กำลังซื้อวูบฉุดอสังหาฯ กำไรหดสวนรีเจกต์พุ่ง
วันที่ : 24 พฤศจิกายน 2566
Property DNA หวังปี 67 รัฐเร่งนโยบายกระตุ้นอสังหาฯ เผยกำลังซื้อหดตัวต่อเนื่อง ดันยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง
นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า การฟื้นตัวธุรกิจอสังหาฯ จะชัดเจนขึ้นในปี 2567 เมื่อมีนโยบาย กระตุ้นจากรัฐบาลออกมา จากปี 2566 ตลาดเผชิญปัจจัยท้าทายโดยเฉพาะปัญหาการขอสินเชื่อธนาคารที่มีความเข้มงวดสูง ทำให้มีผู้ไม่ได้รับสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 40-50% บางโครงการอาจมากกว่า 50% รวมถึงการได้วงเงิน สินเชื่อจากธนาคารที่ต่ำกว่ามูลค่าของบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่ต้องการซื้อ
ดังนั้น "การลดการเปิดขายโครงการใหม่" เป็นทางออกที่ดีในสถานการณ์แบบนี้ แต่มีผลให้รายได้จากการเปิดขายโครงการใหม่ลดลง และกำไรลดลงบ้างเพราะมีการลดราคาขายลง แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่สร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
"ปี 2566 เศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว จากปี 2563-2565 และหลายธุรกิจอาจเพิ่งเริ่มเห็นการชะลอตัวในปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจภาพรวมชะลอตัวหมดจึงไม่เห็นความแตกต่าง แต่เมื่อปัจจัยหลายอย่างเริ่มดีขึ้นแต่บางอย่างยังมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่องจึงเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น"
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการบางราย สามารถสร้างกำไรและรายได้ในปีนี้มากกว่า ปีที่แล้วแบบชัดเจน และมีโครงการที่รอเปิดขายในไตรมาส 4 ต่อเนื่อง อาทิ แสนสิริ เปิด 22 โครงการ มูลค่ารวม 36,000 ล้านบาท เอพี เปิดขาย 23 โครงการ มูลค่า 35,740 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เปิด 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 45,000 ล้านบาท และอีกหลายรายที่มีมูลค่ารวมของโครงการที่เปิดขายในไตรมาส 4 มากกว่า 10,000 ล้านบาท
สำหรับ ผลประกอบการของ ผู้ประกอบการอสังหาฯ ช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) แสนสิริสร้างกำไรสูงสุด โดยมี "เอพี" ครองอันดับ 1 ในแง่ของรายได้ และมีความเป็นไปได้ที่แสนสิริจะทำกำไรมากเป็นอันดับที่ 1 ในปีนี้ จากโครงการที่ รอโอนกรรมสิทธิ์ และเปิดขายใหม่ช่วงต่อจากนี้ถึงสิ้นปี โดย 9 เดือนที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเพียง 4 รายเท่านั้นที่ทำรายได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท
ผลประกอบการรวม 9 เดือน ปี2566 ของ 39 บริษัทผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.37% แต่กำไรลดลง 6.37% ถือว่าลดลงค่อนข้าง มาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อชะลอตัว เห็นได้ชัดเจนจากรายได้รวม 39 บริษัท ลดลง 2.9% กำไรลดลงถึง 20%
ผู้ประกอบการที่มีกำไรมากที่สุดในช่วง 9 เดือนแรก คือ แสนสิริ ทำกำไร กว่า 4,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ของปีที่แล้วกว่า 91% ส่วนรายได้ในช่วงเดียวกัน 28,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 28% ตามมาด้วย "เอพี" มีกำไร 4,719 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย รายได้รวม 28,921 ล้านบาท ลดลง 3% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วน "ศุภาลัย" มีกำไร 4,027 ล้านบาท ลดลง 34% รายได้รวม 21,537 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วกว่า 15%
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
