Loading

ธอส.คาดการโอนครึ่งปีหลังดี ลุยเปิดตัวเว็บไซต์บ้านมือสอง

วันที่ : 30 กันยายน 2562
ธอส. มองครึ่งปีหลังการโอนกรรมสิทธิ์ดีขึ้น ล่าสุดวันนี้เปิดให้บริการเว็บไซต์บ้านมือสอง หวังเข้าถึงกลุ่มชนชั้นกลาง-ล่างมากขึ้น
          ธอส. มองครึ่งปีหลังการโอนกรรมสิทธิ์ดีขึ้น ล่าสุดวันนี้เปิดให้บริการเว็บไซต์บ้านมือสอง หวังเข้าถึงกลุ่มชนชั้นกลาง-ล่างมากขึ้น

          ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ประเมินในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. 2562 สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจะมีการปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 2/2562 หรือสูงกว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 คาดว่าจำนวนหน่วยที่โอนกรรมสิทธิ์ และมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์จะลดลง 15.50% และ 12.20% ตามลำดับ

          ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ คาดปรับตัวลดลง 5.79% และอุปทานโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ คาดปรับตัวลดลง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เนื่องจากมีอุปทานเหลือขายในตลาดสะสม ซึ่งส่งผลให้ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ลด 2.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561

          พร้อมทั้งประเมินว่าภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยทั้งปี 2562 ในด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจำนวนหน่วยจะปรับตัวลดลง 10.20% และมูลค่าจะลดลง 7.10% ส่วนด้านอุปทานโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จำนวนหน่วยจะปรับตัวลดลง 12.70% และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่จำนวนหน่วยจะลดลง 9.10% เมื่อเทียบกับปี 2561

          อย่างไรก็ตามการชะลอตัว ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทานแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับสมดุลของตลาด นอกจากนี้ในปี 2562 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ยังประมาณการอุปทานเหลือขายที่อยู่อาศัยในตลาดเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลจะอยู่ที่ 154,367 หน่วย เป็นอาคารชุด 65,639 หน่วย หรือคิดเป็น 42.50% และโครงการบ้านจัดสรร 88,727 หน่วย หรือคิดเป็น 57.50% แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 31.80% บ้านเดี่ยว 17.10% ที่เหลือเป็นบ้านแฝด และอาคารพาณิชย์

          ดร.วิชัย กล่าวว่าหลังบริษัทได้ดำเนินการโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์บ้านมือสอง (Web Application) เพื่อเข้าถึงกลุ่มประชาชนชั้นกลาง-ล่างมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 31 ล้านบาท ตั้งแต่เดือน เม.ย. ล่าสุด จะเปิดให้ใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้ (30 ก.ย. 2562) เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.taladnudbaan.com
          สำหรับเว็บไซต์ www.taladnudbaan.com ประกอบด้วยทรัพย์จากหน่วยงาน SFI's กรมบังคับคดี ธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด รวมกว่า 30,000 รายการ หรือคิดเป็น 20% จากสินทรัพย์ทั้งตลาด 150,000 รายการ

          โดยการใช้งานเว็บไซต์สามารถค้นหาทรัพย์ได้ง่าย และละเอียดตามเงื่อนไข จากหน่วยงานต่าง ๆ โดยสมาชิกประเภทผู้ซื้อสามารถจัดเก็บรายการทรัพย์ที่ชอบไว้ใน "บัญชีของฉัน" สูงสุด 10 รายการ ทั้งนี้ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถเปรียบเทียบราคาที่ต้องการด้วยระบบการให้คะแนนเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และสามารถแจ้งความสนใจไปยังธนาคารเจ้าของทรัพย์

          นอกจากนี้ ในระบบจะมีแผนที่ทรัพย์แต่ละรายการสามารถแสดง และดูสถานที่ใกล้เคียงได้ อีกทั้งยังสามารถคำนวณค่าผ่อนบ้านและแสดงทางเลือกเพื่อขอสินเชื่อบ้าน ซึ่งสามารถติดต่อผู้ให้บริการสินเชื่อ เพื่อขอคำแนะนำได้ รวมไปถึงการแสดงงานกิจกรรม บทความข่าวสารประจำวัน และคำถามที่พบบ่อย ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์

          "มองว่าต้องใช้เวลา 4-5 ปี จะสามารถประเมินราคาได้เลยโดยไม่ต้องผ่านนายหน้าอีกด้วย โดยเบื้องต้นในปี 2563 เมื่อระบบเริ่มเสถียรจะมีการเจรจากับสถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์ทุกราย เข้ามาบริการในระบบเพิ่มขึ้น รวมถึงทรัพย์ NPA (Non Performing Asset) เป็นต้น พร้อมทั้งคาดว่าในช่วงปี 2564-2565 ประชาชนทั่วไปจะเข้ามาโพสต์ขายเองได้" ดร.วิชัย กล่าว