ธุรกิจปล่อยสินเชื่ออสังหาฯเริ่มลังเล
Loading

ธุรกิจปล่อยสินเชื่ออสังหาฯเริ่มลังเล

วันที่ : 9 ธันวาคม 2566
TNL ระบุว่า ปีหน้า 2567 มีปัจจัยผันผวนสูง ทั้งปัญหาหนี้สะสม ดอกเบี้ยนโยบายสูงคาดไม่ปรับเกิน 2.50% ปรับค่าแรง ค่าบาทซึ่งมองว่าเหมาะสมอยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญ ที่ห่วงคือสัญญาณการโอนอสังหาฯในปีหน้าอาจแผ่วลง
         ทีเอ็นแอลชี้ปัจจัยเสี่ยงสูง-ให้แค่40%

         'ชาญอิสสระ'ลุยหนักเจาะแหล่งเที่ยว

          นายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารสายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL บริษัทเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า จากปลายปี 2565 TNL เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างธุรกิจ ด้านโครงสร้างองค์กรได้ออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ Private Placement ให้กับพันธมิตรทางกลยุทธ์ของบริษัท 2,884 ล้านบาท และเพิ่มทุนแบบ Right Offering อีก 3,052 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีฐานทุนรวม 10,553 ล้านบาท ส่วนด้านการปรับโครงสร้างธุรกิจ ได้เข้าลงทุนในธุรกิจใหม่เป็น New Engines มาเสริมทัพธุรกิจเดิมที่เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องหนังเพียงอย่างเดียว เป็น 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสิ่งทอและเครื่อง นุ่งห่ม และธุรกิจใหม่ ประกอบด้วยคือ ธุรกิจการเงิน ธุรกิจให้ สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่มีหลักประกัน และธุรกิจการเงินประเภทธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) และธุรกิจการลงทุนในบริษัทร่วมทุนเพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ซึ่งธุรกิจใหม่ช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 TNL มีรายได้รวม 2,186 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% เทียบปีก่อน มีกำไรสุทธิ 501 ล้านบาท เพิ่มกว่า 422 ล้านบาท หรือ 534% มีอัตรากำไรสุทธิ 32% จากปีก่อนทำได้ 7% รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจใหม่ใน ด้านธุรกิจบริการทางเงิน ภายใต้บริษัท Oxygen และ OAM และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (TNLA) ที่มีอัตรากำไรที่สูง

          นายกิตติชัยกล่าวว่า รายได้ปี 2567 จะมาจากขยายพอร์ตประมูลหนี้ซึ่งตลาดสูงถึง 4.7 หมื่นล้านบาท และรายได้จากการโอนบ้านที่ร่วมลงทุนไว้เดิมและพันธมิตรใหม่ๆ คาดทำรายได้ต่อปีกว่า 2-3 พันล้านบาท และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เสีย แม้ปัจจุบันยังไม่เกิดขึ้น แต่กังวลถึงหลายปัจจัยที่ผันผวนสูง โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้จะลดปล่อยสินเชื่อจาก 50% ของราคาที่ดินเหลือ 40% วงเงินปล่อยสินเชื่ออยู่ในช่วง 50-500 ล้านบาท แต่เน้นมากสุดในช่วง 200-300 ล้านบาท และขยายตลาดภูมิภาคโดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา สมุย เชียงใหม่

          "ปีหน้า 2567 มีปัจจัยผันผวนสูง ทั้งปัญหาหนี้สะสม ดอกเบี้ยนโยบายสูงคาดไม่ปรับเกิน 2.50% ปรับค่าแรง ค่าบาทซึ่งมองว่าเหมาะสมอยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญ ที่ห่วงคือสัญญาณการโอนอสังหาฯในปีหน้าอาจแผ่วลง ซึ่งเราปล่อยสินเชื่อในอุตสาหกรรมอสังหาฯสูงถึง 30% หากโอนแผ่วก็จะมีผลต่อการขอสินเชื่อและการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจอสังหาฯ แม้ตอนนี้ยังเกิดการซื้อขายที่ดินต่อเนื่อง แต่ไม่รู้เพื่อลงทุนทันทีหรือเพื่อสต๊อก" นายกิตติชัยกล่าว

          นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากนี้ถึงปี 2567 กลุ่มชาญอิสสระ มีแผนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มิกซ์ยูสและโรงแรม รวม 4 โครงการ มูลค่า 20,000 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ได้แก่ บ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่าเดอะ สกาย ซีรีส์ บนที่ดินผืนสุดท้ายของโครงการ ศรีพันวา ภูเก็ต คอนโดมิเนียมลักชัวรี่ ซาซ่าส์ หัวหิน ซึ่ง 2 โครงการเปิดตัวแล้ว บ้านเดี่ยวระดับอัลตรา ลักชัวรี่ วงแหวนพระราม 9 เปิดตัวไตรมาส 1/2567 และโครงการมิกซ์ยูสมีทั้ง คอมเมอร์เชียล ที่อยู่อาศัยและโฮเทลแอนด์รีสอร์ต ในจังหวัดภูเก็ต เริ่มก่อสร้างปี 2567 รองรับการกลับมาของภาคธุรกิจอสังหาฯและการท่องเที่ยว โดยภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวไทยและธุรกิจโรงแรมปี 2566 คึกคักต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 4 ปีก่อน โดยเฉพาะภูเก็ต มีอัตราต่างชาติเพิ่มขึ้น 90% และคาดการณ์รายได้โดยรวมของบริษัทปี 2566 เพิ่ม 50% ปัจจัยบวกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง และเตรียมโอน 2 โครงการ ดิ อิสสระ สาทร และศศรา หัวหิน มียอดขาย 2,500 ล้านบาท

          นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและกลับสู่ภาวะปกติในปีหน้า ทำให้ปีนี้บริษัทมีรายได้จากธุรกิจโรงแรม 2,800 ล้านบาท จากเป้า 3,000 ล้านบาท ด้านรายได้ธุรกิจอสังหาใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนแผนปี 2567 มีนโยบายจัดการด้านการเงินเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดหนี้ลงให้ได้ 7,000 ล้านบาท ทั้งร่วมทุนในธุรกิจโรงแรม 5 แห่ง รวม 5,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาผู้ร่วมทุนต่างประเทศ ยังมีแผนขายสินทรัพย์บางส่วนในธุรกิจอสังหาฯอีก 2,000 ล้านบาท คาดสรุปไตรมาส 1/2567 ปีหน้าบริษัทคงเป้ารายได้เท่าเดิม 5,000 ล้านบาท จากธุรกิจอสังหาฯ 2,000 ล้านบาท และโรงแรม 3,000 ล้านบาท
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ