คอตโต้รุกนวัตกรรมรับตลาดหด
วันที่ : 4 พฤษภาคม 2569
SCG Ceramics ระบุว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวราว 10% จากแรงกดดันภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่กระทบกำลังซื้อและการลงทุน ส่งผลให้ดีมานด์โครงการหดตัว แม้ตลาดค้าปลีกและงานรีโนเวตยังช่วยพยุงได้บางส่วน
นายทนงชัย อัศวินชัยโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามซานิทารีแวร์อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องและสุขภัณฑ์คอตโต้ เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงราว 10% จากแรงกดดันของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่กระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุน ส่งผลให้ดีมานด์โครงการหดตัวชัดเจน แม้ช่องทางค้าปลีกและงานซ่อมแซมบ้านหรือรีโนเวตยังช่วยพยุงตลาดได้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตในปีที่ผ่านมาได้ในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งสุขภัณฑ์และวัสดุปิดผิว สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยมีจุดแข็งจากความน่าเชื่อถือ คุณภาพการผลิต และการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สำหรับปีนี้บริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์เชิงรุก โดยขยายพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้นรวมกว่า 10 กลุ่ม ตั้งแต่กระเบื้อง SPC วัสดุตกแต่งพื้นผิว ไปจนถึงประตูหน้าต่างและเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ เพื่อรองรับความต้องการของสถาปนิกและนักออกแบบยุคใหม่ที่มองหาวัสดุแบบครบวงจร
ขณะเดียวกัน ยังเร่งพัฒนาสินค้านวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม SMART และ HVA (High Value Added Products) เช่น สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ปรับราคาลงให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเริ่มต้นต่ำกว่า 10,000 บาท เพื่อขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง รวมถึงผลักดันสินค้า SPC ที่ยังเติบโตระดับ 2 หลัก จากคุณสมบัติทดแทนวัสดุปูพื้นแบบเดิมได้
ด้านการแข่งขัน บริษัทมองว่าสินค้านำเข้าจากจีนยังเป็นแรงกดดันสำคัญ แต่เลือกใช้ กลยุทธ์สร้างความแตกต่างด้านคุณภาพและนวัตกรรมแทนการแข่งขันราคา ขณะที่ ผลประกอบการปีนี้คาดว่ารายได้จะทรงตัวหรืออาจติดลบเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตในปีที่ผ่านมาได้ในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งสุขภัณฑ์และวัสดุปิดผิว สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยมีจุดแข็งจากความน่าเชื่อถือ คุณภาพการผลิต และการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สำหรับปีนี้บริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์เชิงรุก โดยขยายพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้นรวมกว่า 10 กลุ่ม ตั้งแต่กระเบื้อง SPC วัสดุตกแต่งพื้นผิว ไปจนถึงประตูหน้าต่างและเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ เพื่อรองรับความต้องการของสถาปนิกและนักออกแบบยุคใหม่ที่มองหาวัสดุแบบครบวงจร
ขณะเดียวกัน ยังเร่งพัฒนาสินค้านวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม SMART และ HVA (High Value Added Products) เช่น สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ปรับราคาลงให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเริ่มต้นต่ำกว่า 10,000 บาท เพื่อขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง รวมถึงผลักดันสินค้า SPC ที่ยังเติบโตระดับ 2 หลัก จากคุณสมบัติทดแทนวัสดุปูพื้นแบบเดิมได้
ด้านการแข่งขัน บริษัทมองว่าสินค้านำเข้าจากจีนยังเป็นแรงกดดันสำคัญ แต่เลือกใช้ กลยุทธ์สร้างความแตกต่างด้านคุณภาพและนวัตกรรมแทนการแข่งขันราคา ขณะที่ ผลประกอบการปีนี้คาดว่ารายได้จะทรงตัวหรืออาจติดลบเล็กน้อย
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ