Loading

บ้านดีมีดาวน์ขายแสนล. ปลุกอสังหาตั้งเป้าสะพัด3แสนล้าน3เดือน

วันที่ : 1 ธันวาคม 2562
แบงก์-ดีเวลอปเปอร์-นักวิชาการ ฟันธง "บ้านดีมีดาวน์" คนจองสิทธิครบ 1 แสนราย แค่ 1 เดือนใช้ครบ แบงก์โดดร่วมออกโปรฯเสริมชิงแชร์ 3 แสนล้าน ยันลดการชะลอตัวอสังหาฯแต่ไม่ถึงกับพลิกฟื้นเศรษฐกิจ
          รายเล็กตื่นตัวแห่ชิงเค้ก

          แบงก์-ดีเวลอปเปอร์-นักวิชาการ ฟันธง "บ้านดีมีดาวน์" คนจองสิทธิครบ 1 แสนราย แค่ 1 เดือนใช้ครบ แบงก์โดดร่วมออกโปรฯเสริมชิงแชร์ 3 แสนล้าน ยันลดการชะลอตัวอสังหาฯแต่ไม่ถึงกับพลิกฟื้นเศรษฐกิจ

          ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ผลักดันโครงการ "บ้านดีมีดาวน์" สนับสนุนเงินดาวน์ 50,000 บาทให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจำนวนไม่เกิน 1 แสนราย คาดว่าจะใช้เม็ดเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยรัฐหวังให้คนไทยมีบ้านเป็นของตัวเองและระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยคงเหลือ 2.7 แสนยูนิต ซึ่งร่วมกับ 4 สมาคม (ธุรกิจบ้านจัดสรร, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอาคารชุดไทยพร้อมสมาคมธนาคารไทย) มีสถาบันการเงิน 19 แห่ง รวมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (ธนาคารออมสิน  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงไทย) เพื่อเร่งการซื้อและโอน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินไปใช้หมุนเวียนในโครงการใหม่ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเริ่มเปิดลงทะเบียนวันที่ 11 ธันวาคม 2562

          Q4 เงินสะพัดกว่าแสนล.

          นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า จากการหารือกับผู้ประกอบการอสังหา ริมทรัพย์และสถาบันการเงินผู้ปล่อยสินเชื่อแล้ว เชื่อว่าจำนวนสิทธิผู้ที่จะเข้าโครงการบ้านดีมีดาวน์ 100,000 ราย ประกอบกับเงื่อนเวลาที่ให้ลงทะเบียนใช้สิทธิ 3 เดือน (11 ธ.ค. 62-31 มี.ค. 62) ดังนั้น ประมาณการต่อเดือนจะมีผู้ใช้สิทธิเฉลี่ย 3.3 หมื่นราย และหากคำนวณจากพื้นฐานราคาบ้านเฉลี่ยหลังละ 4 ล้านบาท เม็ดเงินจะลงสู่ระบบตกประมาณ 1.32 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องไปอีกหากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นำไปลงทุนต่อ

          นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า มาตรการสนับสนุนเงินดาวน์ 5 หมื่นบาทต่อคนใน "บ้านดีมีดาวน์" ซึ่งเป็นเฟส 2 มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ หลังจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง สะท้อนรัฐบาลให้ความสนใจการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ผ่านมาตลาดแนวสูงหดตัว ขณะแนวราบทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยวเติบโต 9%

          หากประเมินจากมาตรการสนับสนุนเงินดาวน์ 5 หมื่นบาทไม่เกิน 1 แสนคนนั้น แม้จะเป็นมาตรการแรงพอควร น่าจะมีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นสินเชื่อบ้านธนาคารพาณิชย์ราว 70,000 ล้านบาทเฉพาะไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยคาดว่าสิ้นปียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2.29 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตที่ 7.0% จากปีก่อนอยู่ที่ 2.24 ล้านล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้จะลดการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ถึงกับพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพราะผู้ซื้อจะได้สิทธิเงินคืนหรือฟรีเงินดาวน์ 5 หมื่นบาทเพียง 1 แสนคนเท่านั้น

          ดึงลูกค้าเงินเย็นออกมาซื้อ

          นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านดีมีดาวน์เป็นแคมเปญยาแรงของรัฐบาลที่เน้นบ้านพร้อมอยู่คือก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% และกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทจะมีหลากเซ็กเมนต์คือ ระดับราคา 1-3 ล้านบาทเป็นฐานของแบงก์รัฐ อย่างน้อย 50% ที่เหลือระดับราคาเกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มระดับกลาง-บนจะมีธนาคารพาณิชย์รองรับอยู่แล้ว ซึ่งมาตรการนี้อาจทำให้ตลาดสินเชื่ออสังหาฯไตรมาส 4 อาจจะหดตัวเพียง 5-10% จากเดิมคาดว่าจะหดตัวหรือติดลบ 15% จากสิ้นปีก่อน และไตรมาสแรกปี 2563 คาดว่าจะไม่ติดลบ

          "ด้วยโควตาเพียง 1 แสนรายและระยะเวลาที่สั้นมาก เชื่อว่าจะดึงลูกค้าที่มีความสามารถแต่ไม่มีความเชื่อมั่น จะกลับมาใช้จังหวะนี้ตัดสินใจซื้อ คาดว่าจะหมดก่อนเดือนมีนาคม และช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์บรรยากาศที่เคยเหงาก็จะไม่เหงา เพราะจะมีลูกค้าทยอยโอนต่อเนื่อง ที่สำคัญผู้ซื้อต้องสำรวจโครงการ สภาพแวดล้อมก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าบ้านเดี่ยวหรือคอนโดฯเพื่อการใช้ชีวิตในระยะยาว"

          แค่1เดือนใช้สิทธิครบแสนราย

          เช่นเดียวกับนายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้อำนวยการอาวุโสผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย มองว่านโยบายมาตรการล่าสุดค่อนข้างกระชั้นชิด คาดว่าเพียง 1 เดือนจะมีคนใช้สิทธิครบ 1 แสนราย เพราะกลุ่มฐานรายได้ที่รัฐบาลออกมาเป็นระดับกลาง-บน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของธนาคารทั่วไปอยู่แล้ว และการคืนเงินดาวน์จะสามารถกระตุ้นภาคอสังหาฯได้บางส่วน ในส่วนของซีไอเอ็มบีไทยอยู่ระหว่างพิจารณาโปรโมชันเสริมอาจจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะกลุ่มนี้ เพื่อที่จะล้อกับนโยบายของรัฐคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการธนาคารภายในเดือนธันวาคม โดยปัจจุบันราคาจะเน้นกลุ่มรายได้ 3-5 หมื่นบาทต่อเดือนและใช้อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้(DSR)60-70% พร้อมมีแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าดีมีวินัยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการของรัฐจะช่วยให้ยอดปล่อยสินเชื่อของธนาคารเติบโตได้ 5% ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากเป้าทั้งปีของธนาคาร

          รายเล็กตื่นตัวแห่ชิงเค้ก

          โค้งสุดท้ายของปีตลาดอสังหาฯมีสีสันอย่างมาก จากมาตรการกระตุ้นที่รัฐบาลจัดให้ ไม่เฉพาะแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จัดโปรโมชันออกมาเสริมเพิ่มเติมแล้ว ผู้ประกอบการรายเล็กก็มีความตื่นตัวไม่น้อย โดยนายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท แมทช์ไทม์ พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนท์ จำกัด กล่าวว่า ดีเวลอปเปอร์ที่มีสต๊อกบ้านพร้อมอยู่เตรียม ขนสินค้าและกลยุทธ์ทุกชนิด ออกมาสู้กับรายใหญ่แบบไม่เสียเปรียบมากเพราะมีแคมเปญสินเชื่อและดอกเบี้ยของธนาคารรัฐ 3 แห่งช่วยสนับสนุนเช่นกัน โดยบริษัทรายเล็กที่จะได้ประโยชน์ จะเป็นบริษัทที่มีบ้านพร้อมอยู่ พร้อมโอนให้ลูกค้า ที่เป็นแนวราบ ราคา ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพราะ มาตรฐาน 3 แบงก์สนับสนุนหมด