Loading

พิษโควิดโรงแรมขายกิจการอื้อ

วันที่ : 3 มิถุนายน 2563
ไวรัสโควิด ทำพิษ ธุรกิจโรงเเรมประกาศขายกิจการ
           เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. แหล่งข่าวในวงการธุรกิจโรงแรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในหลายจังหวัดรวมแล้วหลายร้อยแห่งอยู่ระหว่างประกาศขายกิจการ ขณะที่กองทุนขนาดใหญ่ กลุ่มทุนไทย และนักลงทุนต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ จีน แสดงความสนใจที่จะเทกโอเวอร์ แต่ส่วนใหญ่ต้องการซื้อของถูกและกดราคารับซื้อ โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ จ.ภูเก็ต เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ รวมถึงโรงแรมในพัทยา จ.ชลบุรี สำหรับโรงแรมที่บอกขายมีทั้งขนาดใหญ่ ระดับ 4-5 ดาว มูลค่าการลงทุน 1,000-10,000 ล้านบาท ขนาดกลาง ระดับ 3 ดาว บอกขายราคา 500-1,000 ล้านบาท และโรงแรมขนาดเล็ก ระดับราคาตั้งแต่ 50-100 ล้านบาท

          สาเหตุมาจากโรงแรมดังกล่าวมีรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 90% โดยเฉพาะยุโรป จีน สแกนดิเนเวีย รัสเซีย อินเดีย ซึ่งยังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นแม้รัฐบาลไทยจะเริ่มคลายล็อกกิจการโรงแรมเพื่อดึงให้คนไทยเที่ยวไทยก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้มีรายได้กลับมาพอจะคุ้มทุน หลายโรงแรมมีรายได้เป็นศูนย์บาท อีกทั้งแนวโน้มว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิดทั่วโลกจะลากยาวไปอีก 2 ปีกว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นกลับมา การประคองกิจการให้อยู่รอดได้กว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นจึงเป็นเรื่องยาก

          นายจักรรัตน์ เรืองรัตนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รัตนากร แอสเซท จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ใน จ.ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ เกาะสมุย เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงแรมวิกฤตหนักขึ้น จึงมีการบอกขายกิจการจำนวนมากทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ภูเก็ต สมุย กระบี่ เขาหลัก (พังงา) ระยอง พัทยา ชลบุรี นาจอมเทียน สัตหีบ แต่ที่หนักสุด ได้แก่ ภูเก็ต เกาะสมุย กระบี่ เขาหลัก (จ.พังงา) บอกขายยกโรงแรม จำนวนนี้มีทั้งโรงแรมที่บริหารผ่านเชนดัง หรือของคนไทย และมีทุกระดับทุกขนาดตั้งแต่ 5 ดาว ราคา 5-6 พันล้านบาท จนถึงโรงแรมขนาดเล็กราคา 100 ล้านบาท ผู้ประกอบการโรงแรมจะหายไปเกินครึ่ง บางโรงแรมมีภาระหนี้สถาบันการเงินสูงมาก ส่วนใหญ่ราคาที่บอกขายต่ำกว่าราคาตลาด 20-30%
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ