แบรนด์บ้านแนวราบรับเปิดปท.-ผ่อน LTV ผุดโครงการเจาะลูกค้าไฮเอนด์-ห่วงสัญญาณดบ.ขยับ
Loading

แบรนด์บ้านแนวราบรับเปิดปท.-ผ่อน LTV ผุดโครงการเจาะลูกค้าไฮเอนด์-ห่วงสัญญาณดบ.ขยับ

วันที่ : 5 พฤศจิกายน 2564
ตัวเลขจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) จะพบว่า ที่อยู่อาศัยจดทะเบียนใหม่ในส่วนนิติบุคคล กรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วง 8 เดือนแรกของปี 64 ที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์ปรับตัวลดลง บ้านเดี่ยวมีการเติบโตประมาณ 5% จาก 6,800 หน่วย เพิ่มเป็น 7,100 หน่วย
         บิ๊กลลิล พร็อพ เพอร์ตี้ฯ คาดเปิดประเทศ หนุนอสังหาฯ ไตรมาส 4 พลิกฟื้น วิเคราะห์ การแข่งขันด้านราคาลดน้อยลง มีผลให้ยอดโอนฯปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เผยแนวราบตลาดเรียลดีมานด์ยังเติบโต เตือนปี 65 รับมือปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยจ่อขยับ แรงฟื้นของภาคท่องเที่ยว พร้อมเติมเต็มกลุ่มลูกค้าทุกระดับราคา กับโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ กลุ่มราคา 5-8 ล้านบาท ปรับโฉมสู่ "บ้านลลิล The Prestige" ประชาอุทิศ-สุขสวัสดิ์ มูลค่า 1,000 ลบ. ด้าน บมจ.บริทาเนีย ส่ง"แกรนด์ บริทาเนีย" 3 โครงการใหม่เจาะลูกค้าไฮเอนด์ รับเปิดประเทศ ผ่อนคลาย LTV

          นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ว่า ผลกระทบของการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีการชะลอเปิดโครงการใหม่ และแม้ว่าในกลุ่มโครงการแนวราบจะมีการเปิดโครงการจำนวนมาก แต่เมื่อมาพิจารณาตัวเลขจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จะพบว่า ที่อยู่อาศัยจดทะเบียนใหม่ในส่วนนิติบุคคล กรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วง 8 เดือนแรกของปี 64 ที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์ปรับตัวลดลง  บ้านเดี่ยวมีการเติบโตประมาณ 5% จาก 6,800 หน่วย เพิ่มเป็น 7,100 หน่วย

          มาพิจารณาตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) บริษัทอสังหาฯที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในปีที่ผ่านมา ไม่ได้ชะลอตัวลงมาก เพราะมีการทำเรื่องราคาอย่างหนัก เพื่อดึงกระแสเงินสดกลับเข้าสู่บริษัท ทำให้ในปี 2563 ตลาดคอนโดฯ ช่วง 8 เดือนแรกมียอดโอนฯ 42,793 หน่วย แต่ปีนี้ เรื่องของการทำราคาน้อยลง ส่งผลให้ตัวเลขการโอนฯ ลดลงมาอยู่ที่ 28,262 หน่วย ขณะที่ตลาดแนวราบ ลดลง 13% บ้านเดี่ยว ลดลงเพียง 8-9%

          "ปีนี้ เราเริ่มเห็นสัญญาณที่ตลาดเรียลดีมานด์จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ  ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาเปิดโครงการใหม่ไม่มาก สิ่งที่หลายคนกังวลว่า โครงการแนวราบจะโอเวอร์ซัปพลายนั้น ตอนนี้ เข้าสู่การจัดสมดุลของตลาด ขณะที่การเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็อาจจะช่วยให้ตลาดอสังหาฯไตรมาส 4 พลิกฟื้นขึ้นมา"

          อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากนี้ คือ 1. เรื่องของโควิด 2. ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลดวงเงินพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยในปี 65 ด้วย 3. ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น 4. ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทย และ 5. ภาคการท่องเที่ยวและบริการ จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน เนื่องจากมีสัดส่วน 13-15% ต่อจีพีดี

          นายชูรัชฏ์ กล่าวถึง ผลสำรวจของผู้บริโภคในปัจจุบันพบว่าบ้านระดับราคา 5-8 ล้านบาท ยังคงเป็นที่ต้องการอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการขยายครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น บ้านขนาดใหญ่จึงตอบโจทย์ บริษัทจึงได้พัฒนา ปรับโฉมแบรนด์บ้านเดี่ยว จาก "บ้านลลิล" สู่ "บ้านลลิล The Prestige" เพื่อเป็นการเติมเต็มกลุ่มบ้านระดับราคา 5-8 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมทุก segment โดยได้เปิดตัวโครงการแรก "บ้านลลิล The Prestige" ประชาอุทิศ-สุขสวัสดิ์ บนพื้นที่ 39 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท รวม 181 ยูนิต ท่ามกลางกระแสตอบรับในช่วง soft opening ที่ดีเกินคาด ด้วยศักยภาพของทำเลในย่านประชาอุทิศสุขสวัสดิ์ ที่สะดวกในเรื่องของการเดินทาง ประกอบกับประสบการณ์จากช่วงโควิด ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกบ้านเดี่ยว เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้พื้นที่ส่วนรวม

          สำหรับภาพรวมตลอดปีของบริษัท ลลิลฯ มั่นใจเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ได้แก่ ยอดขายปีนี้จะสามารถทำได้ตามเป้าที่ 7,000 ล้านบาท ตัวเลขล่าสุดช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) กวาดยอดขายได้ 6,300 ล้านบาท เติบโต 11-12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเปิดโครงการได้รวม 9 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ขณะที่ ด้วยจุดแข็งที่บริษัทฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญตลาดแนวราบ จึงมีบ้านที่สร้างเสร็จพร้อมโอนคิดเป็นมูลค่า 1,100-1,200 ล้านบาท และที่อยู่ในกระบวนการก่อสร้าง มูลค่า2,000-3,000 ล้านบาท

          "บริทาเนีย" ส่ง "แกรนด์ บริทาเนีย" 3 โครงการใหม่เจาะลูกค้าไฮเอนด์

          นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังจากที่รัฐบาลเดินหน้าเปิดประเทศ ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ผ่อนปรนมาตรการ LTV เพื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯและการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงนี้ บริษัทฯ จึงวางแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จำนวน 6 โครงการ ภายใต้แบรนด์ "แกรนด์ บริทาเนีย-บริทาเนีย-ไบรตัน" รวมมูลค่าโครงการ 4,300 ล้านบาท เพื่อรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

          ล่าสุด ได้นำร่องเปิดตัวโครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว ภายใต้แบรนด์ "แกรนด์ บริทาเนีย" 3 โครงการ บนทำเลศักยภาพใกล้ทางด่วนและแนวรถไฟฟ้า ได้แก่ โครงการแกรนด์ บริทาเนีย พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา บ้านเดี่ยว 96 ยูนิตเริ่มต้นยูนิตละ 8.99-15 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท  2.โครงการแกรนด์ บริทาเนีย บางนา-สุวรรณภูมิ จำนวน 107 ยูนิต เริ่มต้นยูนิตละ 6.99-11 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท และ 3.โครงการแกรนด์ บริทาเนีย นนทบุรี สเตชั่น เพียง 62 ยูนิต ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 7-11 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 550 ล้านบาท