ORI ปักธงปีนี้โตไม่หยุด โกยรายได้1.7หมื่นล้าน
Loading

ORI ปักธงปีนี้โตไม่หยุด โกยรายได้1.7หมื่นล้าน

วันที่ : 11 มีนาคม 2567
ORI วางเป้าปี 67 รายได้รวมพุ่ง 17,000 ล้านบาท และโกยยอดโอน 26,000 ล้านบาท ตุนแบ็กล็อกทะลัก 45,889 ล้านบาท ทยอยบุ๊กปีนี้กว่า 17,616 ล้านบาท กางแผนปีนี้เปิดตัวใหม่ 35 โครงการ มูลค่ารวม 37,000 ล้านบาท
        

       นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทวางเป้าหมายจะมีรายได้รวมไว้ที่ 17,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 14,095.30 ล้านบาท ซึ่งหลัก ๆ ยังคงมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (อยู่อาศัย) เพื่อขาย

        โดยในปี 2567 บริษัทวางเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ไว้ที่ 26,000 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน หรือ JV) แบ่งเป็นยอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง 12,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการร่วมทุน 13,500 ล้านบาท ซึ่งเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าว ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) รองรับแล้ว 67% จากขณะนี้ที่มี Backlog (รวมโครงการร่วมทุน) มูลค่ารวม 45,889 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2567 ประมาณ 17,616 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2570

         นอกจากนี้บริษัทยังมี Backlog จากค่าธรรมเนียมการบริหารโครงการ (Management Fee) มูลค่ารวม 5,252 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปี 2567 ประมาณ 1,200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2570 โดย Backlog จากค่าธรรมเนียมการบริหารโครงการ จะบันทึกเข้ามาเป็นรายได้ของบริษัทด้วย

         ขณะที่ในปี 2567 บริษัทวางเป้าหมายยอดขาย (Presale) ไว้ที่ 49,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 47,000 ล้านบาท โดยในปี 2567 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 35 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 37,000 ล้านบาท (ลดลงจากปีก่อนที่มีการเปิดตัวโครงการมูลค่า 48,000 ล้านบาท) แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 15 โครงการ รวมมูลค่า 20,000 ล้านบาท (เป็นโครงการร่วมทุน จำนวน 11 โครงการ และเป็นโครงการที่บริษัทดำเนินการเอง จำนวน 4 โครงการ) และเป็นโครงการแนวราบ (ภายใต้บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI) จำนาน 20 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 17,000 ล้านบาท (เป็นโครงการร่วมทุน จำนวน 16 โครงการ และเป็นโครงการที่บริษัทดำเนินการเอง จำนวน 4 โครงการ)

         “มูลค่าโครงการเปิดใหม่ปีนี้ลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ แต่หวังว่าปีนี้ภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการลดมูลค่าเปิดตัวโครงการลงจะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายทางการตลาดลงได้ 400-500 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 15-20% ซึ่งเงินที่ประหยัดได้นั้นเก็บเข้ากระเป๋า โดยขนาดของพอร์ตโครงการในมือต่อจากนี้จะยังคงอยู่ที่ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรามองว่าเป็นระดับที่เหมาะสม” นายพีระพงศ์ กล่าว

          นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 13 โครงการ แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ และโครงการแนวราบ จำนวน 7 โครงการ ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 22 โครงการ แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 9 โครงการ และโครงการแนวราบ จำนวน 13 โครงการ

          ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานของในไตรมาส 1/2567 จะเติบโตจากไตรมาสก่อน ซึ่งในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2567  (มกราคม-กุมภาพันธ์) ยอดโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปในทิศทางที่ดี และเชื่อว่าผลการดำเนินงานของบริษัทปีนี้จะเติบโตตามจุดแข็งและปัจจัยพื้นฐานของประเทศไทย โดยเติบโตตามจุดแข็งของประเทศไทยนั้น จะมีทั้งการท่องเที่ยว และเวลเนส (Wellness) ซึ่ง ORI เป็นผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจหลักอยู่แล้ว ดังนั้นจะเน้นสร้างการเติบโตให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของประเทศไทย

 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ