คอลัมน์ ก่อสร้างและที่ดิน: ตลาดแฝดอสังหาฯ
วันที่ : 4 กันยายน 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยจุดเปลี่ยนสำคัญอสังหาฯ ไทย! ตลาด 'บ้านมือสอง' พลิกแซง 'บ้านใหม่' ยอดโอนพุ่ง 56% ยุคหลังโควิด
นาย ต.
นับจากนี้ไปธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่เป็นอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัยบ้านคอนโดมิเนียม และอสังหาฯ เพื่อพาณิชยกรรมโรงแรม ค้าปลีก และบริการ จะเป็นตลาดที่มีทั้งพัฒนาขึ้นมาใหม่จากที่ดินเปล่าๆ และการพัฒนาจากอสังหาฯ เก่ารีโนเวตปรับปรุงขึ้นมาเพื่อใช้งานใหม่
เป็นตลาดแฝดอสังหาฯ ที่ Development ขึ้นมาใหม่ และ ReDevelopment ขึ้นมาจากของเก่า
ในตลาดที่อยู่อาศัยบ้านคอนโดมิเนียม หากดูข้อมูล ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ตลาดบ้านใหม่เทียบกับตลาดบ้านมือสอง จะเห็นว่าจำนวนยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองมีจำนวนใกล้เคียงแบบหายใจรดต้นคอตลาดที่อยู่อาศัยใหม่มาตั้งแต่ปี 2561 ก่อนโควิด
และมาแซงตลาดที่อยู่อาศัยใหม่หลังโควิด ปี 2564 ถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองมีจำนวนยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์มากกว่าที่อยู่อาศัยใหม่ สัดส่วนที่อยู่อาศัยใหม่ 44% ที่อยู่อาศัยมือสอง 56%
ถึง ณ สิ้นปี 2568 จำนวนยูนิตโอนกรรมสิทธิ์บ้านใหม่ 112,565 ยูนิต 36% และบ้านมือสอง 203,649 ยูนิต 64%
ตลาดมือสองจำนวนยูนิตโอนมากกว่าบ้านใหม่แล้ว 1.8 เท่า
ในเชิงมูลค่าที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในระยะเวลาเดียวกัน ที่อยู่อาศัยมือสองยังไม่ได้แซงที่อยู่อาศัยมือหนึ่งแต่ก็จ่อใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 บ้านใหม่โอนมูลค่า 452,565 ล้านบาท คิดเป็น 52% บ้านมือสองโอนมูลค่า 412,348 ล้านบาท คิดเป็น 48%
มูลค่าบ้านมือสองโอนกรรมสิทธิ์มีมูลค่า 91% ของบ้านใหม่
หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงลงไปถึงแต่ละระดับราคาจะพบว่าจำนวนยูนิตโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง ระดับราคา 1.0-2.0 ล้านบาท บ้านมือสองเริ่มแซงมือหนึ่งปี 2562 ระดับราคา 2.0-3.0 ล้านบาท บ้านมือสองเริ่มแซงมือหนึ่งปี 2566
ระดับราคาต่อจากนั้น 3.0-5.0 ล้านบาท, 5.0-10.0 ล้านบาท และ 10.0 ล้านบาทขึ้นไป จำนวนยูนิตบ้านมือสองยังไม่แซงมือหนึ่ง แต่บ้านมือสองแต่ละระดับราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่บ้านใหม่มีแนวโน้มลดลง
นอกจากนี้ จากปัญหาสภาพเศรษฐกิจหนี้เสียยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด ทำให้บ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปซึ่งมักถูกนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน กลายมาเป็นทรัพย์ NPA ในตลาดบ้านมือสองเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เกิดธุรกิจบริการการรีโนเวตบ้านขาย มีธุรกิจเอเย่นต์ให้บริการการซื้อขาย สนับสนุนให้ตลาดบ้านมือสองโตเติบขึ้นไปได้อีก
อสังหาฯ มือสองประเภทอื่น อาทิ อาคารพาณิชย์ ซึ่งในกรุงเทพมหานครมีรายงานข่าวถูกทิ้งร้างมากกว่าหมื่นยูนิต ยังมีอาคารประเภทอื่นถูกทิ้งร้าง มีอาคารที่ถูกใช้งานไม่คุ้มค่าอีกมากมาย
จึงทำให้เกิดการพัฒนาอสังหาฯ ในรูปแบบการ ReDevelopment อาคารเก่า เพื่อสร้างคุณค่าและการใช้สอยใหม่
ขณะเดียวกันตลาดอสังหาฯ ด้านผู้บริโภคก็เกิดทัศนคติความนิยมทั้งการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย และการใช้บริการ มีกลุ่มคนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่นิยมอาคารเก่าที่มีการนำมาพัฒนาใหม่ โดยมีเรื่องราวความเป็นมาของย่าน, อาคาร และศิลปสถาปัตยกรรม สร้างประสบการณ์แก่ผู้ใช้บริการ
ทำให้เกิดการพัฒนาคึกคักขึ้นในบางย่านแล้ว เช่น ย่านทรงวาด
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากนี้ไป จึงมีการพัฒนาใหม่จากที่ดินเปล่า และมีการพัฒนาที่เรียกว่า Redevelopment สร้างคุณค่าใหม่จากอาคารเก่า เสมือนแฝดคู่ขนานกันไป
นับจากนี้ไปธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่เป็นอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัยบ้านคอนโดมิเนียม และอสังหาฯ เพื่อพาณิชยกรรมโรงแรม ค้าปลีก และบริการ จะเป็นตลาดที่มีทั้งพัฒนาขึ้นมาใหม่จากที่ดินเปล่าๆ และการพัฒนาจากอสังหาฯ เก่ารีโนเวตปรับปรุงขึ้นมาเพื่อใช้งานใหม่
เป็นตลาดแฝดอสังหาฯ ที่ Development ขึ้นมาใหม่ และ ReDevelopment ขึ้นมาจากของเก่า
ในตลาดที่อยู่อาศัยบ้านคอนโดมิเนียม หากดูข้อมูล ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ตลาดบ้านใหม่เทียบกับตลาดบ้านมือสอง จะเห็นว่าจำนวนยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองมีจำนวนใกล้เคียงแบบหายใจรดต้นคอตลาดที่อยู่อาศัยใหม่มาตั้งแต่ปี 2561 ก่อนโควิด
และมาแซงตลาดที่อยู่อาศัยใหม่หลังโควิด ปี 2564 ถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองมีจำนวนยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์มากกว่าที่อยู่อาศัยใหม่ สัดส่วนที่อยู่อาศัยใหม่ 44% ที่อยู่อาศัยมือสอง 56%
ถึง ณ สิ้นปี 2568 จำนวนยูนิตโอนกรรมสิทธิ์บ้านใหม่ 112,565 ยูนิต 36% และบ้านมือสอง 203,649 ยูนิต 64%
ตลาดมือสองจำนวนยูนิตโอนมากกว่าบ้านใหม่แล้ว 1.8 เท่า
ในเชิงมูลค่าที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในระยะเวลาเดียวกัน ที่อยู่อาศัยมือสองยังไม่ได้แซงที่อยู่อาศัยมือหนึ่งแต่ก็จ่อใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 บ้านใหม่โอนมูลค่า 452,565 ล้านบาท คิดเป็น 52% บ้านมือสองโอนมูลค่า 412,348 ล้านบาท คิดเป็น 48%
มูลค่าบ้านมือสองโอนกรรมสิทธิ์มีมูลค่า 91% ของบ้านใหม่
หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงลงไปถึงแต่ละระดับราคาจะพบว่าจำนวนยูนิตโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง ระดับราคา 1.0-2.0 ล้านบาท บ้านมือสองเริ่มแซงมือหนึ่งปี 2562 ระดับราคา 2.0-3.0 ล้านบาท บ้านมือสองเริ่มแซงมือหนึ่งปี 2566
ระดับราคาต่อจากนั้น 3.0-5.0 ล้านบาท, 5.0-10.0 ล้านบาท และ 10.0 ล้านบาทขึ้นไป จำนวนยูนิตบ้านมือสองยังไม่แซงมือหนึ่ง แต่บ้านมือสองแต่ละระดับราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่บ้านใหม่มีแนวโน้มลดลง
นอกจากนี้ จากปัญหาสภาพเศรษฐกิจหนี้เสียยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด ทำให้บ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปซึ่งมักถูกนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน กลายมาเป็นทรัพย์ NPA ในตลาดบ้านมือสองเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เกิดธุรกิจบริการการรีโนเวตบ้านขาย มีธุรกิจเอเย่นต์ให้บริการการซื้อขาย สนับสนุนให้ตลาดบ้านมือสองโตเติบขึ้นไปได้อีก
อสังหาฯ มือสองประเภทอื่น อาทิ อาคารพาณิชย์ ซึ่งในกรุงเทพมหานครมีรายงานข่าวถูกทิ้งร้างมากกว่าหมื่นยูนิต ยังมีอาคารประเภทอื่นถูกทิ้งร้าง มีอาคารที่ถูกใช้งานไม่คุ้มค่าอีกมากมาย
จึงทำให้เกิดการพัฒนาอสังหาฯ ในรูปแบบการ ReDevelopment อาคารเก่า เพื่อสร้างคุณค่าและการใช้สอยใหม่
ขณะเดียวกันตลาดอสังหาฯ ด้านผู้บริโภคก็เกิดทัศนคติความนิยมทั้งการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย และการใช้บริการ มีกลุ่มคนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่นิยมอาคารเก่าที่มีการนำมาพัฒนาใหม่ โดยมีเรื่องราวความเป็นมาของย่าน, อาคาร และศิลปสถาปัตยกรรม สร้างประสบการณ์แก่ผู้ใช้บริการ
ทำให้เกิดการพัฒนาคึกคักขึ้นในบางย่านแล้ว เช่น ย่านทรงวาด
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากนี้ไป จึงมีการพัฒนาใหม่จากที่ดินเปล่า และมีการพัฒนาที่เรียกว่า Redevelopment สร้างคุณค่าใหม่จากอาคารเก่า เสมือนแฝดคู่ขนานกันไป
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ
_745_1788754733_96722.jpg)