Loading

การเคหะสปีดชุมชนดินแดนเฟส2 รอรื้อถอนวางศิลากฤษ์ปลายมี.ค.นี้

วันที่ : 19 มีนาคม 2563
โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 คาดจะวางศิลาฤกษ์ ปลายเดือนมีนาคม 63
          การเคหะแห่งชาติเร่งสปีดโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 หลังจากช้ากว่าแผนนานร่วมปี เผยจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารได้แล้ว เหลือกระบวนการรื้อถอนอาคารเดิม คาดจะวางศิลาฤกษ์ได้ปลายเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายน 2563 นี้

          ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 (อาคาร A และ D1) ว่า การเคหะแห่งชาติเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่หลังการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เนื่องจากผู้อาศัยเดิมต้องการอาคารใหม่ เช่นเดียวกับอาคารในแปลง G และการดำเนินการล่าช้าไปกว่าแผนร่วมปี

          "เมื่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเห็นชอบอีไอเอ เราก็ต้องเร่งดำเนินการทุกอย่าง ในส่วนของการประมูลผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร เราจัดประมูลได้ตัวบริษัทไปแล้ว เหลือรอการพิจารณาอนุมัติจากบอร์ดการเคหะแห่งชาติ ส่วนการรื้อถอนก็ได้ประสานทำหนังสือขออนุญาตจากกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด และดำเนินการทุกวิถีทางที่จะลดผลกระทบ"

          ทั้งนี้ คาดหมายว่าจะดำเนินการวางศิลาฤกษ์ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้ภายในปลายเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายน 2563

          "นายกฯ ให้ความสนใจโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น เพราะถือเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยในเมืองเหมือนกลุ่มคนอื่นๆ โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมในหลายๆ ด้าน และเป็นความสำเร็จของรัฐบาล คสช. ในการแก้ปัญหาการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงที่คาราคาซังมาร่วม 16 ปี" ดร.ธัชพลกล่าว

          ตามแผนโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 การเคหะแห่งชาติต้องรื้อถอนแฟลตเก่า 18-22 และก่อสร้างอาคารใหม่ A และอาคาร D1 จำนวนหน่วยอาศัย 1,247 หน่วย

          ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวด้วยว่า โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และหน่วยงานต่างๆ ร่วมบูรณาการกันอย่างน่าชื่นชม ทำให้การเคหะแห่งชาติเกิดแนวคิดต่อยอดขยายการสร้างเมืองใหม่ ทั้งในโครงการเก่าแก่ที่มีมานานอย่างเช่น โครงการเคหะชุมชนห้วยขวาง โครงการเคหะชุมชนรามอินทรา รวมทั้งในพื้นที่ใหม่อย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)