Loading

คลังเตรียมหั่นจีดีพี63อีกรอบ

วันที่ : 28 กุมภาพันธ์ 2563
"คลัง" จ่อปรับจีดีพีปี 63 ใหม่ หลังไวรัสโควิด-19 (COVID-19) กระทบภาคท่องเที่ยว รับปีนี้ยอดต่างชาติเที่ยวไทยวืดเป้าหมาย ลุ้นรัฐเข็นมาตรการดูแลด่วน
          จ่อปรับจีดีพีปี 63 ใหม่ หลังไวรัสโควิด-19 (COVID-19) กระทบภาคท่องเที่ยว รับปีนี้ยอดต่างชาติเที่ยวไทยวืดเป้าหมาย ลุ้นรัฐเข็นมาตรการดูแลด่วน

          นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) รักษาการในตำ แหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการ คลัง ในฐานะรองโฆษก สศค. กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียม ปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2563 ใหม่ในเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่กดดันการเติบโตของภาพรวมเศรษฐกิจ ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว รวมถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบกับภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยให้ชะลอตัวลงตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

          ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้จะไม่เป็นไปตามคาดการณ์ที่ 41.1 ล้านคน เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 (COVID-19) ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยว ต่างชาติชะลอการเดินทาง ปัจจัย เสี่ยงดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อ ภาคการท่องเที่ยวและอุตสาห กรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่างมาก

          ขณะที่ยังมีปัจจัยบวกเข้ามาเสริม คือ การเบิกจ่ายงบ ประมาณปี 2563 ที่ทำได้เร็วกว่า ที่คาดการณ์ประมาณ 1 เดือน ทำให้มีเวลาในการเบิกจ่ายงบประมาณมากขึ้น โดยรัฐบาลยืน ยันว่าจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายที่ 90% การอ่อนค่าลงของเงินบาท ซึ่งส่งผลดีกับภาคการส่งออก ซึ่งน่าจะเป็น ผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจไทย

          "ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะมีปัจจัยเข้ามากระทบ ซึ่งหลังจากนี้รัฐบาลจะมีการพิจารณามาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ส่วนมาตรการดูแลในภาคส่วนอื่นๆ ยังต้องติดตาม และรอประเมินผลกระทบก่อน" นายวุฒิพงศ์กล่าว

          สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  (COVID-19) นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสามารถคลี่คลายได้ภายใน 3 เดือนตาม ที่เคยคาดการณ์ไว้ หรือว่าจะส่ง ผลกระทบนานกว่านั้น โดยทั้ง หมดยังต้องรอดูความชัดเจนของการแพร่ระบาดและมาตรการดูแลของแต่ละประเทศทั่วโลกด้วย

          นายวุฒิพงศ์กล่าวอีกว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค.2563 มีสัญญาณดีขึ้นจากภาคการส่งออก ที่กลับมาขยายตัวได้ 3.4% ต่อปี ตามแนวโน้ม การค้าโลกและอุปสงค์ของประ เทศคู่ค้าสำคัญ โดยตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ สิงคโปร์ สหรัฐ และจีน เป็นต้น สินค้าที่สนับสนุนการส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน น้ำตาลทราย เป็นต้น ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน โดยเฉพาะปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ รวมถึงรายได้เกษตรกรยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น

          อย่างไรก็ดี การลงทุนภาค เอกชนมีสัญญาชะลอตัว ในด้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมมีสัญญาณชะลอตัว ส่วนภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ควรต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ม.ค.2563