Loading

ซีอีโอ ห่วงกำลังซื้อทรุดหนัก ประเมินแนวโน้มศก.ไตรมาส4 ทรงตัว - หวังรัฐออกมาตรการกระตุ้นเพิ่ม

วันที่ : 30 กันยายน 2562
"58 ซีอีโอ"ประเมินเศรษฐกิจไตรมาส 4 แนวโน้ม"ทรงตัว" ห่วงกำลังซื้อในประเทศกดดัน หวังมาตรการรัฐช่วยกระตุ้น เผยส่วนใหญ่ยังมีแผนลงทุนเพื่อรักษาระดับการเติบโตของธุรกิจ ด้าน"กอบศักดิ์"ระบุนายกฯเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ 7 ต.ค.นี้ ติดตามภาวะเศรษฐกิจ หวังคงจีดีพีขยายตัวได้ตามเป้า3%
          นายกฯถกครม.เศรษฐกิจ  7ต.ค. คงจีดีพีโตตามเป้า3%

         "58 ซีอีโอ"ประเมินเศรษฐกิจไตรมาส 4 แนวโน้ม"ทรงตัว" ห่วงกำลังซื้อในประเทศกดดัน หวังมาตรการรัฐช่วยกระตุ้น เผยส่วนใหญ่ยังมีแผนลงทุนเพื่อรักษาระดับการเติบโตของธุรกิจ  ด้าน"กอบศักดิ์"ระบุนายกฯเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ 7 ต.ค.นี้ ติดตามภาวะเศรษฐกิจ หวังคงจีดีพีขยายตัวได้ตามเป้า3%

          การประคับประคองเศรษฐกิจของรัฐบาลในปี 2562 เกือบทั้งปีนี้ ต้องเผชิญกับปัจจัยแวดล้อมมากมายที่ส่งผลต่อ สภาพคล่องของเศรษฐกิจทั้งระบบ มีปัจจัยทั้ง ภายในและภายนอกประเทศเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะพิษจากสงครามการค้า ของมหาอำนาจ 2 ประเทศ สหรัฐและจีน รวมไปถึงสงครามค่าเงิน สร้างความสั่นสะเทือน ต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศเป็นอย่างมาก

          มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถือเป็นหมากตัวสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้ เพื่อกระตุ้นการลงทุน กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงมาตรการลดดอกเบี้ย หลายมาตรการที่ถูกนำมาใช้อย่างเร่งด่วน เพื่อพยุงให้เศรษฐกิจยังขับเคลื่อนต่อไปได้ท่ามกลางความท้าทาย ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้าย ไตรมาส 4 ปีนี้ ที่น่าสนใจว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นไปในทิศทางใด

          "กรุงเทพธุรกิจ" ได้ทำการสำรวจความคิดเห็น 58 ซีอีโอองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่หลากหลายกลุ่ม เช่น ภาคการผลิต เกษตร พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ส่งออก การเงิน ค้าปลีกและไอทีดิจิทัล ที่มีรายได้ตั้งแต่พันล้านขึ้นไปถึงความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อธุรกิจช่วงไตรมาสที่ 4 โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-27 ก.ย.62

          "ซีอีโอ"ฟันธงไตรมาส4ศก."ทรงตัว"  เมื่อถามถึงการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 / 2562 เทียบไตรมาส ก่อนหน้า ซีอีโอจำนวน 40.4% คาดการณ์แนวโน้ม เศรษฐกิจยัง "ทรงตัว" รองลงมา 31.6% ระบุว่า "ชะลอตัว" ขณะที่ 19.3% ยังมองว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 มีโอกาสขยายตัว และ 8.8% เชื่อว่า เศรษฐกิจไตรมาส 4 มีแนวโน้ม "ถดถอย" ส่วนปัจจัยบวกที่ประเมินว่าจะมีผลต่อการ กระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 ซีอีโอจำนวน 69% ระบุว่า มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ขณะที่ 8.6% คาดว่ามาจากเศรษฐกิจโลก ฟื้นตัว รวมถึงกำลังซื้อในประเทศดีขึ้น ส่วนอีก 6.9% ระบุว่า มาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เมื่อถามถึงปัจจัยลบที่คาดว่าจะฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 4 ซีอีโอส่วนใหญ่ 43.1% ระบุว่า มาจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว รองลงมา 27.6% ระบุว่า มาจากสงครามการค้า และ 22.4% เชื่อว่าปัจจัยลบที่เป็นตัว ฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 4 มาจากเงินบาท แข็งค่า

          ส่วนการประเมินยอดขายของบริษัทในไตรมาส 4 ซีอีโอจำนวน 45.6% เชื่อว่า ยอดขายของบริษัทยัง "ทรงตัว" ส่วน 31.6% มั่นใจว่าจะดีขึ้น และมีซีอีโอจำนวน 15.8% มองว่า ยอดขายไตรมาส 4 นี้มีแนวโน้ม "ชะลอตัวลง"

          อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงยอดขายที่ เพิ่มขึ้น หรือลดลงนั้นจะอยู่ในระดับใด ซีอีโอ มากถึง 71.4% ระบุว่า อาจจะอยู่ในระดับ 0-10% ขณะที่ ซีอีโอจำนวน 12.5% เชื่อว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงจะอยู่ในระดับ 11-15%

          ลงทุนเพิ่มรักษาระดับการเติบโต

          ในด้านแผนการลงทุนของธุรกิจใน ไตรมาสที่ 4 จากผลสำรวจครั้งนี้ ซีอีโอส่วนใหญ่ 43.1% ยังมีแผนลงทุนเพิ่ม ขณะที่ 32.8% ยังไม่มีแผนลงทุนเพิ่มใดๆ ส่วน 20.7% ระบุว่ากำลังพิจารณา

          เมื่อถามถึงแผนการลงทุนที่ธุรกิจส่วนใหญ่จะลงทุนนั้น ซีอีโอจำนวน 75% บอกว่า วัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อรักษาระดับการเติบโตของธุรกิจ และซีอีโอจำนวน 13.6% ระบุว่า ต้องการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์ในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ 9.1% ต้องการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพเครื่องจักร เพื่อประสิทธิภาพในการผลิต และมีเพียง 2.3% เท่านั้นที่บอกว่า ลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์ต่างประเทศ

          สำหรับแผนการรับมือเศรษฐกิจที่อาจจะ ชะลอตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ซีอีโอจำนวน 40% ระบุว่า มีแผนที่จะหาแนวทางเจาะตลาดใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ จำนวน 23.6% มีแผนแตกไลน์ธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง

          เสนอรัฐอัดมาตรการกระตุ้นศก.เพิ่ม

          ซีอีโอจำนวน 14.5% ยังเน้นแผนจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย และ 12.7% ขอรอจังหวะที่เหมาะสม ขณะที่มีซีอีโอจำนวน 9.1% เน้นแผนการลงทุนไปที่เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและบริการ

          เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะต่อภาครัฐที่จะทำให้ธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ซีอีโอมากถึง 60.3% ยังต้องการให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รองลงมา 24.1% ให้รัฐบาลหันมาดูแลค่าบาท ขณะที่ 3.4% ให้ใช้มาตรการลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามมีซีอีโอ 8.6% ที่เสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจใหม่

          ซีอีโอ 58 คนร่วมเซอร์เวย์

          การสำรวจครั้งนี้ มีซีอีโอในภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งหมด 58 คน ร่วมตอบแบบสอบถามประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ประกอบด้วย ซีอีโอในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นสัดส่วน 25.9% รองลงมาอยู่ในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มการเงิน 13.8% กลุ่มไอทีดิจิทัล 12.1% และ 8.6% อยู่ในกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก

          โดยกลุ่มซีอีโอที่ถูกสำรวจอยู่ในองค์กรธุรกิจที่มียอดขายเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมามากกว่าหนึ่งพันล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 31.6% รองลงมาเป็นกลุ่มธุรกิจที่มียอดขายต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 29.8% และ 21.1% เป็นกลุ่มบริษัทที่มียอดขายตั้งแต่หมื่นล้านบาทขึ้นไป

          "แอลทีวี"ฉุดกำลังซื้ออสังหาฯ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์ภาคธุรกิจที่แท้จริง (Real Sectors) ในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2562 พบว่า ภาพรวมอยู่ในภาวะทรงตัว ไปถึงขั้นชะลอตัว โดยเฉพาะภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย มูลค่าตลาดรวมกว่า 4 แสนล้านบาท มองเห็น การชะลอตัวชัดในช่วงครึ่งปีแรก

          โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระบุว่า ครึ่งปีแรก ภาคอสังหาฯติดลบ 5% เฉพาะไตรมาส 2 ชะลอมากกว่า 10% ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีหลัง มองว่ายังขยายตัวต่ำเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมเป็นผลมาจาก การเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ ฉุดกำลังซื้อ

          ขณะเดียวกันสถานการณ์กำลังซื้อที่ชะลอตัว ยังเป็นเหตุผลหลักที่ฉุดผลการดำเนินงานของเรียลเซ็กเตอร์อื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ภาคค้าปลีก อุปโภคบริโภค รถยนต์ ภาคการท่องเที่ยว เป็นต้น"สงครามการค้า-บาทแข็ง" ท่องเที่ยวโตชะลอ

          ขณะที่ในภาคท่องเที่ยวยังมีปัจจัยแทรกซ้อนจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าในรอบ 6 ปี ฉุดให้ความน่าสนใจในการเดินทาง ท่องเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะต้องจ่ายแพงกว่า เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นที่อ่อนค่ากว่าเงินบาท นอกเหนือจากประเด็นเรื่องสงครามการค้า ที่ฉุดเศรษฐกิจโลกและรายได้ของผู้คน ทำให้ต่างชาติชะลอเดินทางท่องเที่ยว

          โดยข้อมูลจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 26,563,001 คน เพิ่มขึ้น 2.83% รายได้รวม 1,289,626.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.91% เฉพาะนักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวปริมาณมากที่สุดในไทย เดินทางมา 7,665,901 ล้านคน ลดลง 0.79%

          ประชุมครม.เศรษฐกิจ 7 ต.ค.นี้

          นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งต่อไปในวันที่ 7 ต.ค.นี้ โดยวาระการประชุมหลักคือมี 3 เรื่องคือ 1.การติดตามสภาวะเศรษฐกิจ 2.การแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้าน การท่องเที่ยว และ 3.การติดตามภาวะการส่งออก ของประเทศ ที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามารายงานสถานการณ์ล่าสุดและมาตรการที่จะ ส่งเสริมการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้

          ทั้งนี้การประชุม ครม.เศรษฐกิจในครั้งต่อไปจะได้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้คณะทำงานติดตามการทำงานของ ครม.เศรษฐกิจ ได้มีการ เชิญปลัดกระทรวงด้านเศรษฐกิจ อธิบดี และผู้บริหารหน่วยงานที่จัดทำตัวเลขดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ เช่น ของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มารายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจทุกด้าน เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง

          โดยตัวเลขที่ได้รับรายงานนั้น จะทำให้สามารถ ประเมินสถานการณ์ในรอบเดือนนั้นได้ว่า แย่กว่าที่คิดหรือไม่ โดยเฉพาะไตรมาสที่ 3 และจะตรวจสอบดูทั้งปีว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้จะยังคงขยายตัวได้ 3% ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ หากไม่ได้ตามเป้าหมาย จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเพื่อหารือว่าอาจต้องมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่ม
 
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ