Loading

ส่องอสังหาฯ ภาคอีสานรับเม็ดเงินลงทุน มิตรผล ฟื้นตึกร้าง โฆษะ ฮับธุรกิจ ชี้ตลาด MICE เติบโตสูง-รถไฟจีนเชื่อมศักยภาพ

วันที่ : 12 ธันวาคม 2562
บิ๊กอสังหาฯส่วนกลาง ขยายฐานลูกค้ารุกตลาดอสังหาฯภูธร "ศุภาลัย" มองศักยภาพจังหวัดขอนแก่นอุดรธานี เติบโตสูง ระบุปี 63 เปิดโครงการใหญ่ใน จ.อุดรธานี มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
          อสังหาริมทรัพย์

          บิ๊กอสังหาฯส่วนกลาง ขยายฐานลูกค้ารุกตลาดอสังหาฯภูธร "ศุภาลัย" มองศักยภาพจังหวัดขอนแก่นอุดรธานี เติบโตสูง ระบุปี 63 เปิดโครงการใหญ่ใน จ.อุดรธานี มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มน้ำตาลมิตรผล ร่วมพัฒนาตึกร้าง "อาคารโฆษะ แกรนด์ ทาวเวอร์" ใน จ.ขอนแก่น รองรับการเติบโตของเมืองและธุรกิจในเครือ ด้านศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุโครงการอสังหาฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สต๊อกเหลือขาย 13,372 หน่วย คิดเป็นมูลค่าเกือบ 51,000 ล้านบาท พบ "ขอนแก่น-อุดรฯ" บ้านจัดสรรเหลือเพียบ ขณะที่ ททท.ขอนแก่น ชี้มีการเคลื่อนลงทุนจากภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ฮับการสัมมนาระดับประเทศ ชี้ชาวจีนนิยม เข้ามาพักผ่อน

          นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงศักยภาพ ของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ยังมีโอกาสขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายปัจจัยที่มาส่งเสริมให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุด 4-5 ปีที่ผ่านมา เมื่อจะมีแผนโครงการรถไฟความเร็วสูง จะเห็นได้ชัดว่า หลายๆจังหวัดในภาคอีสานมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ประชาชนเริ่มตื่นตัวมากขึ้น เพราะคิดว่าผลจากการพัฒนาคมนาคมจะทำให้การ เดินทางไปส่วนกลางสะดวกมากขึ้น รวมถึงการคมนาคมทางเครื่องบิน ต่างจากช่วง 10 ปีที่แล้ว สายการบิน ให้บริการแค่ 2 เที่ยวบินต่อวัน แต่ในแผนของภาครัฐ วางเป้าไปข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 30 เที่ยวบินต่อวัน รองรับการเดินทางได้ 5 ล้านคนต่อปี เทียบแล้วจำนวนเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 18 เท่า ทำให้ในตัวจังหวัดมีการเจริญเติบโต ที่ดีขึ้น มีการลงทุนจากส่วนกลางและต่างประเทศมากขึ้น ทำให้คนในเมืองมีงานและมีรายได้ การย้ายถิ่นฐาน น้อยลง

          "หากมองภาพรวมแล้ว จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา จะเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่จะมีการลงทุนต่างๆ เกิดขึ้น สามารถเดินทางไปสู่เวียงจันทน์ ประเทศลาวได้ หรือแม้แต่จังหวัดอุดรธานี ก็อยู่ในแนวเส้นทางตามยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีนอยู่แล้ว แน่นอนก็เชื่อมมายังขอนแก่นด้วย ทำให้ 3 จังหวัด อาจจะมีศักยภาพที่เติบโตที่ดูสูงกว่าจังหวัดอุบลราชธานีเล็กน้อย เพราะไปอิงลาวใต้เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในประเด็นผลจากโครงการของประเทศจีนต่อภาค อสังหาฯนั้น จะดีกับศักยภาพระยะยาวของแต่ละจังหวัด แต่ในฟากของผู้ประกอบการคงไม่สามารถรอผลจากโครงการจากจีนได้ เนื่องจากในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เมื่อซื้อที่ดินมาแล้ว ต้องลงทุนและพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จใน 3-4 ปี แต่สิ่งที่อสังหาฯเติบโต เป็นผลจากการคมนาคมที่สะดวกขึ้น ทำให้จีดีพีของตัวจังหวัดเติบโตขึ้น รวมถึงจังหวัดขอนแก่น มีความโดดเด่นในหลายด้าน ทั้งการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ หรือ เมดิคัลฮับของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะรองรับผู้ป่วยนอกได้ 1.3 ล้านราย นอกจากขอนแก่น เป็นศูนย์ กลางการศึกษาในอาเซียน (Education Hub) อยู่แล้ว เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาค่อนข้างมากอยู่แล้ว"

          สำหรับภาพรวมการลงทุนของบริษัทฯในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ศุภาลัยได้ลงทุนทั้งในจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา และอุบลราชธานี โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นมีการซื้อที่ดินมานานแล้ว แต่ที่ทำโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจังก็ประมาณ 10-12 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาและเปิดโครงการ บ้านจัดสรรไปประมาณ 8 โครงการ สามารถปิดการขายโครงการไปแล้ว 3 โครงการ และที่อยู่ระหว่างการขาย 5 โครงการ สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัท ไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท เน้นกลุ่มลูกค้าในจังหวัดขอนแก่นและข้างเคียง พัฒนาในรูปแบบโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 4-5 ล้านบาท และเริ่มเพิ่มสินค้าทาวน์โฮม ราคาเกือบ 2 ล้านบาทมากขึ้น และเปิดอีก 2 โครงการใหม่ ได้แก่ โครงการศุภาลัย พรีโม่ บึงหนองโคตร ขอนแก่น บนเนื้อที่ 15 ไร่ จำนวน 198 แปลง ราคา 2.39 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 450 ล้านบาท และโครงการศุภาลัย บลิซ มะลิวัลย์-ร.8 (ขอนแก่น) เนื้อที่ 10 ไร่ ทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท

          นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการลงทุนพัฒนาโครงการในจังหวัดอุดรธานีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี ปัจจุบันมีเปิดแล้ว 5 โครงการ และโครงการที่ 6 จะเปิดตัวในไตรมาสแรกปี 63 ซึ่งจะเป็นโครงการแรกที่อยู่ใกล้เมืองอุดรธานีมากที่สุด มีทั้งรูปแบบบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ และทาวน์โฮม ราคาตั้งแต่ 2 ล้านบาทไปจนถึงใกล้ราคา 10 ล้านบาท มูลค่าโครงการเกือบ 1,000 ล้านบาท

          "เรามีการศึกษาที่จะไปลงจังหวัดอื่นๆ แต่ ขนาดของโครงการจะไม่ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันรายได้จากต่างจังหวัดมีสัดส่วน 28 เปอร์เซ็นต์ เป็นส่วนของภาคอีสานประมาณ 8-10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรามองว่า กำลังซื้อในตลาดต่างจังหวัดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โครงการของศุภาลัยในจังหวัดขอนแก่น มีการเปิดตัวเยอะ เมื่อเทียบกับบริษัทอสังหาฯจากส่วนกลาง แต่อาจจะไม่มากเท่าบริษัท อสังหาฯท้องถิ่น ที่มีการเปิดโครงการมานาน"

          * REIC ชี้ 'ขอนแก่น-อุดรธานี' จัดสรรสต๊อกเหลือเพียบ

          ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวถึงผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา, ขอนแก่น, อุดรธานี, อุบลราชธานี และมหาสารคาม (นับหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย) ว่า จากการสำรวจ มีจำนวนโครงการที่ยังอยู่ระหว่างขาย 316 โครงการ มีหน่วยเหลือขายจำนวน 13,372 หน่วย คิดเป็นมูลค่าเหลือขาย 50,967 ล้านบาท โดยประเภทโครงการบ้านจัดสรรมีจำนวนโครงการมากที่สุด 259 โครงการ หน่วยเหลือขาย 10,382 หน่วย มูลค่า 38,338 ล้านบาท และโครงการอาคารชุดมีจำนวน 48 โครงการ มีหน่วยเหลือขาย 2,779 หน่วย คิดเป็นมูลค่าเหลือขาย 7,246 ล้านบาท จำนวนโครงการและมูลค่าลดลงจากช่วงเดียวกันของ ปี 61 ส่วนจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 10.9%

          สำหรับบ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดนครราชสีมา มีหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย (พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาด มีจำนวน 1,615 หน่วย คิดเป็น 35.5% ของหน่วยที่ เหลือขายทั้งหมด  และอาคารชุด มี Inventory ในตลาด 557 หน่วย คิดเป็น 34.6%

          ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดขอนแก่น หน่วยเหลือขายของโครงการบ้านจัดสรร 2,726 หน่วย โดยหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย(พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาดมีจำนวน 1,014 หน่วย คิดเป็น 37.2%

          ในจังหวัดอุดรธานี พบว่า มีหน่วยเหลือขาย 1,392 หน่วย โดยหน่วยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย (พร้อมโอน) หรือเป็น Inventory ในตลาดมีจำนวน 686 หน่วย คิด เป็น 49.3% ของหน่วยที่เหลือขายทั้งหมด

          * 'กลุ่มมิตรผล' ทุ่มเงินร่วมฟื้นตึกร้างใน จ.ขอนแก่น

          แหล่งข่าวจากบริษัทอสังหาฯในท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ภาคอสังหาฯในปัจจุบัน ได้รับผล กระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และเรื่องของมาตรการจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากสถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ มีผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลาง ซึ่งเป็นแบรนด์ดังและมีชื่อเสียงเข้ามารุกตลาดในภาคอีสานมากขึ้น โดยจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี มีโครงการจากส่วนกลางเข้ามาพัฒนามากขึ้น เช่น บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

          "การเข้ามาของผู้ประกอบการจากส่วนกลาง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในหัวเมืองใหญ่ทางภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น จะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่ภาคเอกชนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในจังหวัด ล่าสุด กลุ่มบริษัทมิตรผล ได้ทุ่มเงินก้อนโตในการเข้ามาลงทุนในขอนแก่น โดยจะปรับปรุงตึกร้างที่สูงที่สุดในขอนแก่น คือ อาคารโฆษะ แกรนด์ ทาวเวอร์ ที่ถูกพิษเศรษฐกิจในหลายปีที่ผ่านมา มิตรผลจะทำเป็นโครงการมิกซ์ยูส มีทั้งส่วนของโรงแรม อาคารสำนักงานที่บางส่วนจะแบ่งเป็นพื้นที่ของธุรกิจในเครือ และบางส่วนจะทำการตลาดขายพื้นที่ให้กับธุรกิจอื่นๆ ซึ่งมิตรผล วางเป้าให้ขอนแก่น เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจในเครือ นอกจากนี้ ในพื้นที่ชั้นล่าง ยังได้ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถจัดกิจกรรมต่างๆ หรือนำสินค้ามาจัดจำหน่าย เพื่อ สร้างรายได้ให้กับชาวจังหวัดขอนแก่น"

          * จับตา One Belt One Road จากจีน ดึง นทท.เข้าอีสาน

          นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคอีสานว่า จะมีทั้ง 1. การเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยว ซึ่งภาพรวมในภาคอีสาน (20 จังหวัด) ขยายตัวเพิ่มขึ้นแต่ไม่ใช่ก้าวกระโดดอยู่ที่ประมาณ 24-25 ล้านคนต่อปี จากเดิม 23 ล้านคนต่อปี 2. กระตุ้นให้เกิดการพักผ่อนภายในจังหวัดให้มากและนานขึ้น เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย จากเฉลี่ย 2 วัน 1 คืน เพิ่มเป็น 3 วัน 2 คืน เป็นต้น และ 3. การเพิ่มอีเวนต์มาร์เกตติ้ง เช่น ประเพณีต่างๆของทางภาคอีสานที่จัดเป็นปกติ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เข้ามาเติมที่นอกเหนือจากงานหลัก

          "ในปีหน้า เราวางตัวเลขเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า อยู่ในอัตราที่เหมาะสม แม้ว่า รายได้จากภาคอีสานจะอยู่ในอันดับ 5 เมื่อเทียบกับ ภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งจากนี้ แม้เราจะมองเรื่องปริมาณนักท่องเที่ยว แต่น้ำหนักหลักของเราจะมุ่งเรื่องของการสร้าง รายได้เข้าประเทศ ซึ่งอีสานมีความโดดเด่นในเรื่องของ ธรรมชาติ  วัฒนธรรมต่างๆ และวัดที่มีความสวยงาม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา จะมีกลุ่มสูงวัย อายุเกิน 50 ปี นิยมเดินทางเครื่องบิน ส่วนกลุ่มวัยรุ่น เราวางเป้า ด้านยุทธศาสตร์ให้ช่วยในเรื่องเผยแพร่ที่ท่องเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้ที่คิดจะมาเที่ยวภาคอีสาน สามารถหาข้อมูลสถานีที่ต่างๆได้ง่ายขึ้น"

          สำหรับนักท่องเที่ยวมาจังหวัดอุดรธานีประมาณ 3.8 ล้านคนครั้งต่อปี โดยเราพยายามร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหอการค้าจังหวัด สมาคมการท่องเที่ยว ร้านค้าต่างๆ เพื่อผลักดันให้จังหวัดอุดรธานีเป็นเมือง ท่องเที่ยวหลักโดยเร็ว โดยวัดจากการท่องเที่ยวให้ได้ 5 ล้านคนครั้งต่อปี ซึ่งในภาคอีสานมีจังหวัดท่องเที่ยวหลักได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา และขอนแก่น จากทั้งหมด 20 จังหวัดในภาคอีสาน ดังนั้น เราจะพยายามผลักให้อุดรธานี  ขึ้นมาเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักภายใน 2 ปีข้างหน้า (2563-2564)

          "เรามั่นใจความเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักมาแน่ เพราะภายในปี 2565 จะมีรถไฟความเร็วสูงจากจีน และจะมีการทะลักเข้ามาของจำนวนคนตามยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีน  ประมาณ 3 ล้านคนครั้งต่อปี ทำให้เราต้องเตรียมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและการบริการทางการตลาด เราคาดหวังจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางระบบรางได้มายังอุดรธานีได้ประมาณ 50%"

          * ตลาดไมซ์เติบโตสูง

          นางสาวศิริวรรณ สีหาราช ผู้อำนวยการการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น เปิดเผยถึงภาพรวมของการท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น ว่า เป็นอีกหนึ่งในจังหวัดที่เศรษฐกิจมีการขยายตัวค่อนข้างดี บนสถานการณ์แบบนี้  แสดงให้เห็นถึงการรักษาการเติบโตที่ดี และจังหวัดขอนแก่นจัดอยู่ในแนวหน้าของประเทศ ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้น 6% ค่อนข้างสูง สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มที่เข้ามามีกำลังเงินพร้อมจับจ่ายใช้สอย และที่สำคัญด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นนั้น ถูกขับเคลื่อนด้วยภาคธุรกิจเป็นแรงสำคัญ มีความโดดเด่นและถูกวางเป้าหมายให้เป็นจังหวัดของการจัดประชุมสัมมนา โดยเป็น 1 ใน 7 เมืองอัจฉริยะ (สมาร์ท ซิตี้) และเป็น 1 ใน 5 ที่มีขีดความสามารถในการรองรับด้านงานประชุมระดับนานาชาติ (MICE)

          โดยภายในจังหวัด ต่างก็มีความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น สถานที่จัดงานที่มากถึง 20 แห่ง มีห้องประชุม 58 ห้อง มีความจุถึง 30,040 คน เช่น ศูนย์ประชุม KICE ความจุ 7,100 คน หอประชุมกาญจนาภิเษก ความจุ 3,000 คน โรงแรม อวานี 3,400 คน โรงแรม พูลแมน 2,900 คน เป็นต้น

          นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทั้งรถไฟทางคู่ที่เปิดให้บริการแล้ว และมีโครงการที่อยู่ในกรอบของแผนลงทุน โดยจะเป็นจังหวัดนำร่องการมีระบบรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ซึ่งจะยิ่งเพิ่มศักยภาพของการเดินทางและรองรับเมืองที่จะเติบโตอย่างมากในอนาคต  รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่อยู่ในแผนงานที่จะดำเนินการ

          "จังหวัดขอนแก่น ถูกวางเป้าหมายให้เป็นเมืองทางธุรกิจ ซึ่งแต่ละปีจะมีการจัดสัมมนา มีนักธุรกิจเข้ามาเป็นจำนวนมาก นักธุรกิจเหล่านี้ หรือ คณะที่เข้า ก็จะมีโอกาสได้เข้าท่องเที่ยวในจังหวัดและข้างเคียง ดังนั้น ขอนแก่น จึงต้องทำหน้าที่ในการร่วมมือกับจังหวัดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ ในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน"

          ในด้านของสายการบินนั้น อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ท่าอากาศยานขอนแก่นจาก 14,500 ตารางเมตร(ตร.ม.) เพิ่มเป็น 44,500 ตร.ม. ซึ่งจะสามารถรองรับ ผู้โดยสารได้เพิ่มจาก 2.8 ล้านคนต่อปี เพิ่มเป็น 5 ล้านคนต่อปี เที่ยวบินวันละ 38-42 flights/วัน (เข้า+ออก) เส้นทางสามารถเชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ คาดว่า การ ปรับปรุงสนามบินจะแล้วเสร็จในปี 2564

          สำหรับภาพรวมของการท่องเที่ยวช่วง 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2562) นั้น ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนเกือบ 3.9 ล้านคน บวกเพิ่มขึ้น 4.4% อัตราการเติบโตเป็นอันดับ 2 ของทั้งประเทศ ตัวเลขรายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือน 13,000 ล้านบาท บวกเพิ่มขึ้น 6.1% เป็นลำดับ 3 ของทั้งประเทศ แสดงให้เห็นว่า กลุ่มที่เข้ามายังจังหวัดขอนแก่น มีกำลังซื้อมีการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้ต่อตัวเลขรายได้ที่สูงขึ้นอย่าง มีนัยสำคัญ

          "ในอนาคต จังหวัดขอนแก่นจะเป็นจุดนัดพบ ของนักลงทุน โดยกลุ่มคนที่เข้ามาเกือบ 100% จะเป็น นักท่องเที่ยวคนไทย ขณะที่ชาวต่างชาติยังมีสัดส่วนไม่มาก แต่แนวโน้มจะสูงขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน เนื่องจากมีที่ทำการของสถานทูตจีนในจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาติดต่อ ซึ่งเรามั่นใจว่า ในระยะ 5 ปีข้างหน้า จะมีนักลงทุนไหลเข้ามาในขอนแก่นมากยิ่งขึ้น"

          * นักท่องเที่ยวจีน ยังนิยมมาพักผ่อน

          ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่า นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาจังหวัดอุดรธานี ส่งผลอัตราการเข้าพักในโรงแรมต่างๆ ในจังหวัดมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น นัก ท่องเที่ยวเข้าพักในโรงแรมเซ็นทารา กว่า 70% และเริ่มมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนผ่านบริษัทนำเที่ยวจากจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย เดินทางเข้ามามากขึ้น โดยที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัด เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มีการจัดพื้นที่ด้านหน้า ไว้รองรับลูกค้าจากชาวจีนได้มีพื้นที่จอดรถโดยเฉพาะ ซึ่งกลุ่มที่เข้ามาจะมีทั้งข้าราชการ คนไทยที่มีธุรกิจในประเทศจีน นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาโดยตรง(กลุ่มเอ็กซ์แพก) มากันเป็นครอบครัว เพื่อมาจับจ่ายใช้สอยในจังหวัดอุดรธานี เป็น กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

          "สิ่งที่เราพยายามทำ คือ การขยายเป้าหมายไปกลุ่มองค์กร กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีศักยภาพให้มากขึ้น เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวในอุดรธานี เป็นเมืองที่มีความหลากหลาย เป็นเมืองธรรมะ มีวัฒนธรรม มีวัดที่สวยและมีชื่อเสียง เช่น วัดป่าภูก้อน และมีธรรมชาติ มีอาหารที่อร่อย อาหารชุมชน หรืออาหารนานาชาติ สิ่งเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในจังหวัด และยังมีบริการที่พักไม่ต่ำกว่า 7,000 กว่าห้อง รวมถึงมีสายการบินรองรับ สามารถเดินทางเชื่อมโยงไปทั่วภูมิภาคของประเทศไทยได้"