Loading

เอพี ส่งแบรนด์ พรีโน่ เจาะแนวราบ แสนสิริชูบริการหลังขายดันยอดเดอะเบส

วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2563
เอพี (ไทยแลนด์) เตรียมเปิดตัวพรีเมียมทาวน์โฮมภายใต้แบรนด์ 'พลีโน่' นำร่อง 3 โครงการใหม่ล่าสุด มูลค่ากว่า 2,820 ล้านบาท ชูโมเดลสร้างความต่าง
          เอพี (ไทยแลนด์) เตรียมเปิดตัวพรีเมียมทาวน์โฮมภายใต้แบรนด์ 'พลีโน่' นำร่อง 3 โครงการใหม่ล่าสุด มูลค่ากว่า 2,820 ล้านบาท ชูโมเดลสร้างความต่าง ด้วยการพัฒนาจากอินไซต์การใช้ชีวิตจริงของดีมานด์ในแต่ละทำเลที่ดิน ราคาเริ่มต้น 1.99-2.99 ล้านบาท ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท ด้านแสนสิริดันยอดขายเดอะเบส สุขุมวิท 50 ชูดจุดขายคุณภาพ ออกแบบ บริการหลังการขาย  คาดปิดการขายภายใน 2 ปี

          นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมของยอดขายโครงการแนวราบของเอพีในช่วง 1 เดือนว่า สามารถกวาดยอดขายได้ราว 1,700 ล้านบาท และเพื่อเป็นการรักษาโมเมนตัมสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง เอพีเตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ 'พลีโน่' เจาะเข้าไปยังตลาดทาวน์โฮม 2 ชั้น เซ็กเมนต์พรีเมียม ราคา 1.9-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายและมีดีมานด์สูง

          "เอพี เล็งเห็นถึงดีมานด์ของลูกค้าครอบครัวเมืองรุ่นใหม่ที่เริ่มก่อร่างสร้างตัว และมองหาที่อยู่อาศัยหลังแรก ที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงกับสเปซฟังก์ชั่น ที่มากกว่า และในทำเลที่ดีที่สุดพร้อมแพกเกจราคา ที่ดึงดูดใจ จึงประเดิมด้วยการเปิดตัวโครงการพรีเมียมทาวน์โฮมภายใต้แบรนด์ 'พลีโน่' 3 โครงการใหม่ใน 3 ทำเลไฮไลต์"

          ได้แก่  PLENO ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ จำนวน 301 ยูนิต, PLENO รามอินทราบางชัน สเตชั่น จำนวน 252 ยูนิต และ PLENO พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา 2 จำนวน 316 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.99-2.99 ล้านบาท  ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท และสิทธิพิเศษจองแปลงสวยก่อนใคร ในงานพรีเซลวันที่ 21 - 22 มีนาคมนี้ .

          ด้านนายปิติ จารุกำจร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวสูงและบริหารกลยุทธ์โครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการคอนโด THE BASE สุขุมวิท 50 มูลค่า 1,600 ล้านบาท จำนวน 415 ยูนิต เป็นโครงการที่บริษัทร่วมทุนโตคิว คอร์ปอเรชั่น และเป็นโครงการล่าสุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ เตรียมทยอยโอนให้กับลูกค้า หลังเปิดขายมาแล้ว 2 ปี โดยปัจจุบันมียอดขายแล้ว 50% โดยในจำนวนนี้มียอดโอนแล้ว60%  ขณะเดียวกันมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติที่ซื้อโครงการดังกล่าวที่ 20% ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าฮ่องกง จีน และไต้หวั่น

          ทั้งนี้ทำเลย่านอ่อนนุช-พระโขนง ในปีที่ผ่านมายังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในระดับสูงโดยพบว่ามีจำวน 6,800 ยูนิต หรือเพิ่มขึ้น 14% จากปี 61 ในขณะที่มีปริมาณซัพพลายอยู่ที่ 9,600 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่มีอัตราการดูดซับในระดับสูง ส่วนของราคาที่ดินในย่านดังกล่าวยังมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 61 มีราคาที่ดินซื้อขายอยู่ที่ 850,000 -900,000 บาท/ตารางวา หรือเพิ่มขึ้นราว 8% ต่อปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่ได้จากการปล่อยเช่าอยู่ที่ 5.3% หรือมีราคาปล่อยเช่า 500-800 บาท/ตารางเมตร ซึ่งถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดี นอกจากนี้บริษัทยังเชื่อมั่นในจุดแข็งด้านการออกแบบ และการบริหารหลังการขาย