งกำลังซื้อและต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมถึงเรื่องของเงินอัตราเฟ้อที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น เรื่องของความไม่แน่นอนของการเมืองไทย และความขัดแย้งในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่ากำลังซื้อที่ชะลอการตัดสินใจตั้งแต่ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 เริ่มทยอยฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ทำให้คนทำงานในภาคบริการโดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวได้ทยอยกลับมามีงานทำ และเริ่มมี ความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ขณะเดียวกัน ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ยังมีปัจจัยที่สนับสนุนให้ผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย
- มาตรการส่งเสริมการซื้อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลที่ช่วยลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ จาก 2% เหลือ 0.01% และการจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับผู้ชื้อที่ทำการโอนกรรมสิทธิ์ภายในสิ้นปี 2565
- การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการจะเร่งการขายและระบายสต๊อกในช่วงปลายปี เอื้อประโยชน์ให้ผู้ซื้อมีโอกาสซื้อที่อยู่อาศัยในราคาและโปรโมชั่นที่ดีที่สุดก่อนการปรับขึ้นราคาจากต้นทุนที่ดีที่สุดก่อนการปรับขึ้นราคาจากต้นทุนที่ดินและวัสดุก่อสร้างที่ปรับราคาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
- ดอกเบี้ยที่ภาครัฐยังคงพยายามตรึงไว้ โดยมีผลให้ธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายแห่งประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จนถึงสิ้นปี 2565 เมื่อ เทียบกับต่างประเทศดอกเบี้ยนโยบายของไทยถือว่ามีการปรับขึ้นน้อยมาก ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังถือว่าเป็นจุดที่ดอกเบี้ยต่ำอยู่สำหรับผู้บริโภค แม้จะมีการทยอยปรับขึ้นมาที่ 1% แล้วก็ตาม
สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 บริษัทจะเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ ภายในพฤศจิกายนนี้ เป็นโครงการทาวน์โฮมทั้งหมด มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2 จำนวน 157 ยูนิต มูลค่า 500 ล้านบาท 2. ไอลีฟไพร์ม 2 ประชาอุทิศ 90 จำนวน 255 ยูนิต มูลค่า 600 ล้านบาท 3. ไอลีฟ พราวด์ พระราม 2 กม. 14 จำนวน 449 ยูนิต มูลค่า 1,100 ล้านบาท
ส่วนโครงการที่จะเปิดตัวล่าสุด คือ ไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2 ถือเป็นโครงการไฮไลต์ของไตรมาสสุดท้าย โดยเป็นทาวน์โฮมซีรีส์ใหม่ด้วยแบบบ้านสไตล์ English Garden มีขนาดที่ดิน 25 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 165 ตารางเมตร เทียบเท่าบ้านเดี่ยวมี 4 ห้องนอน และมีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง และออกแบบให้มีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีสวนหลังบ้าน ทำให้รู้สึกสดชื่น สบายตา อากาศปลอดโปร่ง ถ่ายเทสะดวก ภายในโครงการมีส่วนสาธารณะขนาดใหญ่ สนามสำหรับออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่น โครงการตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าคูคต ไม่เกิน 10 นาที ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.59 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายทั้งปีที่ 3,300 ล้านบาท
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ