WDC ปรับเกมรุกตลาดกระเบื้อง ชูนวัตกรรมจับกลุ่มลักชัวรี-รีโนเวต ดันโต 10%
Loading

WDC ปรับเกมรุกตลาดกระเบื้อง ชูนวัตกรรมจับกลุ่มลักชัวรี-รีโนเวต ดันโต 10%

วันที่ : 12 พฤษภาคม 2569
บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ประเมินว่า ภาพรวมตลาดกระเบื้องไทยมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท ยังคงมีโอกาสเติบโต แม้บางเซกเมนต์ชะลอตัว โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม และตลาดรีโนเวตที่อยู่อาศัยซึ่งขยายตัวชัดเจน
    บุษกร ภู่แส

    กรุงเทพธุรกิจ


    ตลาดวัสดุตกแต่งบ้านในปี 2569 กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่เปราะบาง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางรายยังสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าระดับกลาง-บนที่ยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง

    บัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ประเมินว่า ภาพรวมตลาดกระเบื้องไทยมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท ยังคงมีโอกาสเติบโต แม้บางเซกเมนต์ชะลอตัว โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม และตลาดรีโนเวตที่อยู่อาศัยซึ่งขยายตัวชัดเจน

    "ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยปีนี้อยู่ในลักษณะ 'ทรงตัวแบบเลือกโต' กล่าวคือ การเติบโตไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม"

   โดยตลาดระดับแมสยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ขณะที่ตลาดระดับกลางถึงบน รวมถึง อัลตร้าลักชัวรี ยังมีกำลังซื้อ และได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากกระแสการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิม ปีนี้ WDC ตั้งเป้ารายได้ เติบโต 10% จากฐานรายได้ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งการซื้อบ้านมือสองและการรีโนเวต เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับการซื้อบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน

    ยุคผู้บริโภค "Smart User"

    สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดวัสดุตกแต่งมีการเปลี่ยนแปลง "ผู้ซื้อ" มีข้อมูลมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาว โดยปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อกระเบื้อง ประกอบด้วย ดีไซน์และความสวยงาม การใช้งานและความเหมาะสมของพื้นที่และราคา แม้ราคาจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ในกลุ่มพรีเมียม ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ และอายุการใช้งาน เนื่องจากมองว่าเป็น การลงทุนระยะยาวของที่อยู่อาศัย

    "พฤติกรรมลูกค้าวันนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมให้ผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาเป็นคนเลือก แต่ปัจจุบันลูกค้าหาข้อมูลมาก่อนและสิ่งที่ใช้ตัดสินใจ เรียงลำดับ คือ ดีไซน์ การใช้งาน และ ราคา แม้ราคาเริ่มสำคัญมากขึ้นแต่ในตลาดพรีเมียมลูกค้ามองว่ากระเบื้อง เป็นการลงทุนระยะยาวเพราะเป็นสิ่งที่อยู่กับบ้านไปอีกหลายสิบปีทำให้ของที่ดีกว่ายังคงขายได้"

    นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์ 4 เทรนด์อยู่อาศัยในปี 2569 ได้แก่ 1.Wellness Living วัสดุที่ปลอดภัย ลดการสะสมเชื้อโรค และ เหมาะกับทุกช่วงวัย รวมถึงสัตว์เลี้ยง 2.Natural & Textured Materials ลวดลายและพื้นผิวที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่น หินอ่อน หินธรรมชาติ และไม้ 3.Seamless & Large Format กระเบื้องแผ่นขนาดใหญ่ ลดรอยต่อ เพิ่มความต่อเนื่องของพื้นที่ และ 4.Sustainabilityวัสดุที่มีความทนทาน ใช้งานยาวนาน ลดของเสียในระยะยาวสำหรับไฮไลต์สินค้า เช่น คอลเลกชัน Duomo ที่ถอดแบบลวดลายหินจากมหาวิหาร ในอิตาลี รวมถึงเทคโนโลยี Microtec ที่ช่วย เพิ่มคุณสมบัติกันลื่น และ UNITEC ที่รองรับ การใช้งานในบ้านที่มีผู้สูงอายุและสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

   เร่งสยายปีก ปั้น "Experience Center"

   ด้านกลยุทธ์การขยายธุรกิจ WDC เดินหน้าเพิ่มจุดจำหน่ายในหัวเมืองศักยภาพ อาทิ สมุย นครราชสีมา และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการที่อยู่อาศัยระดับบนและตลาดนักลงทุนต่างชาติ พร้อมกันนี้ได้ปรับโชว์รูม สู่ "Experience Center" เพื่อให้ลูกค้าเห็นการใช้งานจริง และช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของทั้งเจ้าของบ้าน นักพัฒนาโครงการ และสถาปนิกในระยะถัดไป

   WDC ยังมองโอกาสขยายตลาดไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งมีอัตรา การเติบโตของภาคก่อสร้างในระดับสูง

   "ท่ามกลางต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปัจจัยด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทใช้กลยุทธ์กระจายแหล่งผลิตไปยังหลายประเทศ เช่น เวียดนาม อินเดีย และตุรกี เพื่อลด ความเสี่ยงด้านต้นทุน ขณะเดียวกัน ยังบริหารสินค้าคงคลังมูลค่า 400-500 ล้านบาท เพื่อรองรับความผันผวน และสามารถตรึงราคาสินค้าในช่วง 3-6 เดือน โดยไม่ผลักภาระไปยังผู้บริโภค"

    บัณฑิต มองว่า ตลาดกระเบื้องไม่ได้แข่งขันเพียงด้านราคาอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม ดีไซน์ และประสบการณ์การใช้งานภายใต้บริบทที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น วัสดุตกแต่งจึงกลายเป็น องค์ประกอบสำคัญของการอยู่อาศัย

    แนวโน้มดังกล่าว อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดกระเบื้องระดับพรีเมียมยังคงเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญความไม่แน่นอน
 
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ