คอนโดไทยจุกแรงซื้อต่างชาติดิ่ง17%
Loading

คอนโดไทยจุกแรงซื้อต่างชาติดิ่ง17%

วันที่ : 30 มิถุนายน 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เผยยอดโอนคอนโดต่างชาติไตรมาส 1/69 ลดลงจากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ชาวจีนยังเป็นผู้ซื้อหลัก ส่วนอินเดียมียอดโอนเฉลี่ยต่อหน่วยสูงสุด
   พิษตลาดจีนแผ่ว-อินเดียสวนกระแสโตพุ่ง40%

   REIC เผยยอดซื้อคอนโดฯ ต่างชาติวูบ 17% หลังตลาดจีนสะดุด จับตาอินเดียมาแรง

   ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า จำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้ซื้อหลักทั้งในแง่จำนวนหน่วยและมูลค่ายังคงเป็นชาวจีน ขณะที่อินเดียโตโดดเด่นด้วยมูลค่าการโอนเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงที่สุด สาเหตุที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจในไทยและทั่วโลกชะลอตัว โดยเฉพาะชาวจีนเจอกับปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ

   โดยภาพรวมมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด 3,241 หน่วย ลดลง 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีซึ่งอยู่ที่ 3,919 หน่วย มีมูลค่า 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% และมีพื้นที่ห้องชุด 141,644 ตารางเมตร ลดลง 13.8% ด้านสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ของต่างชาติ

   เมื่อเทียบกับคนไทยลดลง จำนวนหน่วยลดลงเหลือ 13.6% หรือคิดเป็น 3,241 หน่วย ขณะที่มูลค่าลดลงเหลือ 23.9% หรือคิดเป็นมูลค่า 13,464 ล้านบาท ต่างชาติที่โอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ จีน รัสเซีย พม่า ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมัน ออสเตรเลีย และอินเดีย โดยผู้ซื้ออันดับแรกยังคงเป็นชาวจีน มีการโอนมากถึง 906 หน่วย แต่ขยายตัวลดลง 38.8% มูลค่าการโอนอยู่ที่ 3,493 ล้านบาท เฉลี่ย 3.9 ล้านบาทต่อหน่วย ลดลง 42.9% และมีขนาดพื้นที่เฉลี่ย 39.9 ตารางเมตรต่อหน่วย ขณะที่อินเดียมีทั้งมูลค่าและพื้นที่ห้องชุดเฉลี่ยสูงที่สุด มูลค่าการโอนเฉลี่ย 5.6 ล้านบาทต่อหน่วย และมีขนาดพื้นที่เฉลี่ย 67.8 ตารางเมตรต่อหน่วย ส่วนสำหรับขนาดและมูลค่าห้องชุดเฉลี่ยพบว่า ห้องชุดที่โอนกรรมสิทธิ์ให้ต่างชาติมีพื้นที่เฉลี่ยต่อหน่วย 43.7 ตารางเมตร และมีมูลค่าเฉลี่ย 4.2 ล้านบาทต่อหน่วย

   "จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ของอินเดียขยายตัวสูงที่สุด 40% รองลงมาคือออสเตรีย เพิ่มขึ้น 36.1% รัสเซีย เพิ่มขึ้น 33% ส่วนประเทศที่มีมูลค่าการโอนขยายตัวสูงสุดได้แก่ รัสเซีย เพิ่มขึ้น 68.7% รองลงมาคือ ออสเตรเลีย 32.4%"