แบงก์ชาติชี้น้ำท่วมใต้ป่วนจีดีพีปีม้า
Loading

แบงก์ชาติชี้น้ำท่วมใต้ป่วนจีดีพีปีม้า

วันที่ : 7 มกราคม 2569
ธปท.ประเมินน้ำท่วมใต้กระทบจีดีพี 0.1-0.2% ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปจนถึงช่วงต้นปี 2569 มีครัวเรือนและธุรกิจได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
   ส่งผลวงกว้างกระทบ 1 ล้านครัวเรือน-ธุรกิจกว่า 10,000 ราย

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้ออกรายงานนโยบายการเงินครั้งสุดท้ายของปี 2568 โดยได้ประเมินสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ในช่วงปลายปี 2568 ว่าได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปจนถึงช่วงต้นปี 2569 เป็นผลให้การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ปรับลดลงประมาณ 0.1-0.2% โดยครัวเรือนและธุรกิจได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างคิดเป็นผลกระทบต่อครัวเรือนประมาณ 1 ล้านครัวเรือน และธุรกิจกว่า 10,000 ราย โดยเฉพาะ SMEs ในภาคการค้าและการท่องเที่ยว ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

   โดยผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่สงขลาและหลังจากการเริ่มฟื้นฟูในช่วงปลายเดือน พ.ย.ถึงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าภาคบริการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนกิจกรรมกลับสู่ภาวะปกติ และคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลง 200,000 คน โดยเฉพาะจากมาเลเซีย ขณะที่ภาคเกษตรจะกระทบผลผลิตยางพาราและพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่ในภาคอุตสาหกรรมมองว่าผลกระทบมีจำกัดเนื่องจากโรงงาน 90% ไม่ถูกน้ำท่วม แต่การผลิตสะดุดชั่วคราวจากแรงงานเข้าทำงานไม่ได้

   ทั้งนี้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทยขอย้ำมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากอุทกภัยในภาคใต้สามารถที่จะขอพักชำระหนี้เงินต้น ไม่เกิน 12 เดือน นับจากวันที่ตกลงร่วมกันกับธนาคารเจ้าหนี้รวมทั้งจะยกเว้นดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้และไม่มีผลกระทบต่อสถานะในเครดิตบูโร

   นอกจากนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ "ปิดหนี้ไวไปต่อได้" ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสียทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่งรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 ก.ย.2568 สามารถแก้ไขหนี้ได้ ธปท.แจ้งว่าโครงการดังกล่าวเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้นสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านเว็บไซต์ของ ธปท.(www.bot.or.th/cleardebt)หรือ ช่องทางของบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิทจำกัด(SAM)(www.sam.or.th)หรือ ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ โดยในระยะแรกโครงการจะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน

   โดยหลังลงทะเบียนลูกหนี้จะได้รับการติดต่อจาก SAM หรือตัวแทนของ SAM โดยลูกหนี้สามารถเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของตน ได้แก่ จ่ายปิดจบหนี้โดยจ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันทีหรือผ่อนชำระเป็นงวด สูงสุดไม่เกิน 3 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างเข้าร่วมมาตรการและหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ช่องทาง ธปท.(BOT contact center 1213) SAM (call center 1443 กด 6)หรือ call center ของสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิม

   ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกบทวิเคราะห์การขยายสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 โดยมองว่า สินเชื่อปี 2569 อาจจะขยายตัวติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แต่อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยบรรเทาภาระการเงินให้ลูกหนี้ โดยหากรวมผลของการลดลงของดอกเบี้ยในปี 2569 และครึ่งปีแรกของปีนี้ 2569 น่าจะช่วยบรรเทาภาระการเงินได้ประมาณ 20,800-24,300 ล้านบาท

   ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังคงมีความเปราะบางยังมีผลต่อการฟื้นตัวของสินเชื่อซึ่งทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าสินเชื่อระบบแบงก์ไทยอาจหดตัวลง -0.7% ในปี 2569 โดยคาดว่า เพราะแม้สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่อาจกลับมาขยายตัวได้ 0.2% แต่การฟื้นตัวของสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อรายย่อยยังคงเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ รวมถึงรายได้และกำลังซื้อของครัวเรือนในประเทศพฤติกรรมผู้กู้อยู่ในภาวะระมัดระวัง ส่งผลให้สินเชื่อรายย่อยปรับลดลงในปีหน้าอยู่ที่ติดลบ 1%

  ขณะเดียวกันศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังกังวลเรื่องหนี้เสียที่อาจจะเพิ่มขึ้น เพราะแม้ว่าการลดดอกเบี้ยอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ แต่คุณภาพสินเชื่อยังขึ้นอยู่กับตัวแปรทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้คาดว่าสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพของระบบแบงก์ในปี 2569 จะยังคงอยู่ในกรอบสูงที่ 2.80-2.97% ของสินเชื่อรวม
ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ