Loading

นิปปอนเพนต์ ชี้โควิด- 19ฉุดภาพรวมก่อสร้างวูบ15%

วันที่ : 18 มิถุนายน 2563
พิษโควิด กระทบภาพรวมก่อสร้างรายได้ลดวูบ
          "นิปปอนเพนต์" ชี้โควิด-19 ฉุดอุตสาหกรรมก่อสร้างติดลบ 10-15% หวังโครงการรัฐหนุนตลาดฟื้น ล่าสุดจับมือพันธมิตร เทอร์ราโก้ เกรโก้ เมอร์กา พัฒนานวัตกรรมระบบสีคุณภาพสูง ช่วยให้ทาสีเร็ว ต้นทุนลดและเพิ่มคุณภาพงาน

          นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างในปี 2563 ว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าในปีนี้อุตสาหกรรมก่อสร้างจะลดลง 10-15% จากเดิมที่คาดการณ์จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3-5% อย่างไรก็ตามภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานภาครัฐที่มีการอนุมัติโครงกาต่างๆ ออกมาจำนวนมาก

          ในช่วงการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การก่อสร้างโครงการต่างๆ ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะมีกำหนดส่งมอบ จึงทำให้ไม่สามารถชะลองานก่อสร้างได้ แต่หลังจากนี้โครงการภาคเอกชน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มลดลงตามการชะลอตัวของตลาด แต่จะได้โครงการของภาครัฐเข้ามาทดแทน ซึ่งบริษัทได้หันมาทำการตลาดกับโครงการภาครัฐมากขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

          ส่วนกลุ่มลูกค้ารายย่อย หรือการใช้สีเพื่อการปรับปรุงหรือการรีโนเวต ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีการชะลอตัว ส่งผลให้ดีมานด์ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาลดลง 15-20% ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าภายหลังสถานการณ์ดีขึ้นจะทำให้ตลาดกลับมาคึกคัก

          ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ 1. เทอร์ราโก้ ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตวัสดุตกแต่งผิว เช่น อะคริลิกฉาบบาง อะคริลิกกันซึม วัสดุอุดโป๊ว 2. เกรโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องพ่นสี และ 3. เมอร์กา ประเทศฟินแลนด์ ผู้ผลิตเครื่องขัดพื้นผิวไฟฟ้าไร้ฝุ่น โดยร่วมกันพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี Professional Series เพื่อส่งเสริมการทำงานก่อสร้างอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพสูงสุด

          สำหรับนวัตกรรม Professional Series เป็นนวัตกรรมระบบสีเพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยจะเป็นระบบปิดผิวผนัง โปร-วอลล์ ฟีนิช ซึ่งจะมีคุณสมบัติยึดเกาะดีเยี่ยม ประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา ใช้งานได้ง่าย ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 10 เท่า ประหยัดเวลาและงบประมาณได้ถึง 20% โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1 แสนบาท ไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับขนาดงานก่อสร้าง นอกจากนี้ ในอนาคตบริษัทมีแผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

          โดยบริษัทจะเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบบเป็นระบบ ผ่านดีลเลอร์ที่มีกว่า 1,200 ราย และตัวแทนขายของบริษัท ซึ่งลูกค้า ช่างหรือบริษัทรับเหมาที่สนใจสามารถซื้อด้วยระบบผ่อนชำระผ่านบัตรเครติดหรือผ่านระบบไฟแนนซ์ของบริษัทได้

          ในส่วนผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ลดลง 10% อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 นี้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเป็นบวก จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ