จัดหนัก...สิทธิประโยชน์ EEC ดึงลงทุนใหม่แสนล้าน
วันที่ : 6 สิงหาคม 2569
EECO จ่อเสนอ กพอ. อนุมัติ 8 โครงการลงทุนชุดแรกภายใต้สิทธิประโยชน์อีอีซี วงเงินรวมกว่า 1 แสนล้านบาท ในการประชุมเดือนสิงหาคม 2569 นี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ
การประชุมบอร์ด EEC ส.ค.นี้ สำนักงานอีอีซี เตรียมเสนอขออนุมัติโครงการลงทุน ภายใต้สิทธิประโยชน์ของอีอีซี ครั้งแรก ประเดิม 8 โครงการ วงเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท เชื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนเพิ่มเติม
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมอนุมัติโครงการลงทุนภายใต้สิทธิประโยชน์ของอีอีซีเป็นครั้งแรก รวม 8 โครงการ วงเงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท เพื่อช่วยขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ
ดร.จุฬา กล่าวว่า ที่ผ่านมา EECO ได้จัดเตรียมเรื่องการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์ของสำนักงานเอง ตั้งแต่การพิจารณาว่ามีเขตส่งเสริมที่ไหนเหมาะสมกับการลงทุนอะไรไปบ้าง และพยายามให้เห็นว่าการมี One Stop Service ช่วยสนับสนุนจะช่วยให้นักลงทุนได้รับความสะดวกในการเข้ามาลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำหนดสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมในแต่ละรายด้วย
"เราพยายามแนะนำคนที่อยากมาลงทุนตั้งแต่ชวนเข้ามาจนถึงให้เขาประกอบกิจการได้จริงๆ โดยจะบอกว่า ลงทุนแบบนี้ควรจะอยู่ในพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจในโซนไหน แล้วเตรียมให้สิทธิประโยชน์ อย่างเช่น การก่อสร้าง การตั้งโรงงานต่าง ๆ แต่ในขั้นตอนที่ผ่านมา เรายังไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์อย่างจริงจัง เนื่องจากไปเตรียมเรื่องเชิงกฎหมาย เพราะสิทธิประโยชน์ EEC ครอบคลุมหลายเรื่อง ทั้งสิทธิประโยชน์ในเชิงภาษีต้องคุยกับสรรพากร คุยกับศุลกากร และเรื่องใบอนุญาติ หรือวีซ่าต่าง ๆ ด้วย" ดร.จุฬา กล่าว
สำหรับการพิจารณาสิทธิประโยชน์ให้กับนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีนั้นดร.จุฬา กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กพอ. ครั้งนี้ จะเป็นการอนุมัติสิทธิประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งแต่ละรายจะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เหมือนกัน เพราะจะมีการประเมินเป็นรายโครงการ และนำเสนอเข้ามายัง กพอ. พิจารณา ส่วนใหญ่จะครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลส่งเสริม เพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจในอนาคต
ทำกฎหมายใหม่
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในส่วนของการจัดทำสิทธิประโยชน์ให้กับนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีนั้น ล่าสุด EECO ยังได้ยกร่างกฎหมายขึ้นใหม่เกี่ยวกับการรองรับนักลงทุนต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ โดยจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะของบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษและสิทธิที่จะได้รับตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... และร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้รับสิทธิของบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ พ.ศ. ...
สำหรับการจัดทำกฎหมายทั้งสองฉบับนั้น เนื่องจากปัจจุบันประเทศที่มีความสำเร็จในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจะใช้วิธีการกำหนดสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดบุคคลที่มีความสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการประกอบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทันสมัยและสร้างนวัตกรรมอันจะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศโดยรวม
ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดบุคคลที่มีความสำคัญอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและก่อให้เกิดนวัตกรรม จึงจำเป็นต้องมีมาตรการส่งเสริมให้มีการดึงดูดบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงาน ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้กลไกตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในการดึงดูด
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องมือในการดึงดูดบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและก่อให้เกิดนวัตกรรมเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หากรัฐไม่แทรกแซงอาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง การพัฒนาเทคโนโลยีล่าช้า สูญเสียโอกาสในการสร้างนวัตกรรม ขาดการถ่ายทอดความรู้และอาจทำให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษออกไปทำงานในต่างประเทศ
เปิดสิทธิประโยชน์
รายงานข่าวระบุว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้มีการกำหนดสิทธิที่บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษจะได้รับจากคณะกรรมการนโยบายแยกเป็นส่วนแรก คือ สิทธิเกี่ยวกับภาษี ประกอบด้วย 1. สิทธิได้รับการลดหย่อนภาษี โดยให้ลดอัตราภาษีเงินได้ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษได้รับ
ทั้งนี้เนื่องจากการประกอบกิจการหรือทำงาน ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ และคงจัดเก็บตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการหรือทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยนับจากปีภาษีที่เริ่มประกอบกิจการหรือทำงานในอัตรา คือ ปีที่ 1-3 เก็บ 16% ของเงินได้, ปีที่ 4-5 เก็บ 14%, ปีที่ 7-9 เก็บ 12% และปีที่ 10 เป็นต้นไป เก็บ 10%
พร้อมทั้งสิทธิได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ โดยให้ยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจาก หน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ ค่าตอบแทนหรือประโยชน์อย่างอื่น หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ ในต่างประเทศ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร
2. สิทธิเกี่ยวกับการเข้าเมือง โดยให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษที่ไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง มีสิทธิเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรได้ โดยมีกำหนดสูงสุดคราวละไม่เกิน 20 ปี
3. สิทธิเกี่ยวกับการขออนุญาตทำงาน โดยให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ มีสิทธิประกอบกิจการและทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้เลขาธิการออกหนังสืออนุญาตทำงาน (EEC - Work Permit) โดยมีกำหนดเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรตาม ข้อ 2
4. สิทธิอื่นเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ พิเศษเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ คือ (ก) สิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการอยู่อาศัย มีกำหนดไม่เกินหนึ่งไร่ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน(ข) สิทธิถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการอยู่อาศัย โดยได้รับการยกเว้นจากการจำกัดสิทธิของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
(ค) สิทธิเช่า เช่าช่วง ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการอยู่อาศัย โดยมีกำหนดเวลาไม่เกิน 50 ปี ถ้าได้ทำสัญญากันไว้เป็นกำหนดเวลานานกว่านั้นก็ให้ลดลงมาเป็น 50 ปี
(ง) สิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามกฎหมายสำหรับการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์และอสังหา ริมทรัพย์ตาม (ก) - (ค)
(จ) สิทธิได้รับการคืนเงินเท่ากับค่าภาษีสรรพสามิตที่จ่ายจริง สำหรับการซื้อรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ค่าภาษีสรรพสามิตรวมกันไม่เกิน 1 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในรายละเอียดของสิทธิประโยชน์ดังกล่าวที่อยู่ระหว่างการจัดทำนั้น เลขาธิการ EECO ระบุว่า หากดำเนินการรับฟังความเห็นเสร็จแล้วจะสรุปรายละเอียดและเสนอต่อคณะกรรมการ รวมทั้งเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมอนุมัติโครงการลงทุนภายใต้สิทธิประโยชน์ของอีอีซีเป็นครั้งแรก รวม 8 โครงการ วงเงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท เพื่อช่วยขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ
ดร.จุฬา กล่าวว่า ที่ผ่านมา EECO ได้จัดเตรียมเรื่องการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์ของสำนักงานเอง ตั้งแต่การพิจารณาว่ามีเขตส่งเสริมที่ไหนเหมาะสมกับการลงทุนอะไรไปบ้าง และพยายามให้เห็นว่าการมี One Stop Service ช่วยสนับสนุนจะช่วยให้นักลงทุนได้รับความสะดวกในการเข้ามาลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำหนดสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมในแต่ละรายด้วย
"เราพยายามแนะนำคนที่อยากมาลงทุนตั้งแต่ชวนเข้ามาจนถึงให้เขาประกอบกิจการได้จริงๆ โดยจะบอกว่า ลงทุนแบบนี้ควรจะอยู่ในพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจในโซนไหน แล้วเตรียมให้สิทธิประโยชน์ อย่างเช่น การก่อสร้าง การตั้งโรงงานต่าง ๆ แต่ในขั้นตอนที่ผ่านมา เรายังไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์อย่างจริงจัง เนื่องจากไปเตรียมเรื่องเชิงกฎหมาย เพราะสิทธิประโยชน์ EEC ครอบคลุมหลายเรื่อง ทั้งสิทธิประโยชน์ในเชิงภาษีต้องคุยกับสรรพากร คุยกับศุลกากร และเรื่องใบอนุญาติ หรือวีซ่าต่าง ๆ ด้วย" ดร.จุฬา กล่าว
สำหรับการพิจารณาสิทธิประโยชน์ให้กับนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีนั้นดร.จุฬา กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กพอ. ครั้งนี้ จะเป็นการอนุมัติสิทธิประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งแต่ละรายจะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เหมือนกัน เพราะจะมีการประเมินเป็นรายโครงการ และนำเสนอเข้ามายัง กพอ. พิจารณา ส่วนใหญ่จะครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลส่งเสริม เพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจในอนาคต
ทำกฎหมายใหม่
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในส่วนของการจัดทำสิทธิประโยชน์ให้กับนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีนั้น ล่าสุด EECO ยังได้ยกร่างกฎหมายขึ้นใหม่เกี่ยวกับการรองรับนักลงทุนต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ โดยจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะของบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษและสิทธิที่จะได้รับตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... และร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้รับสิทธิของบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ พ.ศ. ...
สำหรับการจัดทำกฎหมายทั้งสองฉบับนั้น เนื่องจากปัจจุบันประเทศที่มีความสำเร็จในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจะใช้วิธีการกำหนดสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดบุคคลที่มีความสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการประกอบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทันสมัยและสร้างนวัตกรรมอันจะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศโดยรวม
ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดบุคคลที่มีความสำคัญอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและก่อให้เกิดนวัตกรรม จึงจำเป็นต้องมีมาตรการส่งเสริมให้มีการดึงดูดบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงาน ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้กลไกตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในการดึงดูด
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องมือในการดึงดูดบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและก่อให้เกิดนวัตกรรมเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หากรัฐไม่แทรกแซงอาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง การพัฒนาเทคโนโลยีล่าช้า สูญเสียโอกาสในการสร้างนวัตกรรม ขาดการถ่ายทอดความรู้และอาจทำให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษออกไปทำงานในต่างประเทศ
เปิดสิทธิประโยชน์
รายงานข่าวระบุว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้มีการกำหนดสิทธิที่บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษจะได้รับจากคณะกรรมการนโยบายแยกเป็นส่วนแรก คือ สิทธิเกี่ยวกับภาษี ประกอบด้วย 1. สิทธิได้รับการลดหย่อนภาษี โดยให้ลดอัตราภาษีเงินได้ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษได้รับ
ทั้งนี้เนื่องจากการประกอบกิจการหรือทำงาน ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ และคงจัดเก็บตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการหรือทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยนับจากปีภาษีที่เริ่มประกอบกิจการหรือทำงานในอัตรา คือ ปีที่ 1-3 เก็บ 16% ของเงินได้, ปีที่ 4-5 เก็บ 14%, ปีที่ 7-9 เก็บ 12% และปีที่ 10 เป็นต้นไป เก็บ 10%
พร้อมทั้งสิทธิได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ โดยให้ยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจาก หน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ ค่าตอบแทนหรือประโยชน์อย่างอื่น หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ ในต่างประเทศ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร
2. สิทธิเกี่ยวกับการเข้าเมือง โดยให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษที่ไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง มีสิทธิเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรได้ โดยมีกำหนดสูงสุดคราวละไม่เกิน 20 ปี
3. สิทธิเกี่ยวกับการขออนุญาตทำงาน โดยให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ มีสิทธิประกอบกิจการและทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้เลขาธิการออกหนังสืออนุญาตทำงาน (EEC - Work Permit) โดยมีกำหนดเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรตาม ข้อ 2
4. สิทธิอื่นเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ พิเศษเข้ามาประกอบกิจการหรือทำงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ คือ (ก) สิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการอยู่อาศัย มีกำหนดไม่เกินหนึ่งไร่ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน(ข) สิทธิถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการอยู่อาศัย โดยได้รับการยกเว้นจากการจำกัดสิทธิของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
(ค) สิทธิเช่า เช่าช่วง ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการอยู่อาศัย โดยมีกำหนดเวลาไม่เกิน 50 ปี ถ้าได้ทำสัญญากันไว้เป็นกำหนดเวลานานกว่านั้นก็ให้ลดลงมาเป็น 50 ปี
(ง) สิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามกฎหมายสำหรับการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์และอสังหา ริมทรัพย์ตาม (ก) - (ค)
(จ) สิทธิได้รับการคืนเงินเท่ากับค่าภาษีสรรพสามิตที่จ่ายจริง สำหรับการซื้อรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ค่าภาษีสรรพสามิตรวมกันไม่เกิน 1 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในรายละเอียดของสิทธิประโยชน์ดังกล่าวที่อยู่ระหว่างการจัดทำนั้น เลขาธิการ EECO ระบุว่า หากดำเนินการรับฟังความเห็นเสร็จแล้วจะสรุปรายละเอียดและเสนอต่อคณะกรรมการ รวมทั้งเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ