NT วางแผนสร้างรายได้ เล็งปั้นอสังหาฯในมือทำเงิน
วันที่ : 23 มกราคม 2567
NT เปิดเผยว่า เรามีอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าถึง 70 กว่าไร่ ตารางละ 1-2 แสนบาท ที่ลักษณะนี้มีประมาณ 5-6 แห่ง อยู่ใน กทม.ปริมณฑลทั้งหมด น่าจะสามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้
พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา การทำงานในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทำให้องค์กร ประสบความสำเร็จ หรือไม่นั้น ประเมินด้วยตัวเอง สามารถทำได้ 60-70% เนื่องจาก หลายเรื่องที่ตั้งใจทำ ไม่สามารถทำได้ โดยปีที่ผ่านมา 8-9 เดือนยังไม่เห็น NT ทำธุรกิจใหม่ เพราะยังอยู่กับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นสารพัด เช่น โครงการเน็ตประชารัฐ โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation) หรือ USO และปัญหาภายในองค์กร
"ปีที่ผ่านมาเราอยู่กับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาสารพัด ไม่ว่า เน็ตประชารัฐ ยูโซ่ เรื่องภายในองค์กรมีปัญหา แต่ พอปีนี้ปัญหาพวกนั้นสามารถควบคุมได้ เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจะหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วค่อยลงไปดูแก้ปัญหาต่างๆ"
อย่างไรก็ตามปีนี้ที่จะเดินหน้าในธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยปี 2567 ได้เสนอแผนธุรกิจที่จะสร้างรายได้เพิ่มหลังสัญญาที่ทำร่วมกับพันธมิตร สำหรับ ใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) คลื่นความถี่ย่าน 850, 2100,2300 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ที่จะสิ้นสุดในปี 2568 จะไม่มีรายได้ ในธุรกิจทั้ง 3 คลื่นนี้ โดยมีแผนงาน โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ประกอบด้วย 1.การพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ 2.จัดตั้งบริษัท ร่วมทุน 3.หาโอกาส จากเทคโนโลยี AI & Data Related Businesses 4.ดำเนินการด้าน Digital goverment - Related Businesses 5.โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพิ่มการขยายกลุ่มราชการ, M2M, iOT 6.พัฒนาบริการ Neuteal last mile 7.สรรหาพันธมิตร Broadband internet
"เรามีอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าถึง 70 กว่าไร่ ตารางละ 1-2 แสนบาท ที่ลักษณะนี้มีประมาณ 5-6 แห่ง อยู่ใน กทม.ปริมณฑลทั้งหมด น่าจะสามารถนำมา สร้างมูลค่าเพิ่มได้ ในส่วนรายได้มาจากโมบายซึ่งมีสัดส่วน 60% ของรายได้รวม คงจะต้องทำให้โตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ซึ่งต้องปรับปรุงและพัฒนาให้มากขึ้น"
ทั้งนี้บริษัทได้ประมาณการรายได้ปี 2567 ไว้ที่ราว 87,983 ล้านบาท โดยแหล่งที่มาของรายได้มาจากการดำเนินงาน ของ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน 8,965 ล้านบาท หรือ 10% ของรายได้รวม 2.กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ (International) 2,190 ล้านบาท หรือ 2% ของรายได้รวม 3.กลุ่มธุรกิจสื่อสารไร้สาย (Fixed Line Broadband) 18,673 ล้านบาท หรือ 22% 4.กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) 47,889 ล้านบาท หรือ 60% ของ รายได้รวม 5.กลุ่มธุรกิจดิจิทัล 4,303 ล้านบาท คิดเป็น 4% ของรายได้รวม และบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่โทรคมนาคม และรายได้อื่นๆ 3,256 ล้านบาท คิดเป็น 2% ของรายได้รวม รายได้โครงการภาครัฐ 2,487 ล้านบาท และรายได้จากเผนงาน โครงการสำคัญ 216 ล้านบาท
"ปีที่ผ่านมาเราอยู่กับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาสารพัด ไม่ว่า เน็ตประชารัฐ ยูโซ่ เรื่องภายในองค์กรมีปัญหา แต่ พอปีนี้ปัญหาพวกนั้นสามารถควบคุมได้ เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจะหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วค่อยลงไปดูแก้ปัญหาต่างๆ"
อย่างไรก็ตามปีนี้ที่จะเดินหน้าในธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยปี 2567 ได้เสนอแผนธุรกิจที่จะสร้างรายได้เพิ่มหลังสัญญาที่ทำร่วมกับพันธมิตร สำหรับ ใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) คลื่นความถี่ย่าน 850, 2100,2300 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ที่จะสิ้นสุดในปี 2568 จะไม่มีรายได้ ในธุรกิจทั้ง 3 คลื่นนี้ โดยมีแผนงาน โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ประกอบด้วย 1.การพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ 2.จัดตั้งบริษัท ร่วมทุน 3.หาโอกาส จากเทคโนโลยี AI & Data Related Businesses 4.ดำเนินการด้าน Digital goverment - Related Businesses 5.โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพิ่มการขยายกลุ่มราชการ, M2M, iOT 6.พัฒนาบริการ Neuteal last mile 7.สรรหาพันธมิตร Broadband internet
"เรามีอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าถึง 70 กว่าไร่ ตารางละ 1-2 แสนบาท ที่ลักษณะนี้มีประมาณ 5-6 แห่ง อยู่ใน กทม.ปริมณฑลทั้งหมด น่าจะสามารถนำมา สร้างมูลค่าเพิ่มได้ ในส่วนรายได้มาจากโมบายซึ่งมีสัดส่วน 60% ของรายได้รวม คงจะต้องทำให้โตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ซึ่งต้องปรับปรุงและพัฒนาให้มากขึ้น"
ทั้งนี้บริษัทได้ประมาณการรายได้ปี 2567 ไว้ที่ราว 87,983 ล้านบาท โดยแหล่งที่มาของรายได้มาจากการดำเนินงาน ของ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน 8,965 ล้านบาท หรือ 10% ของรายได้รวม 2.กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ (International) 2,190 ล้านบาท หรือ 2% ของรายได้รวม 3.กลุ่มธุรกิจสื่อสารไร้สาย (Fixed Line Broadband) 18,673 ล้านบาท หรือ 22% 4.กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) 47,889 ล้านบาท หรือ 60% ของ รายได้รวม 5.กลุ่มธุรกิจดิจิทัล 4,303 ล้านบาท คิดเป็น 4% ของรายได้รวม และบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่โทรคมนาคม และรายได้อื่นๆ 3,256 ล้านบาท คิดเป็น 2% ของรายได้รวม รายได้โครงการภาครัฐ 2,487 ล้านบาท และรายได้จากเผนงาน โครงการสำคัญ 216 ล้านบาท
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
_17652_1705997939_40576.jpg)