ธอส.กางยุทธศาสตร์ใหม่5เสาหลัก มุ่งช่วยกลุ่มรายได้น้อย-ปานกลาง
วันที่ : 13 กุมภาพันธ์ 2569
ธอส. ประเมินภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ยังเผชิญความเปราะบางตามภาวะเศรษฐกิจ พร้อมชี้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2568 ชะลอตัวเมื่อเทียบช่วงโควิด-19 แม้ตลาดซบเซาแต่ความต้องการซื้อบ้านยังมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มบัณฑิตจบใหม่และคนทำงานรุ่นใหม่
เศรษฐกิจไทยปี 2569 หลายฝ่ายส่งเสียงกังวลในทิศทางเดียวกันว่า มีความเปราะบาง คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ หรือจีดีพี เติบโตระดับ 2% เท่านั้น
สถานการณ์จีดีพีดังกล่าวเปรียบเหมือนผู้ป่วยของอาเซียน จากเดิมเคยผงาดเป็นเสือตัวที่ 5 สิ่งนี้จึงเป็นโจทย์หลักของ รัฐบาลชุดใหม่แสดงฝีมือแก้ปัญหา รักษาผู้ป่วยให้กลับมาแข็งแรงโดยด่วน
ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยก็เช่นกัน ปีนี้ยังคงคาดการณ์ว่าจะมีความเปราะบาง ยิ่งกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่เป็นกลุ่มหลักของประเทศ ยิ่งน่าสนใจว่าปีนี้จะเติบโตหรือซบเซาต่อไป
เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใต้แม่ทัพคนใหม่ มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. เปิดมุมมองต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ว่ามีความเปราะบางเหมือนสภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งยังมีความท้าทาย สังเกตได้จากยอดการโอนกรรมสิทธิ์บ้านปี 2568 ที่น้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงโควิด-19 อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์จะอยู่ในภาวะซบเซา แต่ความต้องการซื้อบ้านของคนไทยยังคงอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่และคนทำงานรุ่นใหม่
มหัทธนะ ระบุ แม้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบาง และเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน อาทิ การคาดการณ์จีดีพีปี 2569 โตต่ำที่ 1.5-2.3%, สถานการณ์การณ์หนี้ครัวเรือนสูงทำให้กดดันกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ของประชาชน และความผันผวนของดอกเบี้ยขาลง ที่แม้จะเป็นผลดีต่อผู้กู้ แต่ส่งผลให้ธนาคารต้องบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรอบคอบ
นอกจากนั้น ยังมีการแข่งขันที่ดุเดือด แย่งลูกค้าคุณภาพในกลุ่มธนาคารพาณิชย์แล้วยังมีผู้เล่นรายใหม่ทั้ง Virtual Bank และ Non-back รวมทั้งมีความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ที่ธนาคารต้องติดตามและให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดจากภัยคุกคามทางเทคโนโลยีและการโจรกรรมข้อมูล อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์จะพยายามพยุงตลาดด้วยโอกาสใหม่ อาทิ 1.บ้านผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลางมีสัดส่วนประชากรมากที่สุดในประเทศ และยังเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2.กรีนไฟแนนซ์ และ 3.สังคมสูงวัย
มุ่งช่วยกลุ่มรายได้น้อย-ปานกลาง
มหัทธนะระบุถึงเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 242,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากปี 2568 โดยสินเชื่อคงค้างคาดว่าอยู่ในระดับ 1.96 ล้านล้านบาท ซึ่งใกล้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาท ส่วนเป้าหมายการระดมเงินฝากที่ตั้งเป้าระดมเงินฝากใหม่ 100,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับระดับในปี 2568 และการดำเนินงานในปีนี้คือการให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยรายได้ปานกลาง
โดย ธอส.ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 125,762 ราย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 65% เพื่อช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเอง ขณะที่ตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไว้ไม่เกิน 5.11% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีความท้าทายในภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง และความกดดันจากหนี้ครัวเรือน
กางยุทธศาสตร์ใหม่ 5 เสาหลัก
มหัทธนะระบุอีกว่า เทรนด์การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน ประกอบด้วย 1.เอไอและดาต้า พัฒนาเอไอและดาต้ามา ใช้วิเคราะห์ติดตามลูกค้าแบบรายคน ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพ การทำงานของพนักงานหรือธนาคาร 2.ESG First ลูกค้าและ นักลงทุนมองหาธนาคารสีเขียวมากขึ้น และ 3.Super- Aged Society โอกาสสินเชื่อ Reverse Mortgage และบ้าน ผู้สูงอายุ
ดังนั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์จึงเตรียมยกระดับองค์กร ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ Beyond Housing Bank มุ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion หรือ เพื่อนคู่คิดด้านการมีบ้านอย่างยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก ดังนี้
เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร-ยื่นกู้-ประเมินราคาหลักทรัพย์-อนุมัติ-จนถึงจดจำนองให้ ด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End-to-End
เสาหลักที่ 2 Smart Growth บริหารสินทรัพย์อย่างมีคุณภาพช่วยให้คนไทยมีบ้านมากขึ้น ด้วยการใช้ ดิจิทัล, ดาต้า ไดรฟ์เวนและอินโนเวชั่น ป้องกันเอ็นพีแอล และจัดการเอ็นพีเอ อย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3 Customer Obsession เข้าใจลูกค้าผ่านข้อมูล บิ๊กดาต้า และเอไอ วิเคราะห์ตัวตนลูกค้า เพื่อพัฒนาบริการแบบ ไฮเปอร์-เพอร์โซนัลไลเซชั่น ส่งมอบบริการที่รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา และสร้างประสบการณที่ดีกว่าให้ลูกค้า
เสาหลักที่ 4 Digital Transformation ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัยโดยนำเทคโนโลยีอัตโนมัติ และเอไอ ใช้ตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ และประเมินความเสี่ยง เพื่อลดต้นทุน
เสาหลักที่ 5 People First พัฒนาคน เพิ่มศักยภาพพนักงาน มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรจากภายใน ด้วยการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้พนักงานสำหรับโลกยุคใหม่ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
"ทั้ง 5 เสาหลักนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม" มหัทธนะระบุ
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 มหัทธนะระบุ ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย เป็นผลจากการเร่งปล่อยกู้ในช่วงไตรมาส 4
โดยมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1,891,091 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม
สถานการณ์จีดีพีดังกล่าวเปรียบเหมือนผู้ป่วยของอาเซียน จากเดิมเคยผงาดเป็นเสือตัวที่ 5 สิ่งนี้จึงเป็นโจทย์หลักของ รัฐบาลชุดใหม่แสดงฝีมือแก้ปัญหา รักษาผู้ป่วยให้กลับมาแข็งแรงโดยด่วน
ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยก็เช่นกัน ปีนี้ยังคงคาดการณ์ว่าจะมีความเปราะบาง ยิ่งกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่เป็นกลุ่มหลักของประเทศ ยิ่งน่าสนใจว่าปีนี้จะเติบโตหรือซบเซาต่อไป
เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใต้แม่ทัพคนใหม่ มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. เปิดมุมมองต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ว่ามีความเปราะบางเหมือนสภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งยังมีความท้าทาย สังเกตได้จากยอดการโอนกรรมสิทธิ์บ้านปี 2568 ที่น้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงโควิด-19 อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์จะอยู่ในภาวะซบเซา แต่ความต้องการซื้อบ้านของคนไทยยังคงอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่และคนทำงานรุ่นใหม่
มหัทธนะ ระบุ แม้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบาง และเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน อาทิ การคาดการณ์จีดีพีปี 2569 โตต่ำที่ 1.5-2.3%, สถานการณ์การณ์หนี้ครัวเรือนสูงทำให้กดดันกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ของประชาชน และความผันผวนของดอกเบี้ยขาลง ที่แม้จะเป็นผลดีต่อผู้กู้ แต่ส่งผลให้ธนาคารต้องบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรอบคอบ
นอกจากนั้น ยังมีการแข่งขันที่ดุเดือด แย่งลูกค้าคุณภาพในกลุ่มธนาคารพาณิชย์แล้วยังมีผู้เล่นรายใหม่ทั้ง Virtual Bank และ Non-back รวมทั้งมีความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ที่ธนาคารต้องติดตามและให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดจากภัยคุกคามทางเทคโนโลยีและการโจรกรรมข้อมูล อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์จะพยายามพยุงตลาดด้วยโอกาสใหม่ อาทิ 1.บ้านผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลางมีสัดส่วนประชากรมากที่สุดในประเทศ และยังเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2.กรีนไฟแนนซ์ และ 3.สังคมสูงวัย
มุ่งช่วยกลุ่มรายได้น้อย-ปานกลาง
มหัทธนะระบุถึงเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 242,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากปี 2568 โดยสินเชื่อคงค้างคาดว่าอยู่ในระดับ 1.96 ล้านล้านบาท ซึ่งใกล้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาท ส่วนเป้าหมายการระดมเงินฝากที่ตั้งเป้าระดมเงินฝากใหม่ 100,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับระดับในปี 2568 และการดำเนินงานในปีนี้คือการให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยรายได้ปานกลาง
โดย ธอส.ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 125,762 ราย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 65% เพื่อช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเอง ขณะที่ตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไว้ไม่เกิน 5.11% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีความท้าทายในภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง และความกดดันจากหนี้ครัวเรือน
กางยุทธศาสตร์ใหม่ 5 เสาหลัก
มหัทธนะระบุอีกว่า เทรนด์การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน ประกอบด้วย 1.เอไอและดาต้า พัฒนาเอไอและดาต้ามา ใช้วิเคราะห์ติดตามลูกค้าแบบรายคน ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพ การทำงานของพนักงานหรือธนาคาร 2.ESG First ลูกค้าและ นักลงทุนมองหาธนาคารสีเขียวมากขึ้น และ 3.Super- Aged Society โอกาสสินเชื่อ Reverse Mortgage และบ้าน ผู้สูงอายุ
ดังนั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์จึงเตรียมยกระดับองค์กร ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ Beyond Housing Bank มุ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion หรือ เพื่อนคู่คิดด้านการมีบ้านอย่างยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก ดังนี้
เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร-ยื่นกู้-ประเมินราคาหลักทรัพย์-อนุมัติ-จนถึงจดจำนองให้ ด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End-to-End
เสาหลักที่ 2 Smart Growth บริหารสินทรัพย์อย่างมีคุณภาพช่วยให้คนไทยมีบ้านมากขึ้น ด้วยการใช้ ดิจิทัล, ดาต้า ไดรฟ์เวนและอินโนเวชั่น ป้องกันเอ็นพีแอล และจัดการเอ็นพีเอ อย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3 Customer Obsession เข้าใจลูกค้าผ่านข้อมูล บิ๊กดาต้า และเอไอ วิเคราะห์ตัวตนลูกค้า เพื่อพัฒนาบริการแบบ ไฮเปอร์-เพอร์โซนัลไลเซชั่น ส่งมอบบริการที่รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา และสร้างประสบการณที่ดีกว่าให้ลูกค้า
เสาหลักที่ 4 Digital Transformation ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัยโดยนำเทคโนโลยีอัตโนมัติ และเอไอ ใช้ตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ และประเมินความเสี่ยง เพื่อลดต้นทุน
เสาหลักที่ 5 People First พัฒนาคน เพิ่มศักยภาพพนักงาน มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรจากภายใน ด้วยการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้พนักงานสำหรับโลกยุคใหม่ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
"ทั้ง 5 เสาหลักนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม" มหัทธนะระบุ
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 มหัทธนะระบุ ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย เป็นผลจากการเร่งปล่อยกู้ในช่วงไตรมาส 4
โดยมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1,891,091 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม
ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ