Loading

เทอร์ร่าฯ แนะรัฐแก้บาทแข็งฟื้นกำลังซื้อจีน

วันที่ : 26 ธันวาคม 2562
เทอร์ร่า มีเดีย เผยอสังหาฯปี63 ยังหืดขึ้นคอ วอนรัฐเร่งแก้ค่าเงินบาทแข็ง ฟื้นกำลังซื้อลูกค้าคนจีนกลับมาพยุงตลาด พร้อมออกมาตรการจูงใจคน ต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาฯ
          เทอร์ร่า มีเดีย เผยอสังหาฯปี63 ยังหืดขึ้นคอ วอนรัฐเร่งแก้ค่าเงินบาทแข็ง ฟื้นกำลังซื้อลูกค้าคนจีนกลับมาพยุงตลาด พร้อมออกมาตรการจูงใจคน ต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาฯ

          นางสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มงานวิจัยและวิเคราะห์โครงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ภาพรวมปี 2562 ภาคธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญ กับปัจจัยรุมเร้าหลายด้านจนเข้าสู่ภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ในบางพื้นที่โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม รวมทั้งปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนส่งผลทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทำให้กำลังซื้อในประเทศลดลง รวมทั้งกำลังซื้อจากคนจีนที่เป็น ผู้ซื้อหลักลดลง ที่สำคัญมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) และอัตรา แลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 6ปี จนทำให้ภาครัฐต้องใช้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯอย่างต่อเนื่อง

          "ความจริงตลาดอสังหาฯเริ่มลดลง ตั้งแต่ปี 2561 สังเกตได้จากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 11 บริษัทหลักรายได้ปี2561 ลดลงแม้ว่ายอดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น ในแง่ของจำนวนยูนิต แต่มูลค่าลดลง พอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ออกมาตรการแอลทีวีกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ตลาดอสังหาฯลดลงเร็วขึ้น "

          นางสุมิตรา ยังกล่าวว่า หลังจาก ผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่เห็นสัญญาณตลาดจะเข้าสู่ขาลงมาตั้งแต่ปี2561 ในปี2562 ทำให้ส่วนใหญ่ปรับแผนลดการเปิดตัวโครงการใหม่ ทว่าผลกระทบจากมาตรการ แอลทีวีนั้นรุนแรงกว่าที่คาด จากเดิมคาดว่า จะติดลบถึง 25 %แต่ด้วยมาตรการที่รัฐออกมากระตุ้นใน 2 เดือนสุดท้ายในปีนี้ รวมทั้งแห่กันลดราคาลงมาทำให้ภาพรวมน่าจะติดลบ15% ถือจุดต่ำสุดแล้ว แนวโน้มตลาดอสังหาฯในปีหน้าเริ่มมีเสถียรภาพ มากขึ้น ในไตรมาส 1 ปี 2563

          อย่างไรก็ตาม ความท้าทายปี 2563 ยังมีอยู่ ผู้ประกอบการยังต้องเหนื่อย แต่ไม่น่าจะหนักกว่าปีนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายสุดตลาดน่าจะติดลบ 10%  เนื่องจาก ซัพพลายอสังหาฯ กับราคาเริ่มชะลอลงจากเดิมโตทำเลละ 7-10% ตอนนี้โตอยู่ที่ 3-4% ราคาปรับเข้ามาสมดุลกับรายได้ของประชากรมากขึ้น และโปรดักท์ที่ออกมามีความหลากหลาย มากขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มความต้องการที่แท้จริง (เรียลดีมานด์)

          ทั้งนี้ยังเห็นว่า ตลาดอสังหาฯในปัจจุบัน อยู่ได้ด้วย 1.เรียลดีมานด์ 2.นักลงไทย 3.นักลงทุนต่างชาติ ฉะนั้น หากจะกระตุ้นตลาดอสังหาฯให้ฟื้นตัวรัฐบาล ต้องทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเพื่อให้ ผู้ผลิตของไทยส่งสินค้าออกไปจำหน่าย ในตลาดต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น เพราะมีราคาต่ำลง ทำให้กลุ่มคนจีน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหญ่ในตลาดอสังหาฯกลับมาซื้ออสังหาฯในไทยอีกครั้งเพื่อพยุง ตลาดอสังหาฯเติบโตเร็วขึ้น เนื่องจากดีมานด์คนไทยเติบโตไม่ทัน เพราะคุณภาพแรงงานและอาชีพของคนไทยไม่หลากหลาย ไม่ได้เป็นอาชีพที่เป็นโกลบอลเทรนด์

          "รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วย เหมือนในต่างประเทศถ้าคนต่างชาติคุณซื้อ อสังหาฯในประเทศจะมีสิทธิ์อยู่ในประเทศ นั้นๆได้นานขึ้น หรือมีสิทธิในการทำธุรกิจ แต่ไม่ได้ไปช่วยเพิ่มสัดส่วนในการถือครอง แค่ออกมาตรการที่ทำให้ชาวต่างชาติเขารู้สึกว่ามีแรงจูงใจเข้ามาซื้อมาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น"