TOA อานิสงส์ซ่อมสร้าง จับตากำไรปีนี้ร้อนแรง
Loading

TOA อานิสงส์ซ่อมสร้าง จับตากำไรปีนี้ร้อนแรง

วันที่ : 12 ธันวาคม 2568
TOA คาดระยะต่อไปหลังพ้นน้ำท่วมหนุนความต้องการซ่อมสร้าง และการใช้สีเพิ่มเกินปกติในปี 2569 ส่วน Q4/2568 ผลงานดี ไลน์สินค้าใหม่เพิ่มฐานรายได้ ลุ้น ทั้งปีนี้รายได้บวกเบาๆ ด้านโบรกชูปีนี้กำไรจ่อทำสถิติใหม่โต 21% อานิสงส์ต้นทุน ต่ำลง คาดปีหน้าผลงานดีได้อีก ให้เป้าพื้นฐาน 19.80 บาท
    นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า จากกรณีน้ำท่วมครั้งใหญ่พื้นที่ภาคใต้ อำเภอสงขลา ย่อมจะตามมาด้วยการฟื้นฟูสิ่งก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัยจำนวนมาก ซึ่งต้องมีการใช้วัสดุก่อสร้าง และสีทาอาคารจำนวนมากตามมาด้วย

    ซ่อมสร้างครั้งใหญ่

    อย่างไรก็ดีในขณะนี้ที่ยังเป็นช่วงทำความสะอาด เก็บกวาด ยอดขายสินค้าประเภทสีน่าจะยังไม่ชัดเจน ต้องรอให้เกิดความเรียบร้อยของพื้นที่ก่อน แต่ประเมินว่า ยอดขายสีจะได้รับผลดีที่ชัดเจนในปีหน้า ทำให้มีโอกาสซื้อมากขึ้นกว่าภาวะปกติ ขณะที่แนวทางดำเนินกลยุทธ์และแผนธุรกิจของ TOA ก็จะประกาศอย่างเป็นทางการในปีหน้าเช่นกัน

    ก่อนหน้านี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีมุมมองว่า ต่อเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2568 มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น เล็กน้อยจากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 21,357.16 ล้านบาท สอดคล้องกับล่าสุด 9 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้แล้วรวม 16,194.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    อีกทั้งคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ปรับตัวดีขึ้น ภายใต้สถานการณ์การหดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ยังกดดันธุรกิจสีทาอาคาร ทว่าบริษัทได้ขยายกลุ่มสินค้าใหม่ เพิ่มเติมมากขึ้นจึงเป็นการช่วยเสริมฐานรายได้ อีกทั้งเป็นการเข้าไปตอบโจทย์ตลาดซ่อมสร้างซึ่งกลับมีสัญญาณบวกที่ดีกว่า ทั้งนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากสีทาอาคาร เช่น เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ยิปซัมบอร์ด กระเบื้อง และสุขภัณฑ์ เป็นต้น

   วิเคราะห์แข็งแกร่ง

    นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อ TOA โดยคาดกำไรปกติจะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 เพิ่ม 21% จากปี 2567 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น

    และเฉพาะไตรมาส 4/2568 ก็คาดเช่นกันว่า กำไรสุทธิจะฟื้นตัวชัดเจนทั้งในแง่เทียบไตรมาสก่อน และเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ปัจจัยผลักดันมาจากการฟื้นตัวตามฤดูกาลและราคาวัตถุดิบที่ลดลง ซึ่งน่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้สูงกว่าไตรมาสก่อน ภายใต้ ยอดขายในประเทศไทยตั้งเป้าเติบโต 3% ขณะที่ตลาดต่างประเทศน่าจะขยายตัวอย่างน้อย 10% นำโดยการเติบโตสองหลักของเวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา

    แม้ว่าการปรับขึ้นราคาสารเคมีจากซัพพลายเออร์ รายใหญ่จะเป็นความเสี่ยงสำหรับปีหน้า การเติบโตที่แข็งแกร่งในต่างประเทศจะช่วยกระตุ้นยอดขายโดยรวม อย่างไรก็ดียอดขายในไทยจะยังคงเป็นประเทศที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 82% ของรายได้ทั้งหมด

    สำหรับปี 2569 คาดการเติบโตจะอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยบวกจากยอดขาย ขณะที่อัตรากำไรยังคงทรงตัวหรืออ่อนตัวลงเล็กน้อย แม้ว่าซัพพลายเออร์หลักจะเริ่มปรับขึ้นราคาวัสดุ แต่ไม่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากความต้องการทั่วโลกที่อ่อนแอ

    ทั้งนี้มูลค่าหุ้นยังคงน่าสนใจ คงคำแนะนำ "ซื้อ" มูลค่าที่เหมาะสม 19.30 บาท สอดคล้องกับ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มปีหน้า เป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้น 4% แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 19.80 บาท
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ