ต่างชาติซื้อ 'คอนโดฯไทย' ลดลง 'จีน' ยังแชมป์ เมียนมา แซง รัสเซีย
วันที่ : 2 มีนาคม 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวจีนโอนห้องชุดน้อยลง จากการวิเคราะห์คาดว่าเกิดจากการคุมเข้มการนำเงินออกนอกประเทศ ประกอบกับประเทศไทยมีมาตรการเข้มงวดทุนเทา ส่งผลทำให้เหลือเฉพาะที่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ซื้อสำหรับการอยู่อาศัย ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า และพำนักระยะยาวเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทย ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในปี 2569 นี้
กำลังซื้อ "ต่างชาติ" ถือว่ามีความสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งต่างชาติสามารถซื้อได้ตามกฎหมายในสัดส่วน 49% แม้ว่าในปี 2568 สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่างชาติเริ่มเห็นสัญญาณบวก แต่ถือว่ายังไม่กลับมาคึกคักมากนัก
"ณรงค์พล ประภานิรินธน์" รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 การซื้อห้องชุดของชาวต่างชาติ พบว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวต่างชาติจำนวน 3,888 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.1% เทียบไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 9.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ามูลค่าจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบปีต่อปี แต่จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า สะท้อนแนวโน้ม "ราคาต่อหน่วยเฉลี่ยปรับลดลง" โดยเฉพาะการซื้อในระดับราคาปานกลาง
เมื่อพิจารณาทั้งปี 2568 พบว่าชาวต่างชาติโอนห้องชุดรวมทั้งสิ้น 14,899 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 60,921 ล้านบาท ลดลง 10.7% โดยสัดส่วนการโอนของชาวต่างชาติคิดเป็น 14.7% ของจำนวนหน่วยโอนอาคารชุดทั้งหมด และคิดเป็น 25% ของมูลค่าการโอนอาคารชุดทั้งประเทศ
โดย 10 จังหวัดที่ต่างชาติโอนมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 7,029 หน่วย มูลค่า 35,386 ล้านบาท ชลบุรี 4,164 หน่วย มูลค่า 11,590 ล้านบาท ภูเก็ต 1,190 หน่วย มูลค่า 6,087 ล้านบาท เชียงใหม่ 848 หน่วย มูลค่า 2,409 ล้านบาท ประจวบคีรีขันธ์ 491 หน่วย มูลค่า 2,249 ล้านบาท สมุทรปราการ 429 หน่วย มูลค่า 1,394 ล้านบาท สุราษฎร์ธานี 212 หน่วย มูลค่า 552 ล้านบาท ระยอง 167 หน่วย มูลค่า 271 ล้านบาท เพชรบุรี 47 หน่วย มูลค่า 223 ล้านบาท และนนทบุรี 57 หน่วย มูลค่า 219 ล้านบาท
ในเชิงสัญชาติ พบว่า 10 สัญชาติแรกที่มีมูลค่าการโอนสูงสุดยังคงเป็น "ชาวจีน" แม้จำนวนหน่วยและมูลค่าจะปรับลดลง โดยปี 2568 ชาวจีนโอนห้องชุด 4,940 หน่วย ลดลง 12.9% จากปีก่อน และมูลค่า 18,585 ล้านบาท ลดลง 30% แต่ยังครองสัดส่วนสูงสุดที่ 33% ของจำนวนหน่วย และ 31% ของมูลค่าการโอนทั้งหมด โดยอยู่ใน กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่
รองลงมา "เมียนมา" (พม่า)จำนวน 1,968 หน่วย เพิ่มขึ้น 41.8% มูลค่า 6,159 ล้านบาท ลดลง 12.5% ซื้อในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ เชียงใหม่
ตามมาด้วย "รัสเซีย" จำนวน 1,172 หน่วย เพิ่มขึ้น 8.6% มูลค่า 4,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% ซื้อในภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์
"ไต้หวัน" จำนวน 1,036 หน่วย เพิ่มขึ้น 23.9% มูลค่า 4,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% "สหรัฐอเมริกา" จำนวน 537 หน่วย ลดลง 11.8% มูลค่า 2,810 ล้านบาท ลดลง 7.2%
"ฝรั่งเศส" จำนวน 657 หน่วย เพิ่มขึ้น 26.1% มูลค่า 2,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% "สหราชอาณาจักร" จำนวน 476 หน่วย เพิ่มขึ้น 15% มูลค่า 2,298 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2%
"เยอรมนี" จำนวน 459 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.9% มูลค่า 1,849 ล้านบาท ลดลง 5.6% "อินเดีย" จำนวน 237 หน่วย ลดลง 8.8% มูลค่า 1,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% และ "สิงคโปร์" จำนวน 269 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.5% มูลค่า 1,284 ล้านบาท ลดลง 3.7%
"ณรงค์พล" กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวจีนโอนห้องชุดน้อยลง จากการวิเคราะห์คาดว่าเกิดจากการคุมเข้มการนำเงินออกนอกประเทศ ประกอบกับประเทศไทยมีมาตรการเข้มงวดทุนเทา ส่งผลทำให้เหลือเฉพาะที่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ซื้อสำหรับการอยู่อาศัย ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า และพำนักระยะยาวเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทย ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในปี 2569 นี้
"ณรงค์พล ประภานิรินธน์" รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 การซื้อห้องชุดของชาวต่างชาติ พบว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวต่างชาติจำนวน 3,888 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.1% เทียบไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 9.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ามูลค่าจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบปีต่อปี แต่จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า สะท้อนแนวโน้ม "ราคาต่อหน่วยเฉลี่ยปรับลดลง" โดยเฉพาะการซื้อในระดับราคาปานกลาง
เมื่อพิจารณาทั้งปี 2568 พบว่าชาวต่างชาติโอนห้องชุดรวมทั้งสิ้น 14,899 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 60,921 ล้านบาท ลดลง 10.7% โดยสัดส่วนการโอนของชาวต่างชาติคิดเป็น 14.7% ของจำนวนหน่วยโอนอาคารชุดทั้งหมด และคิดเป็น 25% ของมูลค่าการโอนอาคารชุดทั้งประเทศ
โดย 10 จังหวัดที่ต่างชาติโอนมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 7,029 หน่วย มูลค่า 35,386 ล้านบาท ชลบุรี 4,164 หน่วย มูลค่า 11,590 ล้านบาท ภูเก็ต 1,190 หน่วย มูลค่า 6,087 ล้านบาท เชียงใหม่ 848 หน่วย มูลค่า 2,409 ล้านบาท ประจวบคีรีขันธ์ 491 หน่วย มูลค่า 2,249 ล้านบาท สมุทรปราการ 429 หน่วย มูลค่า 1,394 ล้านบาท สุราษฎร์ธานี 212 หน่วย มูลค่า 552 ล้านบาท ระยอง 167 หน่วย มูลค่า 271 ล้านบาท เพชรบุรี 47 หน่วย มูลค่า 223 ล้านบาท และนนทบุรี 57 หน่วย มูลค่า 219 ล้านบาท
ในเชิงสัญชาติ พบว่า 10 สัญชาติแรกที่มีมูลค่าการโอนสูงสุดยังคงเป็น "ชาวจีน" แม้จำนวนหน่วยและมูลค่าจะปรับลดลง โดยปี 2568 ชาวจีนโอนห้องชุด 4,940 หน่วย ลดลง 12.9% จากปีก่อน และมูลค่า 18,585 ล้านบาท ลดลง 30% แต่ยังครองสัดส่วนสูงสุดที่ 33% ของจำนวนหน่วย และ 31% ของมูลค่าการโอนทั้งหมด โดยอยู่ใน กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่
รองลงมา "เมียนมา" (พม่า)จำนวน 1,968 หน่วย เพิ่มขึ้น 41.8% มูลค่า 6,159 ล้านบาท ลดลง 12.5% ซื้อในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ เชียงใหม่
ตามมาด้วย "รัสเซีย" จำนวน 1,172 หน่วย เพิ่มขึ้น 8.6% มูลค่า 4,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% ซื้อในภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์
"ไต้หวัน" จำนวน 1,036 หน่วย เพิ่มขึ้น 23.9% มูลค่า 4,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% "สหรัฐอเมริกา" จำนวน 537 หน่วย ลดลง 11.8% มูลค่า 2,810 ล้านบาท ลดลง 7.2%
"ฝรั่งเศส" จำนวน 657 หน่วย เพิ่มขึ้น 26.1% มูลค่า 2,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% "สหราชอาณาจักร" จำนวน 476 หน่วย เพิ่มขึ้น 15% มูลค่า 2,298 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2%
"เยอรมนี" จำนวน 459 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.9% มูลค่า 1,849 ล้านบาท ลดลง 5.6% "อินเดีย" จำนวน 237 หน่วย ลดลง 8.8% มูลค่า 1,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% และ "สิงคโปร์" จำนวน 269 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.5% มูลค่า 1,284 ล้านบาท ลดลง 3.7%
"ณรงค์พล" กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวจีนโอนห้องชุดน้อยลง จากการวิเคราะห์คาดว่าเกิดจากการคุมเข้มการนำเงินออกนอกประเทศ ประกอบกับประเทศไทยมีมาตรการเข้มงวดทุนเทา ส่งผลทำให้เหลือเฉพาะที่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ซื้อสำหรับการอยู่อาศัย ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า และพำนักระยะยาวเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทย ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในปี 2569 นี้
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ