Loading

แพทโก้ฯ ผนึก4พันธมิตรอัปเกรดผุด เธอ สู่สมาร์ททาวน์โฮมคนเมือง

วันที่ : 30 มีนาคม 2564
แพทโก้ เล็ง เปิด 4 โครงการแนวราบใหม่มูลค่า 2,500 ล้านบาท
         "แพทโก้ กรุ๊ป" เดินหน้ารุกโครงการแนวราบ รับดีมานด์การมองหาที่อยู่อาศัย และ WFH วางเป้าเปิด 4 โครงการแนวราบใหม่มูลค่า 2,500 ล้านบาท พร้อมบริหารพอร์ตโครงการที่จะปิดในปีนี้ พร้อมเปิดตัวโครงการ "เธอ" ปักหมุดใกล้เมือง ผนึก 4 พันธมิตรสำคัญ ดีไซน์ยกระดับโครงการเป็นสมาร์ททาวน์โฮมแห่งแรกบนถนนลาดพร้าว เผยยอดขายไหลรื่น 13 หลัง มูลค่า 150 ล้านบาท คาดทั้งกรุ๊ปมีตัวเลขขายระดับ 1,000 ล้านบาท รายได้ 1,300 ล้านบาท

          ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล ประธานกรรมการบริหาร แพทโก้ กรุ๊ป และ บริษัท วิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัทในเครือ เปิดถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ว่า มีแนวโน้มที่จะกับมาฟื้นตัวได้ เนื่องจากความชัดเจนในการเรื่องการฉีดควัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งจะผลักดันให้ภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยดีขึ้น ปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย จะส่งผลดีให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเมอี) จะดีขึ้นเช่นกัน

          อัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินยังอยู่ในระดับที่ต่ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีท่าทีชัดเจนที่จะมาพิจารณาเรื่องการปรับอัตราดอกเบี้ยในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2566 ดังนั้น ผู้ที่ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงิน จะมีภาระการผ่อนอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ในอดีตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ระดับ 7% หนี้ 1 ล้านบาท อัตราการผ่อนบ้านจะอยู่ที่ 7,000 บาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันอัตราการผ่อนบ้านอยู่ที่ 2,500 บาทต่อเดือน ทำให้มีกำลังในการผ่อนที่มากขึ้น

          "ในปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ตลาดเกิดการชะลอตัวอย่างรุนแรง กำลังซื้อที่ถดถอยแล้ว ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องการความเป็นส่วนตัว พื้นที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ปัจจัยของการทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home  ซึ่งผู้บริโภคมองว่าสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงฟังก์ชันชีวิตในบ้านต่างๆ ได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อไลฟ์สไตล์ในอนาคต จนทำให้ความต้องการของทาวน์เฮาส์มีเพิ่มขึ้น 10% สวนทางกับคอนโดมิเนียมที่ลดลง"

          แผนธุรกิจปี64วางเป้าหมายเปิด 4 โครงการแนวราบใหม่ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เดอะเทรดเชอร์โฮม ทาวน์เฮาส์ ราคาระหว่าง 2.49 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่ บางนา-ตราด กม. 34 สมุทรปราการ โดยบริษัท แพทโก้ แพลตินั่ม จำกัด, โครงการ ทรอฟี บ้านโพธิ์ เป็นทาวน์โฮม และบ้านแฝด สไตล์อังกฤษ ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท จังหวัดฉะเชิงเทรา พัฒนาโดยบริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด, โครงการ Hotton บ้านเดี่ยวหรู สไตล์อังกฤษ ราคาเริ่มต้น 5-6 ล้านบาท จังหวัดฉะเชิงเทรา พัฒนาโดย บริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด และโครงการ เธอ ลาดพร้าว 93 เป็นทาวน์โฮมหรู 3 ชั้นครึ่ง ราคาตั้งแต่ 9-14 ล้านบาท พัฒนาโดย บริษัท วิจิตรา ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด "ช่วงมีนาคม 63 เป็นเวลาที่ แพทโก้ กรุ๊ป เริ่มดำเนินโครงการ เธอ ลาดพร้าว 93 พอดี ด้วยงบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท ในทำเลใจกลางลาดพร้าว และไม่ได้เป็นตลาดเก็งกำไร

          แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ขึ้น บริษัทฯ จึงได้มองหาความแตกต่าง ที่สามารถช่วยให้ทาวน์โฮมกลุ่ม พรีเมียมนี้ มีจุดแข็งที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในช่วง โควิดได้จริง แพทโก้ กรุ๊ปจึงเลือกจับมือกับพันธมิตรที่โดดเด่น พร้อมกันถึง 4 หน่วยงาน ได้แก่การไฟฟ้านครหลวง, บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์คจำกัด หรือ AIS Fibre, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ บุญถาวร อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อยกระดับโครงการ THER (เธอ) ลาดพร้าว 93 ให้กลายเป็นสมาร์ททาวน์โฮมแห่งอนาคต

          " การจับมือกับพันธมิตรทั้ง 4 หน่วยงาน เป็นการเพิ่มฟังก์ชันการอยู่อาศัย และช่วยยกระดับโครงการเป็นสมาร์ททาวน์โฮมแห่งแรกบนถนนลาดพร้าว โดย "การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA"จะเข้ามาดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็น'สายไฟฟ้าใต้ดิน'และทำให้โครงการ THER เป็นโครงการแรกในย่านลาดพร้าวที่ใช้ระบบสายไฟใต้ดิน ที่เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานตรงตามสเปกของกฟน.และติดตั้ง'เครื่องชาร์จ EV'ให้กับลูกบ้านฟรี โดยปัจจุบันโครงการ เธอ ลาดพร้าว 93 มียอดขายแล้ว 13 หลัง มูลค่าการขาย 150 ล้านบาท จากโครงการทั้งหมด 82 หลัง มูลค่าการขาย 1,000 ล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีจะมีรายได้จากการโอนทาวน์โฮมให้ลูกค้าได้ 30 หลัง มูลค่า 350 ล้านบาท ซึ่งตามแผนจะปิดการขายโครงการได้ภายในปี 2565

          สำหรับเป้าหมายการขายและรายได้ในปี 64 จะเติบโตมากกว่าปี 63 เนื่องจากมีการเปิดโครงการใหม่และรายได้จากการเร่งปิด 4 โครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการขาย คาดว่ายอดขายที่จะทำได้ปีนี้ 1,300 ล้านบาท มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เทียบกับปี 63 ที่มียอดขาย 600 ล้านบาท รายได้ 550 ล้านบาท.
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ